MinG 的个人资料..MinG NarakK..照片日志列表更多 工具 帮助
10月28日

ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่ (cont.3)

หลังจากพักหายใจหายคอมาได้ระยะนึง
ก็ได้เวลามาติดตามตอนต่อไปซักทีนะ
มีใครรออยู่รึป่าวเอ่ย??

อ๊ะ เพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลา เริ่มเลยแล้วกันนะจ๊ะ

Let's go (ย่อมาจาก let us go..สาระ -*-)

หลังจากขึ้นรถแดง เพื่อมุ่งหน้าไปยังพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์
ด้วยความที่เมื่อคืนไม่ได้หลับได้นอนเหมือนชาวบ้านเค้า
เลยขอช่วงเวลาตรงนี้หลับนอนพักสายตาหน่อยหล่ะกัน
ทุกคนในรถหลับกันหมดเลยด้วย..แล้วเราจะอยู่ทำไมหล่ะ??

นั่งหลับ(ตา)ไปได้ซักพักนึง
โอ้วววว..
ลางร้ายเริ่มปรากฏของจริงแล้วอะ
T^T
อยู่ดีๆ ก็เกิดอาการเมารถซะยังงั้น
(พอดี เป็นคนหลับตาตอนรถวิ่งไม่ได้อ่ะ มันจะเมา)
(เออ รู้แล้วยังทำอีกนะ ไอบร้าเอ้ยยย!!)
(ตอนนั้นมันง่วงนี่หว่า ก็นึกว่าจะหลับไปเลย - -")
แง้ๆๆๆ ช่วยนู๋ด้วยค่ะ

'อีกไกลมั๊ยเนี่ยกว่าจะถึง เริ่มจะไม่ไหวแล้วน้า'
'ถ้าอ้วกใส่เพื่อนตรงหน้า มันจะโกรธเรามั๊ยหล่ะเนี่ย?'
'โอ้ยยยยย ไม่กล้าจะเปิดปากเลยอ่ะ กลัวอ้วกง่า'
'นู๋ขอลง แล้วเดินลงเขาไปเองได้มั๊ยค่ะ?'
'...'

เฮ้อออออ..
ในที่สุด..ก็ถึงซะทีโว้ยยยย
ตรูเกือบตาย++!!!

คนอื่นๆ เค้าลั๊นล้ากันหมด
ยกเว้นเรากะปิ่นที่หมดสภาพจริงๆ
ตอนแรกดูเหมือนเราจะแย่กว่าปิ่นนะ
ยาดมนี่แทบจะเอาไม่อยู่
(จริงๆ ตัวเองก็มีนะ ยาดมอ่ะ แต่หยิบไม่ได้ T^T)
(เป็นคนหาของตอนรถวิ่งไม่ได้ด้วยอะ)
(อยู่บนรถนี่แทบจะกระดุกกระดิกรายไม่ได้เลยแหะเรา -*-)

ขอสารภาพอีกอย่าง..
จริงๆ ก่อนขึ้นรถ พี่ๆ เค้าก็เตือนแล้วว่าจะเมารถนะ
แต่คิดว่าตัวเองสภาพดีมากเลยไง
ยาแก้เมารถนี่เชอะ!! เมินใส่
(นู๋ผิดไปแล้วว ตอนนี้ขอได้มั๊ย???)
(แต่ยาแก้เมารถ ต้องกินก่อนขึ้นรถ อย่างน้อย 2 ชั่วโมงง่ะ T^T)
เฮ้ออ ยัยหมุงหมิงเอ้ยยย
สมน้ำหน้า!!!~

pic 247 

พระตำหนักภูพิงค์นี่สวยมากเลยนะ..ขอบอก
อากาศก็ดีด้วย เย็นดีอะ คนชอบอากาศเย็นๆ คงชอบ
แต่อารมณ์นี้ กลายเป็นเหมือนสุสานฝังเรามากกว่า
(เราไม่ค่อยชอบอากาศหนาวๆ อ่า)
เพื่อนๆ มันเดินถ่ายรูปกันไปตลอดทาง
ก็วิวมันสวยจริงๆ นี่นา ^^
เราก็อยากจะไปร่วมวงกะมันด้วยนะ
แต่..
สังขารของคุณป้าอย่างเราไม่ไหวจริงๆ
ฮือๆๆๆ (แก่แล้วหรอเนี่ยย?? พึ่งรู้ตัวก็ตอนนี้ -*-)

ตอนแรกๆ ปิ่นก็เดินเป็นคุณป้าเหมือนกะเราเนี่ยแหละ
แต่พอมีกล้องเข้ามาเท่านั้นแหละ
กลายเป็นเด็กวัยรุ่นเริ่มแรกเชียว
ทิ้งกานนี่หว่า...ยัยปิ่นนนนนนนน T^T

สรุป..เหลือเราเดินป้าอยู่คนเดียว
เห็นเก้าอี้ระหว่างทางไม่ได้เลย
ยัยหมุงหมิงคนนี้นั่งมาหมดแล้วครับพี่น้อง
โหะๆๆๆ

 pic 248

เดินจนไปถึงอ่างเก็บน้ำ ที่มีน้ำตกเต้นระบำ
อากาศดีมาก มันโล่งอย่างบอกไม่ถูก
ตอนนี้เราเริ่มรู้สึกดีขึ้นและ
อาการเมารถเริ่มหายไปจนเกือบหมด
เย้ๆๆๆ (หายซะที -*-)

กว่าจะหาย..เพื่อนมันถ่ายรูปกันจนเหนื่อยและ
ว้าาาาา..อดถ่ายเลยเรา (เลยถ่ายรูปตัวเองแทน 555)

กว่าจะหาย..มันจะกลับกันแล้วด้วย
ฮือๆๆๆ อุส่าเมารถมาอย่างทรมาน
แต่ไม่มีอารมณ์จะชมทัศนียภาพอันแสนสวยเลย
แย่จัง!!
(ถ้าคราวหน้ามีคนชวนไปอีก..คงคิดหนัก ^^")

ได้เวลาเริ่มเดินทางอีกครั้ง
คราวนี้ต้องลงเขาค่ะ เพื่อไปพระธาตุดอยสุเทพ
พี่ๆ ก็ให้กำลังใจกันดีจริงๆ
'ลงเขา นี่เมาหนักกว่าขาขึ้นอีกนะค่ะ'
'- -' <--- เราซีดไปเลย

เอาว่ะ ยังไงก็เลี่ยงไม่ได้
จะอาศัยที่นี่เป็นที่อยู่ไปตลอดชีวิตก็คงไม่ได้
ล  ง  ก็  ไ  ด้  ว้  า T_T

pic 300

ขากลับ เริ่มรู้ทริคแล้ว
เลยหนีไปนั่งหน้า (นั่งข้างๆ พี่คนขับอะ)
(ใครที่เมารถ แนะนำให้นั่งหน้ากะพี่คนขับนะ อย่าพลาดเหมือนเราหล่ะ)
ขาลงนี่ไม่เมาเลยซักนิด
(ขาขึ้นเนี่ย ลูกพี่ซิ่งมากอ่ะ แซงไปไม่รู้กี่คัน ทำให้เราเมาหนักเลย แง้ๆ)
(พอขาลงเราเค้าสงสารป้าอย่างเรามั้ง ขับนิ่มมากๆ อ่ะ ช้ากว่าเดิมหลายเท่าเลย)
(ตอนแรกว่าจะโกรธลูกพี่แล้วนะ ขาลงขับยังงี้ ค่อยให้อภัยได้หน่อย อิอิ)
นั่งมองท้องฟ้าไปตลอดทาง
ในที่สุด..ก็ถึงพระธาตุดอยสุเทพ
เย้ๆๆๆๆ (รอดแล้ววุ้ยยย)

อากาศตอนนี้เริ่มอบอุ่นแล้ว ดีใจจัง (อากาศที่รอคอยมานานนน ^^)

 pic 257

ถึงจุดนี้แล้ว..
ขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพกันเถอะเพื่อนๆ
การเดินทางขึ้นไปก็จะมีลิฟต์ช่วยชีวิต (ไม่เหมือนกระเช้านี่หว่า)
ลิฟต์จะไม่เหมือนลิฟต์ทั่วๆ ไปนะ
เนื่องจากไม่เดินทางในแนวดิ่ง แต่เป็นแนวลาดเอียงแทน
แถมยังมีแอร์ติดผนัง ติดอยู่บนกำแพงอีกตะหาก
เกิดมาเพิ่งเคยเห็นแอร์ตัวขนาดนี้ติดอยู่ในลิฟต์ ก็ตอนนี้แหละ
ใครอยากรู้ว่าเปนยังไง ไปพระธาตุดอยสุเทพก็อย่าลืมไปลิ้มลองกันนะจ๊ะ
เสียค่าลองของ 20 บาท + ไม่ต้องเหนื่อยเดินขาลากกก

pic 291

ขึ้นไปถึง..ก็เดินเวียนเทียน ไหว้พระ ชมนู้นนี่ ถ่ายรูปกันตามภาษา
(ไม่มีอะไรให้บรรยาย มันเหมือนกับการไหว้พระในกรุงเทพฯ เราเนี่ยแหละ ^^)

pic 279

pic 281

เดินถ่ายรูป..ได้วิวเมืองเชียงใหม่ + สนามบินเชียงใหม่ ภายใต้หมอกมา
สวยดีเหมือนกัน พอจะคุ้มกะการเดินทางอันสุดแสนทรหดอยู่บ้าง

แล้วก็ได้เวลาลาจากพระธาตุดอยสุเทพแล้วสินะ
ขาลงก็ขอใช้บริการลิฟต์อีกซักรอบแล้วกันนะ
(ไหนๆ ก็เสียไปแล้ว 20 บาท)
ลงไปถึงก็เดินเล่นรอเพื่อนๆ ทำธุระอะไรให้เสร็จ
เจอร้านขายข้าวโพดปิ้ง
(โอ้ววว อยากกินมากก เราชอบกินข้าวโพดปิ้งง่ะ ^^)
แต่ไม่กล้ากินอ่าาา กลัวจะไม่รอดกลับไปถึงดอยวิว
(ท้องไส้ไม่พร้อม..พอที่จะกินของที่มีอัตราเสี่ยงสูงได้)

อ่ะ หลังจากรอคอยเพื่อนๆ มากันจนครบ
ก็ได้เวลาเดินทางสู่สวนสัตว์เชียงใหม่แล้วหล่ะ
(ใจจริง เหนื่อยมาก หมดแรงแล้ว อยากจะกลับดอยวิวเป็นยิ่งนัก - -)
แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เพื่อน้องแพนด้าที่น่ารัก
ไปก็ได้ฟร้าาาา ^^

มาถึงตรงนี้..
วิญญาณเราเริ่มออกจากร่างไปเกือบหมดแล้ว
เหตุการณ์ระหว่างทางจึงจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่
เอาพอเป็นกระสายแล้วกันนะ ^^

pic 333

เดินทางไปถึงสวนสัตว์เชียงใหม่ ก็เป็นเวลาเที่ยงพอดี
พวกสตาฟก็แจกอาหารประทังชีวิตให้กะพวกเรา
(อาหารนี่ เพื่อประทังชีวิตจริงๆ หาความอร่อยไม่ได้เลย)
(ไข่พระโล้ที่ไม่อร่อยที่สุดในโลก..หากินได้ที่นี่แหละ)
(อุส่าเลือกของที่คิดว่า Normal ที่สุดแล้วนะ ฮือๆ)

หลังจากกระเดือกอาหารประทังชีวิตเสร็จ
พวกเราก็เดินทางผ่านประตูสวนสัตว์เชียงใหม่
โดยมีจิยากลับมาร่วมก๊วนดังเดิม
(เนื่องจากขอปลีกตัวออกมาจากมหิดล)
(ไม่เกรงกลัว เพื่อนในคณะเลิกคบกันเลยทีเดียว 55)

เดินๆ ไปอย่างไร้วิญญาณ
พลางคิดว่า..
'ช้านไปเที่ยวเขาดิน เขาเขียวก็ได้ ไม่ต้องมาไกลถึงเชียงใหม่หรอก -*-'
ตอนนี้ในใจเลยจดจ่อแต่แพนด้าอย่างเดียวเท่านั้น
แต่หนทางแสนจะยาวไกล (ไกลจริงๆ)
(จริงๆ มันมีรถพาไปนะ แต่คนนี่ต่อแถวกันยาวมาก)
(ตรูยอมเดินกันเองก็ได้ฟร่ะ T^T)

pic 318

และแล้ว..
เราก็เดินทางมาถึงที่พำนักของน้องแพนด้าทั้งสองซะที
ถ่ายรูปกันสนุกสนาน + ถ่ายวิดีโอมาด้วย
จนถึงปัจจุบัน..
ยังไม่รู้เลยนะว่าตัวไหนชื่อช่วงช่วง ตัวไหนคือหลิงหุ่ย
^^"

pic 320pic 330

น้องแพนด้าน่ารักมากๆ
เข้าไปในห้องของน้องแพนด้าแล้วแอบอิจฉา
เราเกิดเป็นคนยังไม่สบายเหมือนมันเลย
อากาศนี่เย็นสบาย สบายจริงๆ
ทำเอาหลับไปหลายตื่นเลยทีเดียว
(หลับได้ทุกที่จริงๆ เลยเรา โหะๆ)
(แต่ปิ่นนี่หลับไปแค่ตื่นเดียว..แต่ยาวนานมากกกกกกกก อิอิ)

อ๊ะ ถึงเวลาต้องร่ำลาน้องแพนด้าแล้วสินะ
เตรียมตัวออกเดินทางต่อ..ฮุ้ย เล่ ฮุ้ย
(ไม่อยากก้าวเท้าออกไปเลย ให้ตายสิ)

pic 335

pic 337

เป้าหมายต่อไปของพวกเราก็คือ น้องหมีโคอะล่า นั่นเอง
หนทางอีกยาวไกลจังฟะ เหนื่อยแล้วน้าเนี่ยยย
แต่นุ้ยเค้า want เราก็เลย..เลยตามเลย
ไหนๆ ก็มาล่ะ เอาให้คุ้มก็ดีเหมือนกัน
การเดินทางครั้งนี้ เหลือสมาชิกแค่ เรา ปิ่น นุ้ย พี เท่านั้น
เพราะคนอื่นล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
เนื่องจากเริ่มเอือมกะพี่หมีแพนด้าอย่างรวดเร็ว
(จะรีบไปไหนไม่รู้ มันน่ารักจะตาย ^^)

pic 312

พอเดินทางไปถึงน้องโคอะล่า
ด้านหน้าจะมีซุ้มให้ถ่ายรูปฟรี
(อ๊ะ ของฟรีมีหรือจะไม่เอา โหะๆ)
เราก็เรียงรายถ่ายรูปฟรีกันหน้าสลอน
แล้วก้อเดินเข้าไปชมน้องหมีโคอะล่า
ซึ่งนอนหลับตลอดเวลา ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาทักทายกันเลย
(เพราะหมีโคอะล่ากินแต่ใบยูคาลิปตัส ซึ่งมีพลังงานน้อยมาก มันจึงต้องประหยัดพลังงานไงหล่ะ)
จะว่าไป..การนั่งดูตุ๊กตาที่เซนทรัลก็คงไม่ต่างกัน

เรากะปิ่นขอนั่งพักดูโคอะล่าแล้วกัน
ปล่อยให้พีกะนุ้ยขึ้นไปดูสัตว์โลกน่ารักด้านบนกัน 2 คน
นั่งอยู่ซักพัก ทั้งสองคนก็เสด็จกลับลงมาค่ะ
"นี่ๆ ข้างบนมีสัตว์น่ารักมากเลยแหละ ขึ้นไปดูดิ"
"เราว่าน่ารักนะ แต่พีบอกว่าไม่ค่อยน่ารัก"
".."(ล้านแปดคำเชิญชวน)
อ่ะๆ ไปก็ไป ไหนๆ ก็โฆษณาซะขนาดนี้แล้ว

เรากะปิ่นก็ลากสังขารตัวเองขึ้นไปถึงจนได้
"ไหนล่ะ สัตว์???" <-- ปิ่นถาม
ถึงตอนนั้นเราถึงบางอ้อไปเรียบร้อยแล้ว
'จะว่าไป สัตว์ตัวนี้ก็น่ารักดีนะ 5555'
สัตว์ที่ว่าก็คือ Homo sapiens นั่นเอง
มันแปะกระจกบานใหญ่ไว้อะ อิอิ
แล้วใครหล่ะที่เป็น Homo sapiens ก็เราผู้น่ารักนั่นเอง
5555555555 (ไม่อายปากเลยนะเรา หุหุ)
ซักพักปิ่นถึงรู้ว่านุ้ยกะพีจะสื่ออะไร
(เพื่อนปิ่นนนนนนน ^o^)

หลังจากดูน้องหมีหลับกันจนหน่ำใจแล้วก็ออกไปเอารูปที่ถ่ายเมื่อกี้ค่ะ
รูปถ่ายอ่ะฟรีนะ (สำหรับคนไม่โลภ)
แต่เราเป็นคนโลภค่ะ..เลยเสียตังค์ 20 บาท
เป็นค่าโง่ เอ๊ยย ไม่ใช่!!
ค่าพวงกุญแจค่ะ เค้าจะเอารูปที่เราถ่ายใส่พวงกุญแจให้
จะว่าไปก็น่ารักดีค่ะ แต่ไม่กล้าใช้หรอก
เค้าเขิลลนะตัวเอง ^^~

ขาลงจะให้เดินลงเขาที่สูงชัน..ป้าๆ ก็ไม่ไหวแล้วค่ะ
ขอรอรถสวนสัตว์แล้วกัน
ถึงแม้ผู้คนจะมากมายมหาศาลก็เถอะ
คันแรกมาถึง..
1 2 3 ..วินาที
คนเต็มรถแล้วค่ะ พี่น้อง
พวกเราก็แห้วไปตามระเบียบ T^T
รอ รอ รอ บังอรเอาแต่รอออ..อ.ออ.
(ไม่มีทางเลือกนี่ค่ะ ทำไงได้)
ขอแนะนำสำหรับคนที่ไปช่วงคนเยอะๆ นะค่ะ
ให้ไปดักรอป้ายก่อนหน้านั้น แล้วคุณจะได้ขึ้นค่ะ
ส่วนพวกเราต้องใช้สัณชาตญาณการอยู่รอดค่ะ
ความเร็ว คล่องแคล่ว แล้วความหน้าไม่อายเท่านั้น
ที่จะพาเราลงไปถึงทางออกได้ อิอิ
ในที่สุด..เราก็ได้นั่งค่ะ แล้วก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังทางออก
สำหรับคนที่ชอบเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียว
เราแนะนำรถสวนสัตว์ที่นี่ค่ะ
เสียวได้ใจกว่าเยอะ โดยเฉพาะตอนลงเขาที่แสนจะลาดชันค่ะ
เข็มขัดนิรภัย หรือเครื่องมือ safety ไม่มีมาให้กวนใจ
มือล้วนๆ ที่ท่านต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ 
หุหุ

ถึงทางออก..
ไหนล่ะ สตาร์ บอม จิยา ???
ปรากฏว่า..พวกเจ๊ๆ ค่ะ นั่งรถเล่นอีกรอบนึง
โดยมีข้ออ้างว่าไปรับพวกเราที่หมีโคอะล่าค่ะ
><~

เราก็นั่งรอค่ะ รอพวกเจ๊ๆ ลงมาจากเขา
นั่นๆ พวกนั้นมากันแล้ว
พวกเราก็โชว์รุปถ่ายกะหมีโคอะล่าให้พวกนั้นดู
ใจจริง..คิดว่าพวกนี้ไม่น่าพลาดนะ เพราะของฟรี
ปรากฏพวกเค้าไม่ถ่ายกันค่ะ เพราะไม่ไว้ใจว่าฟรีจริงรึป่าว
อิอิ
เหตุนี้ทำให้สตาร์ ถึงขั้นลงแดงอยากขึ้นไปอีกรอบ
พอเหอะะะะะ!!!!
สรุป..สตาร์เลยอดค่ะ (เสียใจด้วยนะเพื่อน อิอิ)

แล้วก็โบกรถแดงกลับดอยวิวค่ะ
ในที่สุด..เราก็จะได้นอนแล้วสินะ ยัยหมุงหมิง ^^
มีความสุขจังเลย โหะๆๆ

pic 339

จริงๆ ตอนเย็นมีงานขันโตกที่อ่างแก้ว ใน มช. นะค่ะ
แต่อารมณ์นี้เราขอบายดีกว่า
เนื่องจากวันแรกก็ไปกินอาหารเหนือกะนู๋นุ่มมาแล้ว
มันก็คงไม่อร่อยกว่ากันซักเท่าไหร่หรอก ^^"
เราเลยขอนอนอยู่ในห้องดีกว่า
ไปถึงปุ๊บ อาบน้ำ ผมเผิมไม่ต้องแห้งแล้วค่ะ นอนเลย zZZ
โดยมีบอมนอนหมดแรงอยู่อีกเตียงนึง
เนื่องจากไม่สามารถไปไหนต่อได้เช่นกัน

ตื่นมาอีกที..พวกนั้นกลับมาจากงานขันโตกกันแล้วค่ะ
โดยมีแคบหมู หมูทอด และข้าวเหนียวติดไม้ติดมือมาให้เพื่อนผู้หิวโหย
น่ารักจริงๆ เพื่อนช้านนน ^^
ยังค่ะ ไม่ได้หมดแค่นั้น
พวกเจ๊ๆ หอบเอาน้ำอัดลมขนาด 2 ลิตรกลับมาด้วยค่ะ
ขวดเดียวหรอค่ะ..น้อยเกินไปค่ะ
2 ขวดก็ยังน้อยเกินไปค่ะ
ให้ทายค่ะ ว่าหอบมากี่ขวด???

"""""" 7 ขวดคร้าบบบบบ..พี่น้อง """"""

ซูฮกพวกเจ๊ๆ จริงๆ ที่สามารถขนาดนี้ อิอิ
(หรือมันไม่น่าซูฮกนะเรื่องแบบนี้ ^^"~)
แถมยังมีแก้วพลาสติกอีกนะค่ะ พวกเจ๊สามารถมั๊ยล่ะ??

พอกินกันจนอิ่มแล้ว ถึงจะไม่ค่อยอร่อยก็เถอะ
(ดีนะ ที่ไม่ไป คิดถูกจริงๆ ช้านนน โหะๆ)
บอมก็เตรียมออกไปตะลุยราตรีกะพวกเพื่อนเจ๊ค่ะ
ครั้งนี้มีสตาร์ ปิ่น พี ติดสอยห้อยตามไปด้วย

pic 241

ราตรีนี้ ยังอีกยาวนานค่ะ
เรามาติดตามดูกันดีกว่า ว่าราตรีนี้มีอะไรมาเซอร์ไพรส์เราอีก ^^
แล้วลองทายกันซิว่า พรุ่งนี้เราจะไปแอ่วไหนกันน้า???

to be continued..

10月25日

ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่ (cont.2)

มาอัพต่อแล้วจ้า..รอคอยตอนนี้กันอยู่รึป่าว?
สำหรับคนที่ชอบดูหนังสยองขวัญ
หรืออ่านเรื่องแนวๆ นี้ อาจจะชอบเรื่องต่อไปนี้..

ตอนแรกที่เปิดดูรายการนี้
สตาร์ไม่เห็นด้วยเลย มันบอกให้เปลี่ยนช่อง
แต่เรากะจิยาอยากดู (หาเรื่อง!!~)
ดูไป วิจารณ์ไป เล่าเรื่องนู้น เรื่องนี้ไปเรื่อย

ตอนแรกก็เม้าท์กันปกติ ไม่ได้คิดอะไร
บอมยังตะโกนออกมาจากห้องน้ำด้วย
บอกว่าให้รอมันมาเม้าท์ด้วย อิอิ (พลาดแล้ว)

เม้าท์กันได้ซักพัก
สตาร์ก็เริ่มสร้างบรรยากาศ
อยู่ดีๆ มันก็ชี้ไปที่นอนข้างๆ มัน
ซึ่งเป็นที่นอนของบอม แต่ว่าตอนนั้นบอมอาบน้ำอยู่
แล้วมันก็บอกว่า..
"นี่เพื่อนใคร นั่งอยู่นานแล้ว -*-"
"สตาร์แกอย่าเล่นงี้ดิ ~~"
"ช้านพูดจริง ไม่ได้ล้อเล่น - -"

ตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา
เราก็รู้สึกว่ามีใครซักคนนั่งมองพวกเราอยู่ตลอดเวลา
แต่เราไม่ได้รู้สึกว่าเค้าอยู่ตรงที่นอนหรอก
พอดีเราหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง เพราะเรานั่งติดกับกำแพง
แล้วเจ้ากรรมจริงๆ ที่ผ้าม่านมันปิดไม่สนิท
แล้วไอรอยต่อที่ไม่สนิทเนี่ยแหละ
ที่เรารู้สึกว่ามีคนมองลอดเข้ามาอยู่ตลอดเวลา

เรามารู้ตอนหลังว่า..
จิยาก็เริ่มรู้สึกมานานแล้ว
รู้สึกตั้งแต่ตอนมันอยู่ในห้องกะสตาร์สองคน
เราออกไปอยู่อีกห้องนึง
ส่วนบอมออกไปคุยโทรศัพท์กะแฟนหล่ะมั้ง
"เมื่อไหร่หมิงมันจะออกจากห้องน้ำซะทีอะ เราปวดฉี่" จิยาพูด
"หมิงมันอยู่ที่ไหนล่ะ มันอยู่ห้องนู้นตั้งนานแล้วนะ" สตาร์ตอบ
"T^T" สีหน้าจิยา
เอาแล้วไงล่ะ เจอเข้าแล้วจิยาเอ๋ย (ดีใจด้วยนะ)

เรื่องของเรื่องห้องน้ำเนี่ย จะมีประตูและหน้าต่าง
หน้าต่างจะอยู่ติดกับเตียงนอนของเรากะจิยาค่ะ
ทำด้วยกระจกฝ้า พอเห็นหุ่นเซกซี่เวลาอาบน้ำ (ถ้าไม่ปิดม่านนะ)
(แต่พวกเราก็ปิดม่านกันทุกคนแหละ ไม่มีใครอยากโชว์ และคงไม่มีใครอยากเห็น^^)

จิยาเจ๊เห็นคนอยู่ในห้องน้ำ ผ่านกระจกฝ้าๆ นั่น
..ทั้งๆ ที่ไม่มีใคร แล้วเจ๊เห็นใคร ??? (สงสัยจะ SHE)
(ไม่อยากจะคิดว่ามีหลาย SHE นะ แต่ทำไมอยู่คนละมุมฟะ T^T)

สรุปว่า SHE มีจริง!!!~
(งงมั๊ยว่า..เรารู้ได้ไงว่าเป็นผู้หญิง เราก็งง แต่เรารู้สึกยังงั้นจริงๆ)

บอมอาบน้ำเสร็จ
ไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่ตัวเองรู้สึก
เพราะกลัวว่าบอมมันจะกลัว
..แต่บทสนทนาก็อุตส่าชักจูงเข้าไปในเรื่องนั้นจนได้ -*-
เราต้องนั่งหันหน้าให้หน้าต่างตลอดเวลา
แต่ไม่กล้าบอกเพื่อนให้ไปช่วยปิด (เกรงใจมันง่ะ)
เลยพยายามใช้หัวบอมให้เป็นประโยชน์ (มันนั่งตรงข้ามเรา)

ระหว่างเล่าอยู่นี้..
สตาร์หลับสนิทไปแล้วววว zzZZ

สรุป..
คืนนี้ เรา จิยา บอม นอนไม่ได้!!!!~
ใครจะไปหลับลงหล่ะค่ะ
เรายังรู้สึกถึงสายตานั้นตลอดเวลา
คาดว่าจิยาก็ยังรู้สึกเช่นเดียวกัน
ส่วนบอม เจ๊มีของขลังมากมาย
ตั้งแต่ จตุคาม พระไม่รู้กี่องค์ แล้วยังมีปลัดขิกอีกตะหาก
(แมร่งงง เอาตัวรอด ทิ้งเพื่อน!!)
แต่มันก็ไม่สามารถนอนหลับได้เช่นกัน 5555

สตาร์ตื่นขึ้นมาพอดี
แล้วมันก็เริ่มบ่น..
"ช้านบอกให้แกเปลี่ยนช่อง ไม่เชื่อเอง ช่วยไม่ได้"
"แล้วแกไปทำอะไรเค้าไว้รึป่าว เค้าถึงไม่ไปซักที"
"- -" <---------- หน้าเรากะจิยา

เรา จิยา บอม สามคนพร้อมใจกันยกมือไหว้
"หนูขอโทษนะค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจจะลบหลู่ หรือทำอะไรที่ไม่ดีเลย"
"พวกเราไม่ได้ตั้งใจนะค่ะ ยกโทษให้พวกเราเถอะค่ะ"
".." (อีกล้านแปดคำสวดอ้อนวอน)
"T^T"

* ปาฏิหาริย์ *
หลังจากที่พวกเรายกมือไหว้
ไม่เชื่อ ก็ต้องเชื่อค่ะ พี่น้อง
SHE หายไปจริงๆ เรารู้สึกได้เลยอะ
(เว่อร์ไปป่ะ แต่ไม่ได้โม้นะ พูดจริง!!)

ตอนนี้เราสามารถนอนหลับได้แล้ว
แต่บอม กะ จิยา ยังค่ะ (พวกเจ๊ยังกลัวกันอยู่)
สรุป..เราเลยไม่ได้นอนไปด้วย
เพราะมันให้อยู่เป็นเพื่อนอะ
ตอนหลังๆ บอมเริ่มจะนอนได้เหมือนกัน
เหลือเจ๊จิยาคนเดียวเท่านั้นที่นอนไม่ได้
(เจ๊นี่ มี sense ด้านนี้รุนแรง ใครไม่รู้ ก็รู้ไว้นะ)
(ไปเที่ยวกะเจ๊ ต้องทำใจเลย มีเรื่องแบบนี้ก็ไม่แปลกหรอก -*-)

อืม ลืมบอกไป..
ตอนนี้เตียงสำหรับนอนคนเดียว
ซึ่งปกติเรานอนกะจิยานั้น ก็เบียดอยู่แล้ว
ยังมีบอมเข้ามาเบียดอีกคน
ด้วยสาเหตุที่ว่า..
ที่นอนบอมอยู่ติดหน้าต่างนั่นเอง
(นี่ขนาด ยังไม่รู้ว่าสตาร์บอกอะไรไว้ตอนแรกนะ)
(รู้สึกตอนหลังจะมีคนบอก กลัวหนักเลยครับพี่น้อง --")

ถึงตรงนี้..
ก็ขอให้คุณอโหสิกรรมให้พวกเราด้วยนะค่ะ
เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงถึงใครเลยจริงๆ
ขอให้คุณได้ไปเกิดเร็วๆ นะค่ะ
(จริงๆ อยากไปทำบุญถวายสังฆทานให้นะ)
(แต่เคยได้ยินมาว่า..ถ้าทำบุญให้อสัมภเวสีแล้วเค้าจะตามเรามาอะ)
(เราเลยไม่กล้าไปทำบุญให้เค้าเลย..หรือเราควรจะไปทำดี??)

อ่ะ สรุป..คืนนี้ มีสตาร์คนเดียวที่ได้นอนค่ะ ^^zZ
(ยอมรับเลยว่าเก่งจริงๆ ไม่กลัวเลยซักนิด)
(ตอนที่มันชี้ไปที่ข้างตัวมันอะ พอมันบอกเสร็จนะ..เจ๊หลับไปเลย)
(ทำได้ไงว่ะ !?!)

ส่วนเราสามคนที่เหลือ ก็หาเรื่องอื่นคุยกันไปเรื่อยๆ จนเช้าค่ะ

เช้าวันนี้ เป็นเช้าวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคมแล้ว
พวกเราจะต้องไปเที่ยวกะคณะค่ะ
พี่เค้านัดไว้ 6.30 น. ในตอนแรก แต่เลื่อนเป็น 6.00 น.
พอดีเลย พวกเราไม่ได้นอน เพราะฉะนั้นไม่ต้องลุ้นว่าจะตื่นหรือไม่ ^^"
(หรือ SHE เค้ากลัวเราไม่ตื่นนะ เลยมาช่วย ^^)

เราเดินไปปลุกอีกห้องนึง
มีพีเดินมาเปิดประตูอีกแล้ว (เคาะทุกครั้ง เป็นพีทุกครั้ง..เสียสละดีจัง)
แล้วทกุคนก็เริ่มทยอยอาบน้ำค่ะ
ตอนนั้นก็เริ่มจะสายแล้วแหละ
จะ 6 โมงอยู่แล้ว แต่ละคนก็ยังเสริมสวยกันไม่เสร็จเลย
จิยานี่แรงกว่าเพื่อน เพราะคณะเค้าเล่นนัดตั้งแต่ 5.30 น.
แล้วเจ๊มารู้ตอนเช้า วิ่งกันหน้าตั้งครับ
พวกเราก็แทนที่จะชิลล์ๆ เลยต้องรีบตามเจ๊เค้าไปด้วย
สรุปไปถึงหน้าหอหญิง 3 ที่เค้านัดไว้ ก็เป็นเวลา 6.10 น.
(จิยาขอลงข้างทาง วิ่งไปก่อนแล้ว)

มาถึงจุดนี้ เริ่มขนลุกอีกแล้วค่ะ พี่น้อง
โชคดีที่ตอนนี้พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว
ความกลัวลยหายไปหลายสิบเปอร์เซ็นอยู่
สาเหตุที่กลัวนี่ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ
ทั้งนี้ เนื่องจากเราอยู่หน้าหอหญิง 3 ไงค่ะ
งงหล่ะสิ ว่าแล้วมันทำไม ??
คือหอนี้มันมีประวัติค่ะ (ซึ่งนุ่มเล่าให้ฟัง จำได้นิดหน่อยเอง แหะๆ)

หอหญิง 3 เนี่ย จะสร้างตึกเป็นรูปกระจกหก หรือ แปดเหลี่ยมเนี่ยแหละ (จำไม่ได้)
สรุปว่าเอาไว้ป้องกันผีอะ เพราะที่ตรงนั้นเคยเป็นสุสานมาก่อนมั้ง (ใครรู้บอกทีนะ)
ส่วนหอหญิง 2 จะสร้างเป็นรูปสายฟ้า เอาไว้สะกดผี
ซึ่งเป็นการคิดที่ผิดมหันต์ค่ะ
เนื่องจากสร้างตึกเป็นรูปดังกล่าว
ทำให้เป็นการสะกดเค้าเหล่านั้นไว้ในหอแทนค่ะ
บรึ๋ยส์

(ตอนที่เล่านี่ ขนลุกนะค่ะ ดีที่เที่ยงแล้ว -*-)

พี่เค้าบอกว่าคนอื่นไปกันหมดแล้วค่ะ
"- -"
พวกเราก็นึกว่า อ้าวรถออกแล้วหรอ??
แต่พี่เค้าบอกว่าป่าว แค่ไปรวมกันอีกที่นึง
พวกเราก็ "อ๋อ" แล้วยืนรอพวกเก็บตกเหมือนกัน
สุดท้ายพวกเราได้เดินไปก่อน เพื่อไปยังจุดที่เค้ารวมกันอยู่
พอเดินไปถึง..
ลางร้ายเริ่มปรากฏค่ะ
รถแดงจอดเรียงรายอยู่หลายสิบคันเลยทีเดียว
เออดี !!!
มารถไฟชั้น 3 ยังไม่พอ ตอนไปเที่ยวยังให้นั่งรถแดงอีก
(สายที่ไปเที่ยวที่อื่น นั่งรถทัวร์กันค่ะ <ลูกเมียน้อยหรอเนี่ยเรา -*->)
ยืนอยู่ตรงจุดรวมพลได้ไม่นาน
ขบวนก็เริ่มออกเดินค่ะ
เดินไปรวมกันอีกทีที่สหกรณ์ (ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่เดินไปทีเดียว -*-)
โอ๊ะ!! รถแดงจ๋า ลาก่อน (อันยองๆ ^^)

ไปถึงสหกรณ์ค่ะ นั่งกันรอกันจนรากงอกเลย
ตอนนี้ปาเข้าไปประมาณ 7 โมง ได้แล้ว
ต๊ายยยยย ให้ชั้นรีบทำไมย่ะ ??
จะ 8 โมงแล้วครับ ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

สรุปว่า..
มช. ไม่ได้จัดคิวรถไว้ให้สายเรา
(เออ ลูกเมียน้อยจริงๆ ด้วยแหะ)
ต้องรอเค้าจัดคิวรถอีกอ่ะ อนาถแท้

ระหว่างรอพวก มช. เค้าจัดการอะไรให้เสร็จสรรพ
เราเริ่มออกอาการไม่อยากไปแล้วครับ
ทั้งง่วง ทั้งเซง แล้วก็เริ่มจะท้องไส้ปั่นป่วนแล้วด้วย
เรากะจะโบกรถแดงกลับไปนอนที่โรงแรมแล้ว
โดยตอนแรกมีเพื่อนร่วมขบวนการอีก 2 คน คือ บอม และ ปิ่น
แต่แผนการนี้เป็นอันล้มเลิกไป
เพราะคนอื่นบอกว่าไหนๆ ก็มาแล้ว
อ่ะ รอก็รอ คิดในใจถ้า 8.30 น. ยังไม่ได้ขึ้นรถนะ
อันยอง(ภาษาเกาหลี แปลว่า ลาก่อน) ของจริงหล่ะ

และแล้วรถก็มาค่ะ ได้ขึ้นซักที เฮ้อออออ เหนื่อย!!!
ลิมบอกไปค่ะว่า..ได้นั่งรถแดง
ซึ่งพวกเฮียขับมาจากไหนรู้มั๊ยค่ะ??
ก็จากไอที่จอดอยู่ตอนแรก (ที่พักรวมพลจุดที่ 2 ไงค่ะ)
เออดี มช. มันคิดอะไรของมัน
อยากให้เดินชมมหา'ลัยตัวเอง ก็บอกมาดีๆ ก็ได้
ไม่ต้องหลอกให้เดินกันขาลากแบบนี้หรอก
ชิชะ (ตอนนี้เริ่มอารมณ์ไม่ดีแล้วค่ะ พี่น้อง)

กลุ่มเราได้ขึ้นรถไปกะกลุ่มลีด(เชียร์ ลีดเดอร์)ค่ะ
หรือเป็นกลุ่มที่เราเรียกว่า กลุ่มสวย นั่นเอง ^^

ในที่สุด..
ในที่สุด...
ในที่สุด....
การรอคอยก็จบลง
ได้ขึ้นรถแล้วซินะ พวกเรา

ยังค่ะ ยังไม่จบ
การผจญภัยกับหนทางอันยาวไกลยังไม่จบแค่นี้แน่ค่ะ

to be continued..

ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่ (cont.)

มาอ่านกันต่อนะ ไม่อยากปล่อยให้เพื่อนๆ อารมณ์ค้างนาน ^^

pic 659

หลังจากวางแผนกันเรียบร้อยว่าจะไปดอยอินทนนท์
ตอน 7 โมงเช้า (เน้นว่า 7 โมงเช้า)
เราตื่นมาเป็นคนแรก (ถ้าจำไม่ผิด)
ตอนนั้นเวลาเกือบ 7 โมงแล้ว (มั้ง..เลยมานานจำไม่ค่อยได้)
เราก็เดินไปปลุกห้องปิ่น
ปรากฏว่าไม่มีใครตื่นเลย
ในที่สุด..เป็นอันว่า ทริปนี้ล่มไปโดยปริยาย

pic 046

เวลาล่วงเลย 7 โมงมานานพอสมควร
สมาชิกในทริปเริ่มทยอยตื่นและอาบน้ำ
หลังจากอาบน้ำเสร็จกันทุกคนแล้ว
ก็เริ่มออกเดินทาง
โดยมีจุดหมายแรก คือ ร้านข้าวซอยลำดวน
เค้าบอกว่าเป็นร้านขึ้นชื่อของเชียงใหม่เลยนะเจ้า
..แต่เราว่าข้าวซอย ร้าน Noodle House ที่สยามซอย 2 อร่อยกว่า ^^
ใครยังไม่เคยลอง ก็อย่าลืมไปกินนะจ๊ะ (ของดีใกล้ตัวเลยนะ ^^)

pic 036

วันนี้โชคดีที่เจอพี่คนขับรถแดงใจดีอีกแล้ว
เค้ารอพวกเรากินกันเสร็จเลยอ่ะ
แล้วก็ออกเดินทางต่อไปยัง งานพืชสวนโลก

pic 069

หลายๆ คนคงเคยไปกันแล้ว
แต่เราเพิ่งเคยไปครั้งแรก
ขอบอกว่าร้อนได้ใจมากๆๆๆๆๆๆ
แดดเปรี้ยงปร้าง ราวกับต้องการจะเผาให้เป็นจุลซะงั้น
แต่วิวสำหรับถ่ายรูปเยอะมากๆ
มีมุมสวยๆ เยอะแยะเลย
ไปถึงตอนนั้นรู้สึกจะบ่ายๆ เกือบบ่าย 2 ได้
(เป็นการตอกย้ำความร้อนได้ดีจริงๆ)
พวกเราเดินถ่ายรูปกันไปตลอดทาง
และพักหลบแดดกันตามห้องน้ำต่างๆ ซึ่งมีเป็นระยะๆ
เรากะปิ่นนี่ ขอหลบอยู่นานกว่าเพื่อน
เพราะแดดมันแผดเผาไม่ไหวแล้วจริงๆ
พวกที่เหลือนี่ เล่นแวะทุกมุมที่ถ่ายรูปได้
แล้วสภาพเราตอนนั้นไม่สามารถจะถ่ายรูปได้ (โทรมมั่กๆ อ่ะ)

pic 096

รูปนี้เป็นรูปที่ได้มุมสวยจริงๆ
แต่เสียดายที่เราไม่ได้ถ่าย
เพราะจริงๆ เป็นโซนที่ห้ามถ่ายรูป
แต่พวกนี้พยายามกันมาก แอบเข้าไปถ่าย
ยังถ่ายไม่ทันเสร็จ ก็มีพี่ยามโผล่มาจากไหนไม่รู้
เป็นอันว่าอดถ่ายเลยเรา T^T

พี่ยาม เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีตาอยู่ทุกที่
ถ้าคุณย่างก้าวเข้าไปบริเวณต้องห้าม
แม้ว่าคุณจะมองรอบบริเวณนั้นแล้ว
และแน่ใจว่าปลอดพี่ยามแน่นอน
แต่พวกเค้าจะโผล่มาทันทีที่คุณก้าวเท้าเข้าไป
เก่งจริงๆ ทำหน้าที่ได้ดีมากค่ะ
นับถือๆ

 pic 122

เราเดินถ่ายรูปกันไปตลอดทาง (ตลอดทางจริงๆ)
ถ่ายรูปกระโดดกันเยอะมาก กะเอาให้ชำนาญกันไปเลยทีเดียว
การถ่ายรูปครั้งนี้ทำให้รู้ว่าบอมเป็นคนที่รู้มุมถ่ายรูปดีจริงๆ
(เด๋วถ้าได้รูปจากกล้องบอมมา จะเอามาอัพให้ดูกันให้หน่ำใจเลยนะจ๊ะ)

pic 111pic 120

เดินไปจนถึงหอคำหลวง เล่นเอาเหนื่อย ลิ้นห้อยเลยทีเดียว
เรานี่แทบจะหมดแรง แต่ก็ยังเหลือแรงไว้แอคถ่ายรูปอยู่
อิอิ (คนอื่นนี่เหลือแรงแอคได้อีกซักพันรูปได้มั้ง เก่งจริงๆ)

pic 169

หลังจากถ่ายรูปอยู่นานสองนาน ก็เริ่มอยากจะกลับกันแล้ว
หนทางที่จะเดินกลับ โคตะระยาวไกล
เห็นแล้วอยากจะนอนกันที่พื้นหญ้าเลยทีเดียว
หลังจากได้แวะพักแปบนึง ได้รูปถ่ายตอนพักมาหลายแอคอยู่
(ขนาดพัก ยังขอถ่ายรูป ซักรูป 2 รูปก็ยังดี แต่เจ๊ๆ ล่อกันเป็นโหลเลยนะ^^")

เดินเข้าไปในไร่ยาง ขอบอกว่าคนละโลก
ลมเย็นและร่มรื่นมากจริงๆ
ดูภายนอกไม่มีอะไรเลยนะ
เกือบจะพลาดไม่เดินเข้าไปแล้ว
ถ้าใครไปอย่าลืมชะแว่บเข้าไปกันนะ
แล้วจะไม่เสียดายเวลาที่เดินเข้าไปเลย ^^
ขอยืนยัน นอนยัน นั่งยัน !!

pic 176

ระหว่างทางที่กำลังเดินกลับ
โอ๊ะ มีรถรางผ่านมาพอดี
ตอนนี้เป็นเวลา 5 โมงกว่าแล้ว
(งานมันปิด 6 โมงเย็น และปิดทุกวันจันทร์นะจ๊ะ อย่าหลงไปหล่ะ ^^)
เลยขึ้นรถราง หวังจะกลับไปยังขาออก
จังหวะนี้ เสียตังค์ก็ยอมล่ะ เหนื่อยมากจริงๆ
(แต่เค้าไม่เก็บตังค์อะ โชคดีไป)

นั่งไปได้ไม่นาน (แปบบบเดียวจริงๆ)
ผ่านพืชเมืองหนาว ทุกคนก็พร้อมใจกันลง
จริงๆ เราไม่อยากลงเลย เพราะมันเป็นรถรอบสุดท้ายแล้ว
ถ้าลงจากคันนี้ หนทางที่เหลือต้องพึ่งเท้าตัวเองเท่านั้น !!!
แต่เพื่อนๆ ลงกันหมด ไม่มีทางเลือก เราก็ต้องลง

pic 183

ก้าวแรกที่เดินลงจากรถ..
เชื่อมั๊ยว่า..เพื่อนเรามันสามารถหามุมถ่ายรูปได้ทันที
พวกนี้เกิดมาพร้อมกล้องถ่ายรูปจริงๆ ขาดไม่ได้เลย ^^
หลังจากถ่ายรูปบริเวณหน้าห้องแสดงพืชเมืองหนาวเสร็จแล้ว
ก็เดินเข้าไปในห้องแสดงพืชเมืองหนาว
อากาศดีมากๆๆๆ เดินมาเหนื่อยๆ ร้อนๆ นี่หายเป็นปลิดทิ้งเลย
คิดแล้วอดอิจฉาต้นไม้ในนั้นจัง ได้อยู่ในที่อากาศดีๆ ตลอดเวลาเลย
โหะๆ (ต้นไม้ก็ยังจะอิจฉานะเรา :P)
ถ้าบอกว่าอยากเกิดเป็นต้นไม้ ก็จะดูเป็นนางเอก (Autumn) เกินไป
5555

pic 199

ถ่ายรูปไปเยอะพอสมควรเลยแหละ
ได้ถ่ายรูปคู่กะดอกซากุระด้วย
คนอื่นบอกว่าสวย แต่เราว่าเราอ้วนมากเลยแหละ
โหะๆๆๆ

พอเสร็จจากห้องนี้ ก็เดินไปอีกห้องนึง
เป็นห้องที่ปลูกพืชด้วยน้ำอ่ะ
(จำชื่ออังกฤษไม่ได้ เด๋วบอมช่วยตอบทีนะ ^^)
เข้าไปปุ๊บ อยากจะออกปั๊บ
มันร้อนแบบอับชื้นๆ บอกไม่ถูก
แล้วต้นไม้ก็มีแต่ต้นกล้าด้วยอะ
คือเป็นเหมือนเนอสเซอรี่พืชยังงั้นอะ
บางต้นก็ยืนต้นตายซะงั้น
(สงสารมัน ต้องทนอยู่ในอากาศแบบนี้ เรายังทนไม่ได้ มันจะทนได้ไง โหะๆ)

pic 202

ในห้องนี้ดูจะมีพีคนเดียวที่สนใจ
เฮียเค้าเป็นถึงคณบดี และหัวหน้าภาคเภสัชเวทเชียวนะ
เฮียเดินดูอย่างมีความสุข
ดูรูปแล้วจะเข้าใจเอง
อิอิ

หลังจากเดินออกจากห้องนี้
ก็ขอเดินผ่านห้องพืชเมืองหนาวอีกซักรอบเหอะ
ทำใจก่อนออกไปเจออากาศร้อนๆ
จะว่าไป อากาศข้างนอกตอนนี้ไม่ร้อนแล้วแหละ
เพราะว่ามันจะ 6 โมงเย็นแล้ว
ถ้าอากาศเป็นแบบนี้ตั้งแต่เริ่มเดิน คงจะดี
เราคงมีรูปเยอะกว่านี้ แหะๆ

ขาออกก็ขอแวะกินน้ำซักหน่อย
จริงๆ อยากจะกินไอติมอีกซักรอบ
ขาเข้ากินไอติมทุเรียนไป
แต่มันขมไปหน่อยอ่ะ ไม่ค่อยอร่อยเลย
วันนั้นที่ซื้อที่ซีคอนอร่อยกว่าเยอะเลย
(โอ้ย คิดถึง แต่มันคงไม่มีแล้ว ^^")

คุณนิรันดร์ (พี่รถแดงตั้งแต่เช้า) ยังรอเราอยู่ที่จอดรถ
เค้าคงคิดในใจ ไอพวกนี้มันถึกดีจริงๆ
คาดว่าเค้าคงหลับไปหลายตื่นทีเดียว
^^

ทริปวันนี้ยังไม่จบครับพี่น้อง
เหนื่อยขนาดนี้ แต่พวกเราสามารถไปต่อได้อีก - -"
ขนาดเราเล่ามาถึงตรงนี้ยังเหนื่อยเลยอะ
คิดดูว่ายังไปเดินต่อกันได้อีก
นับถือเพื่อนๆ และตัวเองในเวลานั้นมากๆ

สถานที่ต่อไปก็คือ ไนท์บาซ่าร์
โอ้วแม่เจ้า!!!

ไม่น่าไปเลย TT^TT

ใครอย่าได้หลงไปเดินเชียว
จะแบบว่าเสียความรู้สึกมาก
ทำไมมันขึ้นชื่อฟะ หะๆๆๆๆ อยากรู้
คนไปเดินทำอะไรกันที่นู้น
ขนาดสวนลุมที่ว่าไม่มีอะไรแล้ว
เจอที่นี่ ยิ่งไม่มีอะไรเดินยิ่งกว่า

เรื่องของเรื่อง คือ สตาร์แวะเข้าไปร้านขายยาแถวนั้น
พี่คนขายได้ใจมากๆๆๆๆๆๆ ดีเว่อร์ๆ เรายังติดใจเลย
บวกคาใจด้วยนิดนึง
เจ๊บอกว่าให้เดินไปอีกทางของกินเยอะ
เดินไปจนสุด มีโซนของกินจริงๆ
แต่โทษทีเถอะค่ะ เป็นร้านอาหารซีฟู้ดซะส่วนใหญ่
-*-
แล้วใครจะไปกิน บ้าหรอ??
กินเข้าไปได้ไง เต็มไปด้วยฟอร์มาลีนแน่นอน!!!~
ก็เชียงใหม่เล่นห่างไกลจากทะเลซะขนาดนั้น
กินที่กรุงเทพฯ ยังจะสดกว่า
ไม่รู้เค้าคิดยังไงกัน ถึงกินอาหารทะเลที่เชียงใหม่
แต่ชาวเชียงใหม่เค้าอาจจะหากินยากมั้ง
เอาเถอะ เอาเป็นว่าเพื่อนๆ อย่าหลงไปไนท์บาซ่าร์ก้อแล้วกันนะ
เตือนด้วยความหวังดี

สรุป..เดินไปหาของกิน แต่ไม่มีอะไรให้กิน T^T
ต้องเดินทะลุไปตลาดวโรรส
เพื่อจะกินไข่นกกระทาจิ๋วทอด กะ หมูทอด ข้าวเหนียว
(ขอรับรองว่าหมูทอดตลาดนัดจุฬาฯ อร่อยกว่าเยอะ)
-*-

จากนั้นเราก็โบกรถแดงกลับโรงแรมอันเป็นที่รักของเรา
ระหว่างทางกลับก็เกิดพยาธิทำงานกันยกใหญ่
เลยหาอะไรกินแถวๆ หน้าโรงแรม
สรุปเราสั่งเกี๊ยวกุ้ง อย่างเซงครับงานนี้
เพิ่งเคยกินเกี๊ยวกุ้งใส่ถั่วงอก
กินไม่ได้เลย เหม็นถั่วงอกมากๆ
สรุปมื้อนี้กินเกี๊ยวไป 1 ชิ้น 35 บาท
TT^TT

กินเสร็จก็กลับโรงแรม
อาบน้ำ เตรียมตัวนอน..

เฮ้ออออ เหนื่อยๆ จริงๆ วันนี้
นี่ยังไม่ได้เล่ารายละเอียดมากนะ
เพื่อนๆ เหนื่อยกันแล้วจิ ที่อ่านๆ มาเนี่ย
แต่ยังไม่จบครับ ยังไม่จบ

เรา สตาร์ จิยา บอม เริ่มทยอยกันอาบน้ำให้ชุ่มฉ่ำ
ระหว่างที่บอมอาบน้ำอยู่มั้ง
เรากะจิยาก็นั่งดูรายการเรื่องจริงผ่านจอ
มันพูดถึงกรณีคนฆ่าตัวตาย

ด้วยประการฉะนี้ จึงเป็นบ่อเกิดของเรื่องที่จะกล่าวต่อไป

to be continued..


10月24日

ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่

             pic 015

ทริปนี้เป็นทริปที่ครบทุกรสชาติจริงๆ
เพื่อนๆ ลองติดตามดูแล้วกันว่ามีรสชาติไหนบ้าง
เริ่มด้วยการวางแผนล้านแปดอย่าง (ในที่สุดไม่ได้ทำตามแผนซักอย่าง!!)

ก่อนการเดินทาง..ประมาณ 1-2 อาทิตย์
"แก เราต้องวางแผนก่อนนะ ว่าจะนอนไหน ไปไหนบ้าง ฯลฯ"
"อืมๆ เอาดิ"

..การวางแผนเริ่มต้นขึ้น..
และดำเนินไปอย่างยาวนาน นานมากจริงๆ
หลังจากคุยกันมานานก็มีการสรุปครั้งที่ 1
และครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 4 5 6 .....จนจำไม่ได้ว่าสรุปไปกี่ครั้ง ?_?
สรุปว่าสรุปกันจนเหนื่อยเลยทีเดียว

ผลจากการคุยกันใน MSN ก็สัมฤทธิ์ผลอยู่ประการเดียว
คือ..จองรอบตั๋วรถไฟขากลับ (ซึ่งเราเป็นคนโทรไปจองเอง)
การจองตั๋วรถไฟครั้งนี้ทำให้เราหงุดหงิด งุงิมากมาย
ไม่รู้มันจะให้โทรไปจองทำไม??
พอจองที่ บอกวัน บอกรอบเสร็จ
มันบอกว่าต้องไปรับตั๋วภายในวันรุ่งขึ้น ก่อน 4 ทุ่ม
-*-
ไม่รู้เราจะเสียเวลาโทรไปจองทำไม
ตรูไปจองเองที่สถานีก็ได้ฟะ

เอาแล้วไง แล้วใครจะเป็นคนไปเอา???
ตั๋วที่จองเป็นรถไฟชั้น 2 แบบนั่งปรับอากาศ
ราคาตั๋วละ 611 บาท ไปกัน 7 คน
รวมราคาก็ 4,277 บาท ต้องจ่ายทันทีที่ไปเอาตั๋ว
สุดท้ายได้สตาร์กะปิ่นช่วยชีวิตไปเอาให้ที่หัวลำโพง
โดยมีสตาร์เป็นคนออกค่าตั๋วไปก่อน

ตอนแรกเรากะจะยกเลิก แล้วโทรจองใหม่ในวันรุ่งขึ้น
เพราะจะได้ไปเอาตั๋วในวันที่ 16 ซึ่งเป็นวันที่ต้องเดินทางพอดี
(โทรไปจองวันที่ 14 มันเลยให้ไปเอาตั๋ววันที่ 15 -*-)
แต่ปรากฏว่าตั๋วที่จองแล้วยกเลิกไม่ได้!!
มีทางเดียว คือ ไม่ไปเอาตั๋ว เค้าก็จะยกเลิกอัตโนมัติ
แต่..ชื่อเราจะขึ้น Black List และส่งผลให้ไม่สามารถจองตั๋วรถไฟได้อีก
หรืออาจจะมีปัญหาเวลาจองตั๋วรถไฟครั้งต่อๆ ไป
ด้วยประการฉะนี้..จึงจำเป็นต้องหาเพื่อนช่วยไปเอาตั๋วก่อน
T^T

อ่ะ เริ่มวันเดินทางเลยนะ ^^

pic 022 

เริ่มเดินทางวันที่ 16 ตุลาคม 2550
รถไฟออกเวลา 4 ทุ่ม
เราไปถึงหัวลำโพงตอน 2 ทุ่มกว่าๆ โดยมีปิ่นกะบอมมาถึงก่อนแล้ว
แล้วคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยมากันจนเกือบครบ ยกเว้น พี
คนเริ่มทยอยขึ้นไปบนรถไฟ วางของ จองที่
ส่วนพวกเราก็รอกันอยู่ตรงบริเวณที่ซื้อตั๋ว
เรากะปิ่นก็เลยฝากเพื่อนกลุ่มนึงจองที่ให้

pic 019 

เวลาผ่านไปนานพอสมควร..พีก็ยังไม่มา
จึงตัดสินใจเดินไปรอที่รถไฟกันก่อน
แต่ปรากฏว่า..ไม่มีที่!!
เนื่องจากกลุ่มที่ฝากจองเค้าไม่ได้จองไว้ให้
ทำไงดี ที่ก็ไม่มี จะนั่งไหนกันล่ะทีนี้
เดินไปตรงไหนก็มีแต่คนจองไว้แล้ว
ตรงนี้ของน้อง ตรงนู้นของน้อง
เอ้า!! คราวหลังก็บอกมาเลยว่าทั้งขบวนอะของน้อง
แล้วขอโทษเสียไป 1000 บาท (ให้คณะ)
ได้นั่งรถไฟชั้น 3 ยังไม่พอนะ ยังมีที่นั่งให้แบบอัตคัตสุดๆ
สุดท้ายเลยแอบแย่งที่น้องซะเลย (แอบเลวไปนิด แต่ไม่มีทางเลือก)
<ขอโทษน้องกลุ่มนั้นด้วยแล้วกันนะค่ะ>

รถไฟจะออกอยู่ 10 นาทีแล้ว พีก็ยังไม่มา
เพื่อนๆ นี่ลุ้นกันตูดโก่งว่าจะมาทันหรือไม่
แล้วถ้าไม่ทันจะทำยังไง??
เพราะตอนเหลือ 15 นาที พีบอกว่าเพิ่งลงจากทางด่วน
ตายแล้ววววววว!!
จะให้ตื่นเต้นกันตั้งแต่เริ่มต้นการเดินทางเลยหรือนี่
แต่ในที่สุด พี ก็มาทัน
เฮ้ออออออออ..คิดถึงตอนนั้นแล้วลุ้นจริงๆ
พอพีนั่งได้ไม่นาน รถไฟก็เริ่มออกตัวทันที

สำหรับใครที่ไม่เคยขึ้นรถไฟชั้น 3 ต้องลองซักครั้งนะ
แต่ขอแนะนำว่าควรจะไปกันกลุ่มใหญ่ๆ
ตอนแรกนะกลัวมากอะ มีแต่คนบอกว่าเลวร้าย
ทั้งร้อน ทั้งเมื่อย ห้องน้ำก็แย่ สารพัดคำเตือน
แต่ว่ามันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอก
จะแย่แค่ตรงที่เมื่อยเนี่ยแหละ ซึ่งความจริงคงจะไม่เมื่อยขนาดนี้
ถ้าไม่ต้องนั่งเบียดกันเต็มสตรีมซะ
ที่นั่งสำหรับคน 3 คน ที่ตัวเล็กๆ (เน้นว่าเล็กๆ นะ)
แต่ต้องนั่งกัน 3 คน ซึ่งแต่ละคนนี่ ตัวไม่เล็กเลยซักนิด
โดยฝั่งเรามี สตาร์กะบอม
แล้วฝั่งตรงข้ามมีปิ่น นุ้ย และพี
(เรากะปิ่นโชคดีที่ได้นั่งติดหน้าต่าง เลยมีที่พิงตอนนอน)

เริ่มเดินทาง ก็เริ่มเม้าท์กันตามสไตล์
ตอนแรกยังไม่ค่อยออกรส ออกชาติซักเท่าไหร่
เพราะยังเนือยๆ เหนื่อยๆ กับการลุ้นเมื่อครู่หล่ะมั้ง
เดินทางมาได้นิดหน่อยก็เริ่มกินขนมกันเอร็ดอร่อย
กิจกรรมยามเดินทางก็ไม่มีอะไรมากมาย
นอน กิน นอน กิน เล่นไพ่ เล่น 5 10 15
แล้วเกมส์ที่สนุกสุดคงเป็น ศัพท์เทคนิค
เป็นเกมส์ที่ตลกและสนุกมากมาย แสดงถึงความเนิร์ดได้อย่างดีทีเดียว

โดยจะมีการแบ่งฝั่งเป็น 2 ฝั่ง (แบ่งตามที่นั่งอ่ะแหละ)
กลุ่มเราดีที่มีบอม แต่อีกกลุ่มก็แม่ไม่แพ้กัน เนื่องจากนุ้ยและพี
เกมส์เริ่มด้วยมีคนนึงพูดศัพท์เทคนิคขึ้นมา 1 คำ
กลุ่มตรงข้ามต้องพูดศัพท์อีกคำที่มีความเกี่ยวข้องกับศัพท์ของอีกกลุ่ม
พูดต่อๆ กันไปเรื่อยๆ ตอนแรกยังไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่
หลังๆ ความแม่เริ่มเยอะขึ้น ศัพท์บางคำนี่ เล่นเอาเรางงไปเลย
แบบมีเรียนด้วยหรอฟะ ไอคำๆ นี้เนี่ยยยย ไม่รุจัก!!!
เล่นไป เล่นมา ปิ่นก็ขอปลีกวิเวก ไปนอนก่อน เนื่องจากแม่ไม่พอ ^^"
โดยรอบสุดท้ายเริ่มด้วยคำว่าโกฐน้ำเต้า แล้วจบลงที่คำว่าโกฐน้ำเต้า
โดยระหว่างที่จะมาจบได้เนี่ย เล่นไปถึงอเมริกา ญี่ปุ่น และอะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้
ยังงงอยู่เลยว่ามันโผล่ไปไกลขนาดนั้นได้ยังไง ^^
คิดแล้วยังฮาไม่หายเลย บอมนี่ก็สรรหาแต่ละคำ นับถือเจ๊เค้าจริงๆ

นอกจากนี้ก็มีการเล่นไพ่ตอแหล ซึ่งหลายๆ คนคงจะเคยเล่นกัน
ส่วนเราเพิ่งเคยเล่นเป็นครั้งแรกในชีวิต
และค้นพบว่าตัวเองก็ตอแหลเก่งเหมือนกัน 5555
เพราะไพ่หมดเร็วสุดในรอบแรกๆ แต่หลังๆ คนอื่นเริ่มตอแหลเก่งขึ้น
เราเลยเหลือไพ่เต็มมือ เรียกว่าทั้งสำรับแทบจะอยู่ในมือเราหมด
เล่นไป เล่นมาก็เริ่มเบื่อ เลยหากิจกรรมอื่นทำแทน
ใจจริงอยากเล่น ABCD มาก แต่ไม่มีใครเอาด้วย เนื่องจากกลัวเจ็บ
(คิดถึงพวกแนนจังเลย ถ้าอยู่คงได้เล่นกันสนุกสนาน มือแดงกันไปแล้ว)

กิจกรรมในรถไฟยังมีอีกมากมาย เนื่องจากเดินทางกันถึง 14 ชั่วโมง
และไม่มีสถานที่สำหรับนอน แต่ละคนจึงนอนกันได้ไม่ได้
เนื่องจากทนความเบียดและความเมื่อยไม่ไหว
นอกจาก ปิ่น เธอเป็นคนที่นอนเก่งมาก นอนได้ทุกสถานการณ์จริงๆ
เราว่าเราเป็นคนนอนหลับง่ายแล้วนะ แต่ก็ไม่สามารถจริงๆ
เราได้หลับตอน 7 โมงไปนิดนึง แล้วก็ตื่นมาตอน 8 โมง (เห็นม่ะ ว่านิดนึง)
ตลอดการเดินทาง 14 ชั่วโมง เราไม่ได้เข้าห้องน้ำเลยซักครั้งเดียว (ทนได้ไง?)

เราเดินทางถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ เวลาประมาณเที่ยงกว่าๆ ได้ (ถ้าจำไม่ผิด)
โดยที่จิยาไปถึง ม.เชียงใหม่นานแล้ว (จิยาอยู่มหิดล ซึ่งได้นั่งรถทัวร์แสนสบาย)
พอลงจากรถไฟก็เริ่มคิดหาที่ไป ซึ่งสรุปว่าจะไปนอนที่ ดอยวิวเชียงใหม่
ซึ่งตอนแรกเรากะจิยาวางแผนจะไปนอนหอแพร(นิ)
ส่วนที่เหลือจะไปนอนหอเพื่อนนุ่ม ซึ่งเราโทรไปบอกให้นุ่มจองไว้ให้
(ก่อนหน้านั้นก็เคยโทรไปจองครั้งนึง แล้วยกเลิกไป -*-)
สุดท้ายก็ยกเลิกเป็นครั้งที่ 2 ต้องขอโทษนุ่มด้วยน้า เราไม่ได้ตั้งใจ T^T

ที่เชียงใหม่จะมีรถแดง หรือที่คนกรุงเทพฯ เรียกกันว่ารถสองแถวนั่นเอง
พวกเรานั่งรถแดงจากเชียงใหม่ไปยังโรงแรมดอยวิว (ซึ่งปิ่นโทรมาจองไว้ 2 ห้อง)
พอไปถึงมีเดะจุฬาฯ เยอะมาก นั่งอยู่หน้าโรงแรม
เนื่องจากไม่ได้จองไว้ก่อน จึงต้องลุ้นว่าห้องจะเต็มหรือไม่
สรุปเราก็ไม่รู้ว่าเค้าได้นอนที่นี่กันหรือไม่
เพราะหลังจากขึ้นไปเก็บของ ลงมาอีกทีก็พบว่าเค้าเหล่านั้นหายไปแล้ว

โรงแรมดอยวิวเชียงใหม่ ก็ถือว่าเป็นโรงแรมที่ดีโรงแรมนึง
ราคาห้องแบบธรรมดา เป็นเตียงแฝด นอนได้เต็มที่ 3 คน
คิดราคาคืนละ 600 บาท (แต่พวกเรานอนกัน 4 คน ^^)
ตอนเช้ามี breakfast ให้ฟรี 2 ที่
แต่เนื่องจากตอนแรกไม่รู้เลยพลาดไป 2 มื้อฟรีๆ (เสียดายยย)
ดีที่มารู้จากเพื่อนน้องฟัก (สมาชิกอีกคนที่เพิ่มมาตอนหลัง) เลยได้กินวันหลังๆ
จริงๆ แล้วบอมก็รู้ แต่มันไม่บอก เพราะนึกว่าเรารู้กันแล้ว 
แหมมม เพื่อนก็ช่างไม่รู้จักเพื่อนตัวเองเลย
ถ้าพวกเรารู้ มีหรอจะปล่อยให้พลาด(แอบเคืองนะเนี่ยยยยย)
อ่ะ ต่อเรื่องสภาพห้อง..
ห้องนอนก็เหมือนโรงแรมทั่วไป มีแอร์ ตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องทำน้ำอุ่น ฯลฯ

ห้องที่พวกเราได้นอนกันก็คือห้อง 3003 กะ 3004 ซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน
เรา จิยา สตาร์ บอม นอนห้อง 3003
ปิ่น นุ้ย พี น้องฟัก นอนห้อง 3004
เนื่องจากเป็นเตียงแฝดจึงนอนแยกชาย หญิงได้
แต่เอ๊ะ!! ทริปนี้ไม่มีผู้ชายนี่หว่า (555555)

พอเก็บของเสร็จ เราก็ชวนบอมออกไปรับจิยา ซึ่งอยู่ใน ม.
เราก็อุตส่าโทรไปถามจิยาแล้วนะ ว่าเสร็จรึยังจะให้ไปรับเลยมั๊ย?
ด้วยความกลัวว่าจิยาต้องอยู่คนเดียว เพราะเพื่อนจะเดินทางไปแม่โจ้กันแล้ว
(พิธีเปิดอยู่ที่แม่โจ้ เดะจุฬาฯ เดินทางไปกันเลยตั้งแต่อยู่สถานีรถไฟ)
<โปรดสังเกตความถึกของเดะจุฬาฯ>
จิยาบอกว่าอีก 15 นาที เค้าจะออกรถไปกันแล้ว เราก็เลยรีบลากบอมออกไปรับ
เรียกรถแดงคันนึง ซึ่งพี่คนขับก็ดีมาก คิดค่ารถคนละ 15 บาท
เรากะว่าไปถึงแล้วให้จิยาขึ้นรถมาเลย แล้วจะได้กลับไปทื่โรงแรม

pic 167 

ก่อนออกเดินทางจากโรงแรม
"จิยา แกอยู่ตรงไหนอ่ะ?"
"อยู่หอหญิง 3"
"เราออกไปรับแกเลยนะ แกไปเอากระเป๋าลงมาเลยนะ" (จิยาเก็บกระเป๋าไว้หอใน)
"อืมๆ"

รถแดงไปถึงหน้าหอหญิง 3
..Where is Jiya???..
(O o) (o O)
"จิยา แกอยู่ไหนเนี่ยย ช้านอยู่หน้าหอ 3 เนี่ย??"
"เราอยู่ตึกเรียนรวม 5 อะ มาเอาของกะเพื่อน" (เออ ดีจริงเพื่อนตรู)

"พี่ค่ะ ช่วยขับไปตึกเรียนรวม 5 ได้ป่ะค่ะ แหะๆ"
"ครับๆ"

รถแดงไปถึงตึกเรียนรวม 5
..Where is Jiya???..
(O o) (o O)
"จิยา แกอยู่ไหนเนี่ยยยยยยยยยยย??"
"ก็อยู่ตึกเรียนรวม 5 ไง"
"ไหน ชั้นไม่เห็น เห็นแกเลย อยุ่ไหนเนี่ย"
".."
สื่อสารกันนานมากกว่าจะรู้ว่าอยู่กันคนละฝั่งตึก
บอมเริ่มเอือมแล้วตอนนี้ รวมเราด้วย
เกรงใจพี่คนขับด้วย เลยให้พี่เค้าไปก่อน ไม่ต้องรอแล้ว

เรากะบอมเดินไปหาจิยา กว่าจะเจอ -*-
แต่ทว่า.."ไหนกระเป๋าแกอะจิยา??"
"อยู่บนห้องเพื่อน ยังไม่ได้ไปเอาเลย เรามาเอาของก่อน"
"-*-" <---- หน้าเรากะบอม

เออดีจริงๆ เพื่อนช้านนน ดีจริงๆ

ปรากฏว่าจิยาต้องมาเอาไม้พลองอันยาวเหยียด และผ้าสีดำผืนใหญ่
ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการแสดงของมหิดล
โดยจิยาต้องเอาไปเย็บที่โรงแรม -*-
หลังจากได้สิ่งที่จิยารอคอย
พวกเราก็ต้องเดินไปหยิบกระเป๋าจิยาที่หอหญิง 2
รอนานมากกกกกกกกกกกกก
เพราะเจ๊จิยาจำห้องไม่ได้ T^T
(สังเกตว่าไม่มีหอหญิง 3 เข้ามาเกี่ยวข้องเลย -*-)
จากนั้นต้องเดินไปเรียกรถแดง ซึ่งจอดอยู่ไกลออกไป
TT^TT เหนื่อยแล้วนะเพื่อนนนนนนนนน

เดินทางไปถึงโรงแรม (เฮ้อออ กว่าจะถึง++!!)
เรากะจิยาก็ตกลงกันว่าเด๋วไปดูหอแพรก่อนแล้วกัน
เพราะนุ่มบอกว่าห้องแพรไม่ใหญ่มาก
เรากะจิยากลัวว่าจะไปนอนเบียดนู๋แพร เลยขอไปดูสถานที่ก่อน
แต่ก็ไม่ได้ไป เพราะบอมบอกว่าให้นอนนี่ จะได้หารค่าห้องกัน
สรุปเลยนอนที่ดอยวิวเชียงใหม่ ^^

เก็บของเสร็จ เราก็ไปอาบน้ำ โดยที่จิยานั่งเย็บผ้าดำผืนใหญ่นั่น
อาบน้ำเสร็จปุ๊บ นั่งเล่นต่อซักพัก
พวกสตาร์ก็ชวนกันออกไปเดินเล่น
แต่เรากะจิยารอนู๋นุ่มอยู่ เลยไม่ได้ออกไป
นุ่มเพื่งสอบเสร็จวันนี้ และกำลังจะไปญี่ปุ่นในคืนเดียวกัน
(ดูความถึกของเพื่อนช้านนนนน :P)
เราเลยนัดมาเจอกันก่อนที่นู๋นุ่มจะไป (เพราะนุ่มไปญี่ปุ่น เลยไม่มีไกด์นำเที่ยวเลย) 

ไม่นานนัก หลังจากพวกสตาร์ออกไป
นู๋นุ่มก็มา โดยมาพร้อมกะพิมและแพร
เนื่องจากพิมขับรถมา พวกเราก็เลยแอบสบาย ^^
แล้วก็ออกไปนั่งกินข้าวที่ร้านแกงร้อน
พิมสั่งอาหารด้วยความชำนาญมาก
มีแกงฮังเล แกงโฮะ ไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม และอีกมากมาย จำไม่ได้และ
อาหารอร่อยดี แต่เรากินไปนิดเดียว เนื่องจากสภาพร่างกายไม่พร้อมเท่าไหร่ ^^"
ราคาอาหารร้านนี้ก็ไม่แพงเท่าไหร่
แต่เราไปไม่ถูกแล้วแหละ ร้านมันอยู่ในซอยอะ
(จนปัจจุบัน ยังงงกะถนนที่เชียงใหม่อยู่เลย -*-)

pic 028

กินข้าวเสร็จก็ไปส่งนู๋นุ่มที่หอแพทย์ ม.เชียงใหม่
หน้าห้องเจ๊นุ่มมีชั้นวางรองเท้าอยู่ เราเห็นแล้วทึ่งในเพื่อนคนนี้จริงๆ
รองเท้าของคนทั้งหอมารวมกัน ยังไม่เท่ารองเท้าของเจ๊นุ่มคนเดียว
-*-
ห้องเจ๊น่ารักดีนะ แต่แอบรกไปนิดนึง (หรือไม่นิดหว่า?)
..โหะๆๆ

pic 030 

แล้วก็เดินทางกลับโรงแรม โดยมีพิมผู้ใจดีไปส่ง
ระหว่างลงจากรถ ก็สวนกะกลุ่มสุ
พวกเจ๊กำลังจะไปเที่ยว Monkey Club (สถานบันเทิงขึ้นชื่อของเชียงใหม่)
(มี Warm up อีกที่ด้วย)
<เพิ่งรู้ว่าสุกะพิมเป็นเพื่อนกัน หลังจากสงสัยมานาน เพราะเห็นใน hi5>

เรากะจิยาขึ้นไปบนห้อง
เรานอนหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอน
ส่วนจิยานั่งเย็บผ้าต่อ(หล่ะมั้ง)
ตื่นมาอีกทีตอนที่จิยากลับเข้ามาในห้องพอดี

จิยาเอาผ้าที่เย็บเสร็จแล้ว ไปให้เพื่อนที่ในม.
จริงๆ เราจะไปด้วย แต่จิยาบอกว่าไม่กล้าปลุก เพราะเราหลับสนิทเหลือเกิน
พอดีจิยาลงไปเจอแอมที่กำลังจะไปรับพี่นุ่นที่ในม. เหมือนกัน
2 คนนั้นเลยไปด้วยกัน เสียค่ารถแดงไป 140 บาท แพงจริงๆ--"

หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งคุยกันว่าพรุ่งนี้จะไปไหนดี??
สรุปกันว่าจะไปดอยอินทนนท์ ตอน 7 โมง
แล้วก็แยกย้ายกันไปนอน

จบวันที่ 1 ของ ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่

to be continued..

10月13日

B'coz iNsoMniA ^^"

ตี 4 กว่าแล้ว ชั้นยังนั่งตาค้างอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตัวเก่ง
วันนี้ไม่มีใครเหลือใน MSN เลย จะหาคนคุยด้วยก็ยากเต็มที
 
ในวันอันยุ่งเหยิงที่ผ่านมา แล้วก็เพิ่งจะผ่านไปนั้น
หากจะคิดว่าเป็นวันดีวันนึงก็คงจะไม่ขัดแย้งกับความเป็นจริงนัก
ถึงแม้จะมียัยตัวจิ๋วมาวุ่นวายปั่นป่วนในชีวิตก็ตาม
แต่ก็ถือเป็นสีสันแปลกใหม่ที่ทำให้วันของเราไม่เงียบเหงาจนเกินไป
วันทั้งวันชั้นมัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง
แต่ตอนจะนอนดันมานั่งคิดไม่ตกในเรื่องบางเรื่อง
ชั้นไม่ใช่คนนอนหลับยาก แต่เป็นคนชอบคิด(หรือเรียกว่า คิดมาก นั่นแหละ)
จะเรียกว่าคิดมากซะทีเดียวก็ไม่ถูก มันฟังดูเหมือนคนเครียดๆ แต่เราไม่
เราชอบคิดวางแผนชีวิตในอนาคตก่อนนอน
และนั่นแหละ..ปัญหา!!
เราจะคิดไปเรื่อยๆ วางแผนทำนู้นทำนี่เต็มไปหมด
ซึ่งมักไม่ค่อยได้ทำตาม ทั้งที่เสียเวลาคิดไปค่อนคืน ^^"
พอเริ่มคิด ก็จะไม่สามารถหยุดคิดได้
ปกติแล้วชั้นจะจินตนาการนู้น นั่น นี่ โน่น แล้วก็หลับไปเอง
แต่วันนี้ชั้นยังไม่อยากหลับด้วยล่ะมั้ง เลยคิดไปคิดมา ไม่หลับซักที
 
ชั้นเป็นคนนอนดึกถึงดึกมาก ส่วนใหญ่จะเรียกว่า เช้า เลยก็ได้
ชั้นมีเหตุผลของชั้นนะ...
เพราะชั้นเป็นคนประเภทชอบหนีโลกแห่งความเป็นจริง
ชั้นไม่อยากนอน เพราะวันพรุ่งนี้ของชั้นจะมาถึงอย่างรวดเร็ว
ชั้นเป็นพวกนอนแล้วตื่นยาก เพราะชั้นไม่อยากเจอกับวันที่จะมาถึง
ชั้นเป็นพวกชอบดูซีรี่ย์ อ่านนิยาย เพราะมันเป็นชีวิตที่ชั้นฝัน
และมันทำให้ชั้นหลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงอย่างได้ผลทีเดียว
และอีกเหตุผลก็คือ ชั้นร้องไห้ได้ โดยไม่มีคนถามว่าชั้นเป็นอะไร

ชั้นชอบเวลาน้ำตาไหล เพราะมันเหมือนได้ปลดปล่อย
แต่ชั้นก็ไม่ชอบการร้องไห้ เพราะชั้นไม่ชอบเวลาตาบวม
ชั้นชอบนั่งอยู่คนเดียว มองท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนสี
มองเมฆที่ค่อยๆ เคลื่อนบนท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสีนั่น
ชั้นชอบแอบมองแล้วยิ้มให้กับการทำความดีของคนอื่น
ชั้นชอบยืนเสียบหูฟัง ฟังเพลง แล้วหลับตาบนรถไฟฟ้า
เพราะชั้นไม่ชอบการสบตากับคนอื่นที่ชั้นไม่รู้จัก

ชั้นไม่ชอบพูดระบายเรื่องที่ไม่สบายใจให้ใครต่อใครฟัง
เพราะชั้นไม่รู้จะเริ่มยังไง และไม่รู้จะทำหน้ายังไง
ชั้นชอบการเขียนไดอารี่ เพราะมันทำให้ชั้นนอนหลับ
ดังนั้นชั้นจึงมักเขียนไดอารี่ตอนดึกๆ หรือตอนเกือบเช้า
มีอีกมากมายเกี่ยวกับตัวชั้น ที่เพื่อนบางคนไม่เคยรู้ แม้จะรู้จักกันมานาน
 
ชั้นพร่ำเพ้อพรรณนาได้ล้านแปดในไดอารี่ ^^"
ชั้นชอบบ่นเรื่องเดิมซ้ำซาก หากคุยกับชั้นนานๆ - -"
ชั้นมักอยากกินนู้น กินนี่ เวลาดึกๆ -*-
ชั้นไม่ชอบให้คนอื่นมาว่าเพื่อนของชั้น แต่ชั้นว่าได้ :P
ชั้นไม่ชอบให้ใครโกหก เพราะเหมือนเค้าคิดว่าชั้นเป็นพวกรับความจริงไม่ได้ ><"
ชั้นรับความจริงได้เสมอ ถ้าพูดกันด้วยเหตุผล ^^
ชั้นก็เป็นของชั้นแบบนี้เรื่อยมาและคงเป็นตลอดไป ^o^
 
อะไรๆ ในโลกมักมี 2 ด้านเสมอ
ชั้นก็เป็นคนที่มี 2 ด้าน มีทั้งด้านดี และด้านไม่ดี
ชั้นไม่อาจแสดงด้านดีได้ตลอดเวลา เพราะมันเหนื่อยเกินไป
ชั้นอาจแสดงด้านไม่ดีในบางครั้ง แต่ชั้นไม่ได้ตั้งใจ
ชั้นไม่ชอบใส่ใจด้านไม่ดีของคนอื่น เพราะมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
แต่ชั้นก็ไม่ปิดหู ปิดตามองแต่ด้านดีของคนอื่นเช่นกัน
ชั้นมักมองคนทั้ง 2 ด้าน แต่เลือกที่จะนึกถึงด้านดีมากกว่าด้านไม่ดีเท่านั้นเอง
และชั้นก็อยากให้คนอื่นๆ ใส่ใจด้านดีของชั้นมากกว่าด้านไม่ดี ถึงแม้จะมีน้อยก็ตามที
 
 
 
สุดท้าย..
ชั้นมีเพื่อนสนิทที่ต่อให้ห่างกันไกลเท่าไหร่ พวกเค้าก็ยังอยู่ในใจชั้นเสมอ
ถึงพวกเค้าไม่ได้อยู่กุมมือชั้นเวลาชั้นร้องไห้ แต่ชั้นรู้ว่าพวกเค้าเป็นห่วงชั้น
ชั้นอบอุ่นใจเสมอ..เมื่อชั้นคิดถึงพวกเค้า
ชั้นขอบคุณโลกใบนี้ที่ทำให้เราได้พบและรักกัน
ชั้นอาจไม่ใช่เพื่อนที่ดีเท่าไหร่ แต่ชั้นรักพวกเค้าเสมอและตลอดไป
เกิดอีกกี่ครั้ง..ชั้นก็ยังอยากเป็นเพื่อนสนิทกับพวกเค้าเรื่อยไป
แพร แนน นุ่ม บุ๋ม ซัง ชั้นรักพวกแกมากกกกกกกกกที่สุด!!
 
ชั้นเริ่มมีเพื่อนสนิทเพิ่มขึ้น ชั้นเป็นห่วงพวกเค้าเสมอ
ชั้นอาจจะรักพวกเค้าไม่เท่ากับเพื่อนสมัยมัธยม แต่ชั้นก็รัก
ชั้นอยากขอบคุณพวกเค้าทุกคน ที่ทำให้ชีวิตมหา'ลัยของชั้นมีสีสัน

อยากขอบคุณที่พวกเค้าช่วยชั้นตลอดมา
ชั้นดีใจที่ชั้นมีพวกเค้าเป็นเพื่อนสนิทอีกกลุ่ม
ชั้นจะไม่มีวันลืม วันเวลาดีๆ ที่เรามีกันและกัน
บอม สตาร์ เบล ปิ่น จิ๊บ ฯลฯ ขอบคุณนะ
 
นัทลี และ พิชชี่ ถึงกาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
ชั้นก็ไม่เคยรู้สึกว่าความสนิทของเราลดน้อยลงเลย
 
ขอบคุณโลกใบกลมๆ
ขอบคุณป๊ะป๊า และ ม๊าม้า
ขอบคุณเฮียกร มีมี่ มิว
ขอบคุณประภามมนตรี
ขอบคุณราชวินิตบางแก้ว
ขอบคุณคณะเภสัชฯ จุฬาฯ
ขอบคุณตัวชั้นเอง
..ที่ทำให้วันทุกวันผ่านไปอย่างมีความหมาย..
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
Ps. - วันนี้เมื่อ 2 ปีก่อน เราก็อัพสเปซเหมือนกัน บังเอิญดีจัง ^^
     - เกรดเทอมนี้ออกมาดีเกินคาด แอบดีใจมากๆ 5555 ^O^ (หวังว่าเพื่อนไม่ได้ดูเกรดให้ผิดนะ -*-)
     - สเปซวันนี้ เหตุเกิดจาก temporary insomnia syndrome = =
     - สำหรับคนที่ไม่รู้ว่ายัยตัวจิ๋วคือใคร เค้าคือ น้องมายด์ ลูกของน้าเราเอง
     - ..อย่าลืมอ่านสเปซของเมื่อวันก่อนด้วยนะ พอดีอารมณ์อยากอัพ มันมาถี่ไปหน่อย ^^..
     - สงสัยจังว่าจะได้ไปมั๊ยเชียงใหม่ ???

     - สุขสันต์วันปิดเทอมนะทุกคน
10月11日

*+..Once upon a Time..+*

เมื่อ 20 ปีก่อน..
มีเด็กผู้หญิงคนนึงลืมตามองดูโลก
เธอมีพี่ชาย 1 คน ที่เกิดห่างจากเธอแค่ปีกว่าเท่านั้น
ในตอนนั้นเธอไม่รู้หรอกว่าจะมีน้องสาวจอมยุ่งตามเธอมาอีก 2 คน
ในเวลาไล่เลี่ยกันนั่นแหละ

เธอไม่น่ารักเท่าไหร่หรอก
ตอนเธอเกิด ยายบอกว่าเธอตัวซีดเหมือนไม่สบาย
แต่จริงๆ เพราะขาวเกินไป -*-
เธอเกิดมาพร้อมดวงตาคู่เล็กๆ
ในตอนนั้นก็ไม่ได้เล็กไปกว่าตาของพี่ชายซักเท่าไหร่หรอก
แต่พอโตมา ก็ไม่รู้ทำไมพี่ชายถึงพัฒนาไปได้ไกลกว่า -*-
แต่ถึงแม้เธอจะตาเล็ก แต่โลกใบนี้สำหรับเธอ ก็ไม่เคยเล็กเลย

เธอเป็นคนความจำไม่ดี
จำอะไรไม่ได้เลย ตอนยังเด็ก
ความทรงจำที่เก่าที่สุดของเธอคงเป็นตอนอนุบาล 2
ซึ่งมันมีเพียงภาพเด็กผู้หญิงคนนึง นั่งอยู่ในห้องเรียน
กำลังคัดลายมือหรือบรรจงเขียนอะไรซักอย่างลงไปในสมุดการบ้านของเธอ
และมีคุณครูจั๊กจั่นนั่งมองอยู่ที่โต๊ะของคุณครูเอง

ความทรงจำในวัยเด็ก ที่เก่าที่สุด มีสาระอยู่เพียงเท่านี้
จากมุมมองคนภายนอก คงคิดว่ามันเป็นเพียงเรื่องไร้สาระ
แต่สำหรับเธอ มันถือเป็นความทรงจำที่มีค่าทีสุด
ไม่ใช่เพราะเหตุการณ์พิเศษอะไร
แต่มันเป็นภาพของเธอในวัยเด็กที่สุดก็เท่านั้นเอง

เธออิจฉาคนอื่นๆ ที่เก็บความทรงจำไว้อย่างดี
เธอสงสัยมาตลอดเวลาว่าเธอไปทำหล่นหายไว้ที่ไหน
แต่เธอก็รู้ว่าไม่มีวันที่จะตามหามันเจอ

ความทรงจำที่หายไปแล้ว..คงไม่มีวันได้คืนมา
ความทรงจำที่ยังอยู่..จะบรรจงเก็บรักษาไว้อย่างดี

วันนี้เธอเริ่มเก็บรักษาความทรงจำของเธอ
ถ้าคุณอยากอยู่ในความทรงจำของเธอ
ก็เขียนเล่าเรื่องในวันวานที่ผ่านมานานที่สุดของคุณให้เธออ่านสิ
และเธอสัญญาว่าเธอจะไม่ทำมันหล่นหายอีกต่อไป

แล้ววันไหนที่คุณลืมเรื่องเหล่านั้น
ลองมาหาคำตอบจากที่นี่ ที่เดิมที่คุณบันทึกมันไว้

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------

*+*Happy Birthday*+*
..นู๋แนน เพื่อนที่น่ารักที่สุดเลยยยย ^^..

มีความสุขมากๆ นะจ๊ะเพื่อนรัก
เราดีใจที่มีแกเป็นเพื่อนนะ
แกจะไม่มีวันจางหายไปจากความทรงจำเราเลย

รักแกมากกกกก..มากเท่าที่คนๆ นึงจะรักเพื่อนได้

จุ๊บ จุ๊บส์