MinG 的个人资料..MinG NarakK..照片日志列表更多 工具 帮助
8月25日

~ ก า ร เ ดิ น ท า ง ~

เริ่มด้วยเช้าของใครหลายๆ คน แต่สายสำหรับเรา
 
"กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!" งัวเงียๆ กี่โมงแล้วหล่ะเนี่ยยย
 
- 7.30 น. - เห้อออออ สายอีกแล้วเรา..เฮ้ยยยยยย!!!
 
รีบอย่างรวดเร็ว พรึ่บบ!! 8.00 น. เสร็จ ^^"
 
รถน้ำมันจะหมด -*-
 
แวะเติมก่อน พอมีเวลาเหลือ น่าจะทันแหละน่า
 
8.15 น. "ตึ้กๆ ๆ ๆๆๆ จะทันมั๊ยหล่ะเนี่ยยย"
 
8.30 น. บนทางด่วน ทางลงพระราม 4
 
ง่ะ - -"
 
ทำไมไม่เปิดทางลงหล่ะเนี่ย ถึงว่ารถติดเป็นหางว่าวเลย
(เผื่อคนไม่รู้ ทางลงพระราม 4 จะปิดตอน 7.00 ถึง 8.30 อะจ๊ะ)
 
ไอคุณตำรวจก็ยืนดูเฉยๆ ให้คนแทรกกรวยเข้าไปเอง
 
มันคิดได้ยังไง!!!
 
..แต่ในที่สุด..
 
ถึงคณะตั้งแต่ 8.45 น. โหะๆๆ
 
รอดไปอีกหนึ่งวัน ^^"
 
ต้องขอบคุณท่านพ่อ ที่ขับรถได้เร็วทันใจ
 
คงเพราะหน้าลูกสาว เริ่มถอดสีไปแล้ว ^^
 
--------------------นี่เป็นการเดินทางในช่วงเช้าของวัน--------------------------
 
หลังเลิกฝึกงาน เกือบๆ 1 ทุ่ม
เพื่อนๆ ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
ส่วนเราก็กลับพร้อมปิ่นและแอม
ก่อนกลับก็นั่งกินข้าวกันที่ฮะจิบัง
กินไป เม้าท์ไป สนุกสนาน ฮาเฮ
 
"เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น" ----> น้องเราโทรมาเอง
 
คุยกันแปบนึง ได้ความว่าต้องไปหามันที่บ้านยาย
แล้วก็ค่อยกลับบ้านพร้อมกันอีกที
 
จากรถไฟฟ้า ก็เปลี่ยนไปเป็น รถสาย 79
 
ระยะทางมันสั้นมากๆ เลยนะ
แต่ไม่รู้หลับไปกี่ตื่น -*-
 
อ่ะ ถึงแล้วววววว เฮ้อออ จะได้กลับบ้านซะที เหนื่อย!!!
 
ก็ตกลงกันว่าจะนั่งแทกซี่กลับบ้าน เพราะของหนัก!!
 
แต่จะรอส่งแฟนน้องก่อน..รออยู่ชาตินึงได้ รถ 511 คันที่ 3 จึงผ่านมา
(คันที่ 1 และ 2 ผ่านไป ตอนคุณน้องพาแฟนไปซื้อของ -*-)
 
ส่งขึ้นรถเสร็จ
ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 3 ทุ่ม หรือไม่ก็ 3 ทุ่มนิดๆ
 
ถนนโล่งมากกก
และรถก็โล่งมากเช่นกัน
 
เลยตกลงกะน้องอีกที จะนั่งรถเมล์ดีมั๊ย?
นั่งคิดอยู่พักนึง ก็ตัดสินใจได้ (ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์)
 
" ถ้ารถมาแล้วคนเยอะ จะนั่งแท็กซี่กลับ ถ้าไม่เยอะจะขึ้นเลย "
 
รอไม่ถึง 10 นาที รถที่รอคอยก็มา
 
<คิดแล้วก็ตลกดี
แฟนน้องก็นั่งสาย 511 กลับ
เราและน้องก็นั่งสาย 511 กลับ
แต่ไปคนละทาง ^^>
 
โอ้ววว รถโล่งพอตัว ขึ้นไปก้ได้ที่นั่งเลย
ซักพักก็ย้ายที่นั่ง เราะตอนแรกนั่งหลังสุด
ของมันเกะกะคนอื่น เลยย้ายที่ ตอนมีเก้าอี้คู่ว่าง
 
นั่งไปตอนแรกๆ
ก็ไม่แย่เท่าไหร่เนอะ
รถวิ่งไปเรื่อยๆ ไม่ช้า ไม่เร็ว ไม่ติด!!
 
พอเริ่มเข้าถนนสุขุมวิทเท่านั้นแหละ
ลางร้ายเริ่มปรากฏ..TT^TT
โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงนานา อโศก เป็นต้นไป
 
การเดินทางที่ยาวนานที่สุดในรอบปีก็เริ่มต้นขึ้น
 
รถติดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ไม่กระดุกกระดิกเลย นั่งอยู่ที่เดิม
หันไปกี่ครั้ง กี่ครั้ง ก็ที่เดิม!!!
 
TT^TT
 
นู๋อยากขึ้นแทกซี่ ขอย้อนเวลาได้มั๊ยยยยย?
ไม่น่าหาเรื่องเลยจริงๆ
 
 
เอ้าน่า นั่งอยู่บนรถแอร์สบายๆ นั่งไปเหอะ <--- ปลอบใจตัวเองไปเรื่อย
 
หลับไปหลายตื่นมากๆๆ ดีนะที่น้องมันไม่ง่วง
เรานี่ง่วงมากๆๆๆๆๆ ตั้งใจแต่เช้าว่าต้องนอนเร็วให้ได้ ^^!!
 
พอถึงสุขุมวิท 101 ได้มั้ง ถามน้องว่ากี่โมงแล้ว
แม่เจ้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
22.49 น.
 
ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เตียงนอนของช้านนนนน
กลายเปนเบาะรถเมล์ไปได้ไงฟะเนี่ยยยยย
 
อืม จะถึงแล้วๆๆ ปลอบใจตัวเองต่อไป..
 
วางแผนว่าจะลงรถเมล์ตรงอุดมสุข แล้วต่อแทกซี่เข้าบ้าน
 
อ่ะ 5 ทุ่มกว่าๆ
 
ในที่สุด..
 
ก็ได้ฤกษ์ลงจากรถซะที
 
เราอาสาจะถือถุงที่มีของหนักๆ เอง ให้น้องถือกระเป๋าเราแทน
 
ขณะก้าวลงบันได สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้น T^T
 
โอ๊ะ!! ไอถุงเจ้ากรรมมันดันปัดมาโดนขาเรา
 
ก็ที่รู้ๆ กัน ขาเราไม่ได้มีประสิทธิภาพอย่างที่คิด
 
ยืนอยู่ดีๆ ยังล้มได้ (คงพอเดาตอนต่อไปได้ใช่ม่ะ)
 
ขาพลิกไปข้างนึง ดีที่มือนึงจับราวบันไดไว้ได้
 
(น้องเริ่มตกใจ พี่เรามันทำไรว่ะเนี่ยยย!?!)
 
รองเท้าก็ผิดรูปผิดร่างไปเรียบร้อย เพราะมันเป็นแค่สายคาดๆ
 
ไอรถเมล์ก็อยากจะกลับบ้านเหมือนกันมั้ง
 
แทนที่จะหยุด ดันวิ่งต่อไป ยังดีที่เห็นใจ วิ่งแค่เอื่อยๆ YoY
 
โอ้ยย จะลงไงว่ะเนี่ยย เลยตัดสินใจก้าวลงไปทั้งยังงั้น
(สายตาคนที่นั่งริมหน้าต่าง พร้อมใจกันมองมาที่ตัวประหลาดข้างประตู)
(สายตาแสดงความสมเพช + ตกใจของคนนั่งขายพวงมาลัย มองมายังไอตัวประหลาดที่ลงมาไม่เป็นท่า..เราลงไปตรงหน้าเค้าพอดี >o<)
 
ลงไปเสร็จ ความโง่ งี่เง่าของเรายังไม่จบ
 
ดันไม่ยอมปล่อยมือจากราวบันได
(โอ้ยย โง่ได้อีก ตรู)
(ดีนะ มีน้องสาวสุดเลิฟอยู่ด้วย ไม่งั้นคงทำตัวไม่ถูก)
(จะว่าไป มันไม่ช่วยเราเลยง่ะ ได้แต่ส่งสายตาแสดงความฉงนและเห็นใจ..ช้านไม่ต้องการ -*-)
 
นึกได้ ตอนมือมานเริ่มถูกดึงไปพร้อมกะรถ เลยรีบปล่อย T^T
 
ลงมาเสร็จ น้องสุดเลิฟ เริ่มทำหน้าที่
 
โบกรถแทกซี่อย่างรวดเร็ว
(ถ้าไม่มีแทกซี่ตอนนั้น ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนดี T^T)
 
ขึ้นไปเสร็จ เฮ้อออออออออออออ ค่อยยังชั่ว ^^
 
เอามือวางบนตักตัวเอง
 
โอ้ย ทำไมมันปวดจังง่ะ Y^Y
 
เวงกำ ดันเซไปโดนอะไรซักอย่าง
(ต้องเข้าใจว่ามันเกิดเร็วมาก ไม่รู้โดนอะไร *-*!)
 
ดันไปซ้ำแพ้เดิม ที่ไม่รู้โดนอะไรมา ยังเขียวไม่หายเลย
 
คราวนี้มีปืดเป็นรอยสีแดงๆ มาอยู่เป็นเพื่อนไอ้สีเขียวอีก
 
ฮือๆๆ
 
ข้อเท้า หน้าแข้ง หัวเข่าช้านนนนนนนนนนน
เฮ้อออออ !!
ไอซุ่มซ่ามเอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ไม่รู้จะหาคำอะไรมาด่าตัวเองดีตอนนี้ !><!
 
แต่ยังดี แผลไม่รุนแรงเท่าไหร่
แต่ก็แอบเจ็บอยู่ดี
คาดว่าพรุ่งนี้จะหายดี
สาธุ
 
-เรื่องโง่ๆ ในการเดินทาง ของคนที่ไม่ใช่นักเดินทาง-
 

Ps. - สเปซและสีสเปซวันนี้ ขออุทิศให้แก่ความโง่ของเราเอง
     - ไม่มีอีกแล้วววว นั่งรถเมล์แบบนี้ T^T
     - อ่านกันจบรึป่าว? วันนี้อัพยาวไปหน่อย อัดอั้นตันใจมาก ^^!
     - เหนื่อยและ ขอไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้มีฝึกงาน 8.30 น. (มานั่งอัพทำไมฟะเนี่ยยยย..อัดอั้นตันใจไงหล่ะ ^^!)
     - เหตุการณ์มันมากมายเหลือเกิน เพิ่งจะถึงบ้านตอนที่อัพเนี่ยแหละ ถ้าลืมทำอะไรไป ก็ขอโทษด้วยหล่ะกัน อย่าโกรธกันเลยนะ ><"
     - จบข่าว -
 
 
 
 
 
 
 
8月11日

"ที่ยืนยังมีอยู่.."

วันที่อุปสรรคและปัญหาถาโถมมาสู่ชีวิต
ได้กลายเป็นวันที่ความหวังอับแสง
และเหมือนชีวิตมืดมน
หลายคนเฝ้าตัดพ้อและคร่ำครวญ
ว่าชีวิตไม่มีหนทางไป โลกไม่มีที่อยู่
เหมือนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า
แค่ผลักประตูออกไป
ก็มีถนนมากมายรออยู่ตรงหน้า
มีสิ่งใหม่ในชีวิตอีกร้อยพันอย่างให้เรียนรู้
มีความหวัง ความฝันมากมายรอให้ไขว่คว้า
มีมือของใครต่อใครอีกมากมาย
ที่ยื่นมาให้เราเกาะเพื่อลุกขึ้น
มีดวงตะวันดวงใหญ่ที่จะฉายแสงอยู่ในทุกๆ เช้า
อย่างนี้แล้วโลกจะมืดมนตรงไหน
จะไม่มีทางไปตรงไหน โลกไม่มีที่ให้อยู่ตรงไหน

หรือถ้าโลกไม่มีที่ให้อยู่จริงๆ
ไม่มีที่จะอยู่จริงๆ

ก็ อ ยู่ ไ ป ก่ อ น . . .
ต ร ง ที่ เ ท้ า ยื น

บทความดีๆ จากหนังสือ "ชีวิตไม่ได้มีไว้ให้ยอมแพ้", ลูกปัด...เขียน, สำนักพิมพ์ใยไหม

8月5日

Rope & Life

ชีวิตคนก็เหมือนกับกองเชือกที่เต็มไปด้วยปมล้านแปดพันปม
เหมือนพระเจ้าโยนกองเชือกนี้ลงมาในโลกพร้อมๆ กับเรา
แล้วเฝ้ารอดูว่าเราจะจัดการกับปมเชือกของเราอย่างไร

ปมเชือก ก็เปรียบเหมือน ปัญหาและอุปสรรคนานัปการในชีวิตคนไงหล่ะ

หากเราได้แต่จ้องมองมันด้วยความท้อแท้
และเอาแต่คิดตลอดเวลาว่า
..มันไม่มีวันเป็นไปได้ที่จะแก้ปมทั้งหมดนี่!!!
กองเชือกที่เต็มไปด้วยปมนั้น
ก็จะยังคงเป็นกองเชือกที่ยุ่งเหยิงต่อไปอย่างนั้น

ปัญหาไม่มีวันหมดไปหรอก ถ้าเราไม่แก้ไข
การทำเป็นมองไม่เห็น ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอยู่
ซักวันเราก็ต้องมานั่งปวดหัวกับปัญหาเหล่านั้นอยู่ดี

ลองคิดซะใหม่
ลองสู้กับมันซักตั้ง
ลองใช้ความพยายามที่มี
..มันจะเป็นไปไม่ได้ ก็ให้มันรู้กันไป!!!
ในโลกใบนี้ไม่มีปมเชือกใด ที่ไม่มีทางแก้
มันมีวิถีของมันอยู่แล้ว อยู่ที่เราจะหาเจอมั๊ย???

ถึงจะเริ่มต้นแก้ปัญหาช้าไปหน่อย
แต่ก็ยังดีที่คิดจะเริ่มและได้เริ่ม..จริงมั๊ย?

ทางแก้มันไม่ได้ยากหรอก
แค่เรามี สติ สมาธิ และปัญญา เท่านั้นเอง

เราต้องรู้ว่าเราควรจะแก้เชือกตรงปมไหนก่อน
เพราะหากเราแก้ผิดปม มันอาจกลายเป็นปัญหากองใหญ่กว่าเดิม

เราต้องรู้จักใช้สมาธิและสติให้เป็นประโยชน์
อย่าใช้ความใจร้อนในการแก้ปมเชือกเหล่านั้น
เพราะมันมีแต่จะทำให้ปมเหล่านั้นยิ่งรัดแน่นมากขึ้นไปอีก

ปมบางปมแก้ออกอย่างง่ายดาย
แต่ปมบางปมก็ต้องอาศัยเวลานานกว่าหลายเท่านัก

แต่เราในฐานะคนแก้ปมเชือกเหล่านี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ..
"เราต้องมีความเชื่อว่าไม่มีปมไหนในโลกที่แก้ไม่ออก"
เชื่อเถอะว่า 'ความศรัทธา' มันเป็นยาชูกำลังชั้นหนึ่ง

..ในที่สุด กองเชือกที่ดูไร้ประโยชน์และน่าชวนหัว
จะกลายเป็นเชือกตรงๆ เส้นหนึ่ง
แล้วคิดดูสิ ว่าเราในฐานะคนแก้ จะภูมิใจกับมันแค่ไหน?

แล้วเราจะพบว่าจริงๆ กองเชือกเหล่านั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด
แค่เราคิดจะเริ่ม ก็มีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว
แล้วถ้าลงมือทำ จะไม่สำเร็จเชียวหรอ

ชีวิตคนเราจริงๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก
พระเจ้าแค่ให้อุปสรรคมาทดสอบด้วยเท่านั้นเอง
อย่าท้อแท้กับอุปสรรคเหล่านั้น
คิดซะว่าเป็นแค่เกม เกมในชีวิตเกมหนึ่งที่เราต้องเป็นผู้ชนะ
หรือถึงแม้จะไม่เป็นผู้ชนะ..แต่ก็ได้พยายามแล้วนี่นา
ได้ใช้ความสามารถที่เรามี และทำจนสุดความสามารถแล้ว
ถึงเราจะไม่ชนะพระเจ้า แต่อย่างน้อยเราก็ 'ชนะตัวเอง'

เค้าว่ากันว่า "การชนะตัวเอง เป็นเรื่องที่ยากที่สุด และเป็นการเอาฃนะที่ดีที่สุดอีกด้วย"

แล้วเราจะไม่ภูมิใจเลยหรอ??
เมื่อเรามองย้อนกลับไปในอดีต
แล้วพบว่าเราก็ทำได้นะ ^^

แต่ในความเป็นจริง..กองเชือกนี้คงไม่ได้มีแค่เส้นเดียวหรอก
แต่มันมีเชือกหลายเส้นมาเกี่ยวพันกันต่างหาก
ยิ่งมีจำนวนมากขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งแก้ยากขึ้นเท่านั้น

เหมือนที่เค้าว่ากันว่า "มากคน มากความ" ยังไงหล่ะ

แต่ก็ท้าทายดีไม่ใช่หรอ ??

 

 

ตอนนี้กองเชือกอยู่ตรงหน้าคุณแล้วหล่ะ
จะทำอย่างไรดีหล่ะ
คุณมี 2 ทางเลือกเองนะ
ทำ หรือ ไม่ทำ
?^^?