MinG 的个人资料..MinG NarakK..照片日志列表更多 工具 帮助

日志


7月18日

เทศกาลสอบกลับมาอีกครา!!!

และแล้วก็เดินมาถึงเทศกาลสอบกลางภาคอีกครา
ในขณะที่เพื่อนๆ หลายคนเริ่มจะลาเวทีแห่งการสอบไปแล้ว
ชีวิตยัยหมุงหมิงคนนี้ยังคงเหมือนเดิม
 
เราไม่อิจฉาคนอื่นหรอกที่สอบแค่ตัว 2 ตัว และบางคนไม่ต้องสอบเลย!!!
ทั้งๆ ที่เราต้องสอบตั้ง 7 ตัว ในระยะเวลา 6 วัน (จ-ส)
แถมมีวิชาสุดหิน Org Phar Chem มากระแทกหัวสมองให้หลุดเป็นเสี่ยงๆ
 
หวังว่าการสอบครั้งนี้จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
สาธุ !!!
 
วันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะมาบ่นหรอกว่า..
อ่านไม่รู้เรื่องเล้ยยยย!!!
อ่านไม่ทันแล้ววว
T_T
 
แต่จะมาบ่นว่าเทศกาลสอบครั้งนี้เรากินอะไรมากมายมหาศาลแค่ไหน
เอาคร่าวๆ แค่วันนี้พอเป็นตัวอย่างให้เห็นภาพ
 
เริ่มต้นการตื่นมาด้วยโจ๊ก 1 ชาม กะ ปาท่องโก๋ 4 ตัว
เค้กกาโตว์ 1/5 ชิ้น (อีก 4/5 รุสึกจะยัยมีมี่)
cereal อะไรไม่รู้ที่ไม่อร่อยเลย ในปริมาณนิดหน่อย
โดนัท (Mister Donut half maple ring / strawberry ring) 1 ชิ้น
เบนโตะ (ปลาเส้นอะ) 1/3 ห่อ
เลย์โนริไซต์ XL 1 ห่อ (แบ่งกะยัยมีมี่)
ข้าวกะปูจ๋าและผัดวุ้นเส้น 1 ชาม
ทีนนี่ (ขนมดอกไม้) 1/2 กล่อง
ป๊อกกี้ ชอกโกแลต 1/2 กล่อง
โคลอน ไส้ชอกโกแลต 1/2 กล่อง
 
ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นแค่ที่พอจะนึกได้ในตอนนี้
คาดว่ายังมีรายการที่นึกไม่ออกอีก 2-3 รายการ
 
โอ้ววววว แม่เจ้า!!!
จะได้เป็นหมูตัวจริงก็ตอนนี้แหละ
อ่านก็ไม่กระเตื้องซักกะติ๊ดดดด
ยังจะกินแบบบ้าพลังอีก
เซงตัวเองจริงๆ
 
แต่ขอแอบนินทานิดนึง
ว่ายัยน้องมีมี่คนสวย(ของคนอื่นๆ)
กินไปเยอะกว่าเราอีก
เหอะๆๆ
 
คาดการณ์ว่าจบเทศกาลสอบนี้
คงได้เป็น 2  หมูเดินพุงพลุ้ยเป็นแน่
 
มาระบายแค่นี้แหละ
สาระม่ะ??
 
ปล.ถึงยัยหมุงหมิงในอนาคต ที่เธออ้วนจนเป็นอย่างทุกวันนี้ ก็เพราะสิ่งที่เธอกินตลอดช่วงเวลาสอบเนี่ยแหละ!!!
 
ขณะที่กำลังเขียนอยู่นี้ ยัยน้องมีมี่ได้หยิบยื่นกัสเซนมาให้กินอีก
หวังดีต่อพี่สาวคนนี้ซะจริง จริ๊งงงงงงง !!!
(แต่เราไม่หลงกลหรอก ไม่กินหรอก ชิส์ ><)
จริงๆ เราไม่ชอบกินกัสเซนเอาซะเลย ให้ตาย -*-
โหะๆ
 
สุดท้ายจริงๆ แล้ว
นอกจากจะกินเยอะ ยังไม่ลืมที่จะนอนเยอะอีกด้วย
นอน 6 โมงเช้า ตื่นมาบ่าย 2
นอนอีกครั้งตอน 6 โมงเยน ตื่นมา 3 ทุ่ม
จึงไม่แปลกที่วันต่อไปก็ต้องนอน 6 โมงเช้า ตื่นมาบ่าย 2 เช่นเคย
เป็นวงจรอุบาทว์เช่นนี้เรื่อยไป
T^T
10月28日

ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่ (cont.3)

หลังจากพักหายใจหายคอมาได้ระยะนึง
ก็ได้เวลามาติดตามตอนต่อไปซักทีนะ
มีใครรออยู่รึป่าวเอ่ย??

อ๊ะ เพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลา เริ่มเลยแล้วกันนะจ๊ะ

Let's go (ย่อมาจาก let us go..สาระ -*-)

หลังจากขึ้นรถแดง เพื่อมุ่งหน้าไปยังพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์
ด้วยความที่เมื่อคืนไม่ได้หลับได้นอนเหมือนชาวบ้านเค้า
เลยขอช่วงเวลาตรงนี้หลับนอนพักสายตาหน่อยหล่ะกัน
ทุกคนในรถหลับกันหมดเลยด้วย..แล้วเราจะอยู่ทำไมหล่ะ??

นั่งหลับ(ตา)ไปได้ซักพักนึง
โอ้วววว..
ลางร้ายเริ่มปรากฏของจริงแล้วอะ
T^T
อยู่ดีๆ ก็เกิดอาการเมารถซะยังงั้น
(พอดี เป็นคนหลับตาตอนรถวิ่งไม่ได้อ่ะ มันจะเมา)
(เออ รู้แล้วยังทำอีกนะ ไอบร้าเอ้ยยย!!)
(ตอนนั้นมันง่วงนี่หว่า ก็นึกว่าจะหลับไปเลย - -")
แง้ๆๆๆ ช่วยนู๋ด้วยค่ะ

'อีกไกลมั๊ยเนี่ยกว่าจะถึง เริ่มจะไม่ไหวแล้วน้า'
'ถ้าอ้วกใส่เพื่อนตรงหน้า มันจะโกรธเรามั๊ยหล่ะเนี่ย?'
'โอ้ยยยยย ไม่กล้าจะเปิดปากเลยอ่ะ กลัวอ้วกง่า'
'นู๋ขอลง แล้วเดินลงเขาไปเองได้มั๊ยค่ะ?'
'...'

เฮ้อออออ..
ในที่สุด..ก็ถึงซะทีโว้ยยยย
ตรูเกือบตาย++!!!

คนอื่นๆ เค้าลั๊นล้ากันหมด
ยกเว้นเรากะปิ่นที่หมดสภาพจริงๆ
ตอนแรกดูเหมือนเราจะแย่กว่าปิ่นนะ
ยาดมนี่แทบจะเอาไม่อยู่
(จริงๆ ตัวเองก็มีนะ ยาดมอ่ะ แต่หยิบไม่ได้ T^T)
(เป็นคนหาของตอนรถวิ่งไม่ได้ด้วยอะ)
(อยู่บนรถนี่แทบจะกระดุกกระดิกรายไม่ได้เลยแหะเรา -*-)

ขอสารภาพอีกอย่าง..
จริงๆ ก่อนขึ้นรถ พี่ๆ เค้าก็เตือนแล้วว่าจะเมารถนะ
แต่คิดว่าตัวเองสภาพดีมากเลยไง
ยาแก้เมารถนี่เชอะ!! เมินใส่
(นู๋ผิดไปแล้วว ตอนนี้ขอได้มั๊ย???)
(แต่ยาแก้เมารถ ต้องกินก่อนขึ้นรถ อย่างน้อย 2 ชั่วโมงง่ะ T^T)
เฮ้ออ ยัยหมุงหมิงเอ้ยยย
สมน้ำหน้า!!!~

pic 247 

พระตำหนักภูพิงค์นี่สวยมากเลยนะ..ขอบอก
อากาศก็ดีด้วย เย็นดีอะ คนชอบอากาศเย็นๆ คงชอบ
แต่อารมณ์นี้ กลายเป็นเหมือนสุสานฝังเรามากกว่า
(เราไม่ค่อยชอบอากาศหนาวๆ อ่า)
เพื่อนๆ มันเดินถ่ายรูปกันไปตลอดทาง
ก็วิวมันสวยจริงๆ นี่นา ^^
เราก็อยากจะไปร่วมวงกะมันด้วยนะ
แต่..
สังขารของคุณป้าอย่างเราไม่ไหวจริงๆ
ฮือๆๆๆ (แก่แล้วหรอเนี่ยย?? พึ่งรู้ตัวก็ตอนนี้ -*-)

ตอนแรกๆ ปิ่นก็เดินเป็นคุณป้าเหมือนกะเราเนี่ยแหละ
แต่พอมีกล้องเข้ามาเท่านั้นแหละ
กลายเป็นเด็กวัยรุ่นเริ่มแรกเชียว
ทิ้งกานนี่หว่า...ยัยปิ่นนนนนนนน T^T

สรุป..เหลือเราเดินป้าอยู่คนเดียว
เห็นเก้าอี้ระหว่างทางไม่ได้เลย
ยัยหมุงหมิงคนนี้นั่งมาหมดแล้วครับพี่น้อง
โหะๆๆๆ

 pic 248

เดินจนไปถึงอ่างเก็บน้ำ ที่มีน้ำตกเต้นระบำ
อากาศดีมาก มันโล่งอย่างบอกไม่ถูก
ตอนนี้เราเริ่มรู้สึกดีขึ้นและ
อาการเมารถเริ่มหายไปจนเกือบหมด
เย้ๆๆๆ (หายซะที -*-)

กว่าจะหาย..เพื่อนมันถ่ายรูปกันจนเหนื่อยและ
ว้าาาาา..อดถ่ายเลยเรา (เลยถ่ายรูปตัวเองแทน 555)

กว่าจะหาย..มันจะกลับกันแล้วด้วย
ฮือๆๆๆ อุส่าเมารถมาอย่างทรมาน
แต่ไม่มีอารมณ์จะชมทัศนียภาพอันแสนสวยเลย
แย่จัง!!
(ถ้าคราวหน้ามีคนชวนไปอีก..คงคิดหนัก ^^")

ได้เวลาเริ่มเดินทางอีกครั้ง
คราวนี้ต้องลงเขาค่ะ เพื่อไปพระธาตุดอยสุเทพ
พี่ๆ ก็ให้กำลังใจกันดีจริงๆ
'ลงเขา นี่เมาหนักกว่าขาขึ้นอีกนะค่ะ'
'- -' <--- เราซีดไปเลย

เอาว่ะ ยังไงก็เลี่ยงไม่ได้
จะอาศัยที่นี่เป็นที่อยู่ไปตลอดชีวิตก็คงไม่ได้
ล  ง  ก็  ไ  ด้  ว้  า T_T

pic 300

ขากลับ เริ่มรู้ทริคแล้ว
เลยหนีไปนั่งหน้า (นั่งข้างๆ พี่คนขับอะ)
(ใครที่เมารถ แนะนำให้นั่งหน้ากะพี่คนขับนะ อย่าพลาดเหมือนเราหล่ะ)
ขาลงนี่ไม่เมาเลยซักนิด
(ขาขึ้นเนี่ย ลูกพี่ซิ่งมากอ่ะ แซงไปไม่รู้กี่คัน ทำให้เราเมาหนักเลย แง้ๆ)
(พอขาลงเราเค้าสงสารป้าอย่างเรามั้ง ขับนิ่มมากๆ อ่ะ ช้ากว่าเดิมหลายเท่าเลย)
(ตอนแรกว่าจะโกรธลูกพี่แล้วนะ ขาลงขับยังงี้ ค่อยให้อภัยได้หน่อย อิอิ)
นั่งมองท้องฟ้าไปตลอดทาง
ในที่สุด..ก็ถึงพระธาตุดอยสุเทพ
เย้ๆๆๆๆ (รอดแล้ววุ้ยยย)

อากาศตอนนี้เริ่มอบอุ่นแล้ว ดีใจจัง (อากาศที่รอคอยมานานนน ^^)

 pic 257

ถึงจุดนี้แล้ว..
ขึ้นไปนมัสการพระธาตุดอยสุเทพกันเถอะเพื่อนๆ
การเดินทางขึ้นไปก็จะมีลิฟต์ช่วยชีวิต (ไม่เหมือนกระเช้านี่หว่า)
ลิฟต์จะไม่เหมือนลิฟต์ทั่วๆ ไปนะ
เนื่องจากไม่เดินทางในแนวดิ่ง แต่เป็นแนวลาดเอียงแทน
แถมยังมีแอร์ติดผนัง ติดอยู่บนกำแพงอีกตะหาก
เกิดมาเพิ่งเคยเห็นแอร์ตัวขนาดนี้ติดอยู่ในลิฟต์ ก็ตอนนี้แหละ
ใครอยากรู้ว่าเปนยังไง ไปพระธาตุดอยสุเทพก็อย่าลืมไปลิ้มลองกันนะจ๊ะ
เสียค่าลองของ 20 บาท + ไม่ต้องเหนื่อยเดินขาลากกก

pic 291

ขึ้นไปถึง..ก็เดินเวียนเทียน ไหว้พระ ชมนู้นนี่ ถ่ายรูปกันตามภาษา
(ไม่มีอะไรให้บรรยาย มันเหมือนกับการไหว้พระในกรุงเทพฯ เราเนี่ยแหละ ^^)

pic 279

pic 281

เดินถ่ายรูป..ได้วิวเมืองเชียงใหม่ + สนามบินเชียงใหม่ ภายใต้หมอกมา
สวยดีเหมือนกัน พอจะคุ้มกะการเดินทางอันสุดแสนทรหดอยู่บ้าง

แล้วก็ได้เวลาลาจากพระธาตุดอยสุเทพแล้วสินะ
ขาลงก็ขอใช้บริการลิฟต์อีกซักรอบแล้วกันนะ
(ไหนๆ ก็เสียไปแล้ว 20 บาท)
ลงไปถึงก็เดินเล่นรอเพื่อนๆ ทำธุระอะไรให้เสร็จ
เจอร้านขายข้าวโพดปิ้ง
(โอ้ววว อยากกินมากก เราชอบกินข้าวโพดปิ้งง่ะ ^^)
แต่ไม่กล้ากินอ่าาา กลัวจะไม่รอดกลับไปถึงดอยวิว
(ท้องไส้ไม่พร้อม..พอที่จะกินของที่มีอัตราเสี่ยงสูงได้)

อ่ะ หลังจากรอคอยเพื่อนๆ มากันจนครบ
ก็ได้เวลาเดินทางสู่สวนสัตว์เชียงใหม่แล้วหล่ะ
(ใจจริง เหนื่อยมาก หมดแรงแล้ว อยากจะกลับดอยวิวเป็นยิ่งนัก - -)
แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว เพื่อน้องแพนด้าที่น่ารัก
ไปก็ได้ฟร้าาาา ^^

มาถึงตรงนี้..
วิญญาณเราเริ่มออกจากร่างไปเกือบหมดแล้ว
เหตุการณ์ระหว่างทางจึงจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่
เอาพอเป็นกระสายแล้วกันนะ ^^

pic 333

เดินทางไปถึงสวนสัตว์เชียงใหม่ ก็เป็นเวลาเที่ยงพอดี
พวกสตาฟก็แจกอาหารประทังชีวิตให้กะพวกเรา
(อาหารนี่ เพื่อประทังชีวิตจริงๆ หาความอร่อยไม่ได้เลย)
(ไข่พระโล้ที่ไม่อร่อยที่สุดในโลก..หากินได้ที่นี่แหละ)
(อุส่าเลือกของที่คิดว่า Normal ที่สุดแล้วนะ ฮือๆ)

หลังจากกระเดือกอาหารประทังชีวิตเสร็จ
พวกเราก็เดินทางผ่านประตูสวนสัตว์เชียงใหม่
โดยมีจิยากลับมาร่วมก๊วนดังเดิม
(เนื่องจากขอปลีกตัวออกมาจากมหิดล)
(ไม่เกรงกลัว เพื่อนในคณะเลิกคบกันเลยทีเดียว 55)

เดินๆ ไปอย่างไร้วิญญาณ
พลางคิดว่า..
'ช้านไปเที่ยวเขาดิน เขาเขียวก็ได้ ไม่ต้องมาไกลถึงเชียงใหม่หรอก -*-'
ตอนนี้ในใจเลยจดจ่อแต่แพนด้าอย่างเดียวเท่านั้น
แต่หนทางแสนจะยาวไกล (ไกลจริงๆ)
(จริงๆ มันมีรถพาไปนะ แต่คนนี่ต่อแถวกันยาวมาก)
(ตรูยอมเดินกันเองก็ได้ฟร่ะ T^T)

pic 318

และแล้ว..
เราก็เดินทางมาถึงที่พำนักของน้องแพนด้าทั้งสองซะที
ถ่ายรูปกันสนุกสนาน + ถ่ายวิดีโอมาด้วย
จนถึงปัจจุบัน..
ยังไม่รู้เลยนะว่าตัวไหนชื่อช่วงช่วง ตัวไหนคือหลิงหุ่ย
^^"

pic 320pic 330

น้องแพนด้าน่ารักมากๆ
เข้าไปในห้องของน้องแพนด้าแล้วแอบอิจฉา
เราเกิดเป็นคนยังไม่สบายเหมือนมันเลย
อากาศนี่เย็นสบาย สบายจริงๆ
ทำเอาหลับไปหลายตื่นเลยทีเดียว
(หลับได้ทุกที่จริงๆ เลยเรา โหะๆ)
(แต่ปิ่นนี่หลับไปแค่ตื่นเดียว..แต่ยาวนานมากกกกกกกก อิอิ)

อ๊ะ ถึงเวลาต้องร่ำลาน้องแพนด้าแล้วสินะ
เตรียมตัวออกเดินทางต่อ..ฮุ้ย เล่ ฮุ้ย
(ไม่อยากก้าวเท้าออกไปเลย ให้ตายสิ)

pic 335

pic 337

เป้าหมายต่อไปของพวกเราก็คือ น้องหมีโคอะล่า นั่นเอง
หนทางอีกยาวไกลจังฟะ เหนื่อยแล้วน้าเนี่ยยย
แต่นุ้ยเค้า want เราก็เลย..เลยตามเลย
ไหนๆ ก็มาล่ะ เอาให้คุ้มก็ดีเหมือนกัน
การเดินทางครั้งนี้ เหลือสมาชิกแค่ เรา ปิ่น นุ้ย พี เท่านั้น
เพราะคนอื่นล่วงหน้าไปก่อนแล้ว
เนื่องจากเริ่มเอือมกะพี่หมีแพนด้าอย่างรวดเร็ว
(จะรีบไปไหนไม่รู้ มันน่ารักจะตาย ^^)

pic 312

พอเดินทางไปถึงน้องโคอะล่า
ด้านหน้าจะมีซุ้มให้ถ่ายรูปฟรี
(อ๊ะ ของฟรีมีหรือจะไม่เอา โหะๆ)
เราก็เรียงรายถ่ายรูปฟรีกันหน้าสลอน
แล้วก้อเดินเข้าไปชมน้องหมีโคอะล่า
ซึ่งนอนหลับตลอดเวลา ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาทักทายกันเลย
(เพราะหมีโคอะล่ากินแต่ใบยูคาลิปตัส ซึ่งมีพลังงานน้อยมาก มันจึงต้องประหยัดพลังงานไงหล่ะ)
จะว่าไป..การนั่งดูตุ๊กตาที่เซนทรัลก็คงไม่ต่างกัน

เรากะปิ่นขอนั่งพักดูโคอะล่าแล้วกัน
ปล่อยให้พีกะนุ้ยขึ้นไปดูสัตว์โลกน่ารักด้านบนกัน 2 คน
นั่งอยู่ซักพัก ทั้งสองคนก็เสด็จกลับลงมาค่ะ
"นี่ๆ ข้างบนมีสัตว์น่ารักมากเลยแหละ ขึ้นไปดูดิ"
"เราว่าน่ารักนะ แต่พีบอกว่าไม่ค่อยน่ารัก"
".."(ล้านแปดคำเชิญชวน)
อ่ะๆ ไปก็ไป ไหนๆ ก็โฆษณาซะขนาดนี้แล้ว

เรากะปิ่นก็ลากสังขารตัวเองขึ้นไปถึงจนได้
"ไหนล่ะ สัตว์???" <-- ปิ่นถาม
ถึงตอนนั้นเราถึงบางอ้อไปเรียบร้อยแล้ว
'จะว่าไป สัตว์ตัวนี้ก็น่ารักดีนะ 5555'
สัตว์ที่ว่าก็คือ Homo sapiens นั่นเอง
มันแปะกระจกบานใหญ่ไว้อะ อิอิ
แล้วใครหล่ะที่เป็น Homo sapiens ก็เราผู้น่ารักนั่นเอง
5555555555 (ไม่อายปากเลยนะเรา หุหุ)
ซักพักปิ่นถึงรู้ว่านุ้ยกะพีจะสื่ออะไร
(เพื่อนปิ่นนนนนนน ^o^)

หลังจากดูน้องหมีหลับกันจนหน่ำใจแล้วก็ออกไปเอารูปที่ถ่ายเมื่อกี้ค่ะ
รูปถ่ายอ่ะฟรีนะ (สำหรับคนไม่โลภ)
แต่เราเป็นคนโลภค่ะ..เลยเสียตังค์ 20 บาท
เป็นค่าโง่ เอ๊ยย ไม่ใช่!!
ค่าพวงกุญแจค่ะ เค้าจะเอารูปที่เราถ่ายใส่พวงกุญแจให้
จะว่าไปก็น่ารักดีค่ะ แต่ไม่กล้าใช้หรอก
เค้าเขิลลนะตัวเอง ^^~

ขาลงจะให้เดินลงเขาที่สูงชัน..ป้าๆ ก็ไม่ไหวแล้วค่ะ
ขอรอรถสวนสัตว์แล้วกัน
ถึงแม้ผู้คนจะมากมายมหาศาลก็เถอะ
คันแรกมาถึง..
1 2 3 ..วินาที
คนเต็มรถแล้วค่ะ พี่น้อง
พวกเราก็แห้วไปตามระเบียบ T^T
รอ รอ รอ บังอรเอาแต่รอออ..อ.ออ.
(ไม่มีทางเลือกนี่ค่ะ ทำไงได้)
ขอแนะนำสำหรับคนที่ไปช่วงคนเยอะๆ นะค่ะ
ให้ไปดักรอป้ายก่อนหน้านั้น แล้วคุณจะได้ขึ้นค่ะ
ส่วนพวกเราต้องใช้สัณชาตญาณการอยู่รอดค่ะ
ความเร็ว คล่องแคล่ว แล้วความหน้าไม่อายเท่านั้น
ที่จะพาเราลงไปถึงทางออกได้ อิอิ
ในที่สุด..เราก็ได้นั่งค่ะ แล้วก็เดินทางมุ่งหน้าไปยังทางออก
สำหรับคนที่ชอบเล่นเครื่องเล่นหวาดเสียว
เราแนะนำรถสวนสัตว์ที่นี่ค่ะ
เสียวได้ใจกว่าเยอะ โดยเฉพาะตอนลงเขาที่แสนจะลาดชันค่ะ
เข็มขัดนิรภัย หรือเครื่องมือ safety ไม่มีมาให้กวนใจ
มือล้วนๆ ที่ท่านต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ 
หุหุ

ถึงทางออก..
ไหนล่ะ สตาร์ บอม จิยา ???
ปรากฏว่า..พวกเจ๊ๆ ค่ะ นั่งรถเล่นอีกรอบนึง
โดยมีข้ออ้างว่าไปรับพวกเราที่หมีโคอะล่าค่ะ
><~

เราก็นั่งรอค่ะ รอพวกเจ๊ๆ ลงมาจากเขา
นั่นๆ พวกนั้นมากันแล้ว
พวกเราก็โชว์รุปถ่ายกะหมีโคอะล่าให้พวกนั้นดู
ใจจริง..คิดว่าพวกนี้ไม่น่าพลาดนะ เพราะของฟรี
ปรากฏพวกเค้าไม่ถ่ายกันค่ะ เพราะไม่ไว้ใจว่าฟรีจริงรึป่าว
อิอิ
เหตุนี้ทำให้สตาร์ ถึงขั้นลงแดงอยากขึ้นไปอีกรอบ
พอเหอะะะะะ!!!!
สรุป..สตาร์เลยอดค่ะ (เสียใจด้วยนะเพื่อน อิอิ)

แล้วก็โบกรถแดงกลับดอยวิวค่ะ
ในที่สุด..เราก็จะได้นอนแล้วสินะ ยัยหมุงหมิง ^^
มีความสุขจังเลย โหะๆๆ

pic 339

จริงๆ ตอนเย็นมีงานขันโตกที่อ่างแก้ว ใน มช. นะค่ะ
แต่อารมณ์นี้เราขอบายดีกว่า
เนื่องจากวันแรกก็ไปกินอาหารเหนือกะนู๋นุ่มมาแล้ว
มันก็คงไม่อร่อยกว่ากันซักเท่าไหร่หรอก ^^"
เราเลยขอนอนอยู่ในห้องดีกว่า
ไปถึงปุ๊บ อาบน้ำ ผมเผิมไม่ต้องแห้งแล้วค่ะ นอนเลย zZZ
โดยมีบอมนอนหมดแรงอยู่อีกเตียงนึง
เนื่องจากไม่สามารถไปไหนต่อได้เช่นกัน

ตื่นมาอีกที..พวกนั้นกลับมาจากงานขันโตกกันแล้วค่ะ
โดยมีแคบหมู หมูทอด และข้าวเหนียวติดไม้ติดมือมาให้เพื่อนผู้หิวโหย
น่ารักจริงๆ เพื่อนช้านนน ^^
ยังค่ะ ไม่ได้หมดแค่นั้น
พวกเจ๊ๆ หอบเอาน้ำอัดลมขนาด 2 ลิตรกลับมาด้วยค่ะ
ขวดเดียวหรอค่ะ..น้อยเกินไปค่ะ
2 ขวดก็ยังน้อยเกินไปค่ะ
ให้ทายค่ะ ว่าหอบมากี่ขวด???

"""""" 7 ขวดคร้าบบบบบ..พี่น้อง """"""

ซูฮกพวกเจ๊ๆ จริงๆ ที่สามารถขนาดนี้ อิอิ
(หรือมันไม่น่าซูฮกนะเรื่องแบบนี้ ^^"~)
แถมยังมีแก้วพลาสติกอีกนะค่ะ พวกเจ๊สามารถมั๊ยล่ะ??

พอกินกันจนอิ่มแล้ว ถึงจะไม่ค่อยอร่อยก็เถอะ
(ดีนะ ที่ไม่ไป คิดถูกจริงๆ ช้านนน โหะๆ)
บอมก็เตรียมออกไปตะลุยราตรีกะพวกเพื่อนเจ๊ค่ะ
ครั้งนี้มีสตาร์ ปิ่น พี ติดสอยห้อยตามไปด้วย

pic 241

ราตรีนี้ ยังอีกยาวนานค่ะ
เรามาติดตามดูกันดีกว่า ว่าราตรีนี้มีอะไรมาเซอร์ไพรส์เราอีก ^^
แล้วลองทายกันซิว่า พรุ่งนี้เราจะไปแอ่วไหนกันน้า???

to be continued..

10月25日

ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่ (cont.2)

มาอัพต่อแล้วจ้า..รอคอยตอนนี้กันอยู่รึป่าว?
สำหรับคนที่ชอบดูหนังสยองขวัญ
หรืออ่านเรื่องแนวๆ นี้ อาจจะชอบเรื่องต่อไปนี้..

ตอนแรกที่เปิดดูรายการนี้
สตาร์ไม่เห็นด้วยเลย มันบอกให้เปลี่ยนช่อง
แต่เรากะจิยาอยากดู (หาเรื่อง!!~)
ดูไป วิจารณ์ไป เล่าเรื่องนู้น เรื่องนี้ไปเรื่อย

ตอนแรกก็เม้าท์กันปกติ ไม่ได้คิดอะไร
บอมยังตะโกนออกมาจากห้องน้ำด้วย
บอกว่าให้รอมันมาเม้าท์ด้วย อิอิ (พลาดแล้ว)

เม้าท์กันได้ซักพัก
สตาร์ก็เริ่มสร้างบรรยากาศ
อยู่ดีๆ มันก็ชี้ไปที่นอนข้างๆ มัน
ซึ่งเป็นที่นอนของบอม แต่ว่าตอนนั้นบอมอาบน้ำอยู่
แล้วมันก็บอกว่า..
"นี่เพื่อนใคร นั่งอยู่นานแล้ว -*-"
"สตาร์แกอย่าเล่นงี้ดิ ~~"
"ช้านพูดจริง ไม่ได้ล้อเล่น - -"

ตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา
เราก็รู้สึกว่ามีใครซักคนนั่งมองพวกเราอยู่ตลอดเวลา
แต่เราไม่ได้รู้สึกว่าเค้าอยู่ตรงที่นอนหรอก
พอดีเราหันหน้าออกไปทางหน้าต่าง เพราะเรานั่งติดกับกำแพง
แล้วเจ้ากรรมจริงๆ ที่ผ้าม่านมันปิดไม่สนิท
แล้วไอรอยต่อที่ไม่สนิทเนี่ยแหละ
ที่เรารู้สึกว่ามีคนมองลอดเข้ามาอยู่ตลอดเวลา

เรามารู้ตอนหลังว่า..
จิยาก็เริ่มรู้สึกมานานแล้ว
รู้สึกตั้งแต่ตอนมันอยู่ในห้องกะสตาร์สองคน
เราออกไปอยู่อีกห้องนึง
ส่วนบอมออกไปคุยโทรศัพท์กะแฟนหล่ะมั้ง
"เมื่อไหร่หมิงมันจะออกจากห้องน้ำซะทีอะ เราปวดฉี่" จิยาพูด
"หมิงมันอยู่ที่ไหนล่ะ มันอยู่ห้องนู้นตั้งนานแล้วนะ" สตาร์ตอบ
"T^T" สีหน้าจิยา
เอาแล้วไงล่ะ เจอเข้าแล้วจิยาเอ๋ย (ดีใจด้วยนะ)

เรื่องของเรื่องห้องน้ำเนี่ย จะมีประตูและหน้าต่าง
หน้าต่างจะอยู่ติดกับเตียงนอนของเรากะจิยาค่ะ
ทำด้วยกระจกฝ้า พอเห็นหุ่นเซกซี่เวลาอาบน้ำ (ถ้าไม่ปิดม่านนะ)
(แต่พวกเราก็ปิดม่านกันทุกคนแหละ ไม่มีใครอยากโชว์ และคงไม่มีใครอยากเห็น^^)

จิยาเจ๊เห็นคนอยู่ในห้องน้ำ ผ่านกระจกฝ้าๆ นั่น
..ทั้งๆ ที่ไม่มีใคร แล้วเจ๊เห็นใคร ??? (สงสัยจะ SHE)
(ไม่อยากจะคิดว่ามีหลาย SHE นะ แต่ทำไมอยู่คนละมุมฟะ T^T)

สรุปว่า SHE มีจริง!!!~
(งงมั๊ยว่า..เรารู้ได้ไงว่าเป็นผู้หญิง เราก็งง แต่เรารู้สึกยังงั้นจริงๆ)

บอมอาบน้ำเสร็จ
ไม่มีใครพูดถึงเรื่องที่ตัวเองรู้สึก
เพราะกลัวว่าบอมมันจะกลัว
..แต่บทสนทนาก็อุตส่าชักจูงเข้าไปในเรื่องนั้นจนได้ -*-
เราต้องนั่งหันหน้าให้หน้าต่างตลอดเวลา
แต่ไม่กล้าบอกเพื่อนให้ไปช่วยปิด (เกรงใจมันง่ะ)
เลยพยายามใช้หัวบอมให้เป็นประโยชน์ (มันนั่งตรงข้ามเรา)

ระหว่างเล่าอยู่นี้..
สตาร์หลับสนิทไปแล้วววว zzZZ

สรุป..
คืนนี้ เรา จิยา บอม นอนไม่ได้!!!!~
ใครจะไปหลับลงหล่ะค่ะ
เรายังรู้สึกถึงสายตานั้นตลอดเวลา
คาดว่าจิยาก็ยังรู้สึกเช่นเดียวกัน
ส่วนบอม เจ๊มีของขลังมากมาย
ตั้งแต่ จตุคาม พระไม่รู้กี่องค์ แล้วยังมีปลัดขิกอีกตะหาก
(แมร่งงง เอาตัวรอด ทิ้งเพื่อน!!)
แต่มันก็ไม่สามารถนอนหลับได้เช่นกัน 5555

สตาร์ตื่นขึ้นมาพอดี
แล้วมันก็เริ่มบ่น..
"ช้านบอกให้แกเปลี่ยนช่อง ไม่เชื่อเอง ช่วยไม่ได้"
"แล้วแกไปทำอะไรเค้าไว้รึป่าว เค้าถึงไม่ไปซักที"
"- -" <---------- หน้าเรากะจิยา

เรา จิยา บอม สามคนพร้อมใจกันยกมือไหว้
"หนูขอโทษนะค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจจะลบหลู่ หรือทำอะไรที่ไม่ดีเลย"
"พวกเราไม่ได้ตั้งใจนะค่ะ ยกโทษให้พวกเราเถอะค่ะ"
".." (อีกล้านแปดคำสวดอ้อนวอน)
"T^T"

* ปาฏิหาริย์ *
หลังจากที่พวกเรายกมือไหว้
ไม่เชื่อ ก็ต้องเชื่อค่ะ พี่น้อง
SHE หายไปจริงๆ เรารู้สึกได้เลยอะ
(เว่อร์ไปป่ะ แต่ไม่ได้โม้นะ พูดจริง!!)

ตอนนี้เราสามารถนอนหลับได้แล้ว
แต่บอม กะ จิยา ยังค่ะ (พวกเจ๊ยังกลัวกันอยู่)
สรุป..เราเลยไม่ได้นอนไปด้วย
เพราะมันให้อยู่เป็นเพื่อนอะ
ตอนหลังๆ บอมเริ่มจะนอนได้เหมือนกัน
เหลือเจ๊จิยาคนเดียวเท่านั้นที่นอนไม่ได้
(เจ๊นี่ มี sense ด้านนี้รุนแรง ใครไม่รู้ ก็รู้ไว้นะ)
(ไปเที่ยวกะเจ๊ ต้องทำใจเลย มีเรื่องแบบนี้ก็ไม่แปลกหรอก -*-)

อืม ลืมบอกไป..
ตอนนี้เตียงสำหรับนอนคนเดียว
ซึ่งปกติเรานอนกะจิยานั้น ก็เบียดอยู่แล้ว
ยังมีบอมเข้ามาเบียดอีกคน
ด้วยสาเหตุที่ว่า..
ที่นอนบอมอยู่ติดหน้าต่างนั่นเอง
(นี่ขนาด ยังไม่รู้ว่าสตาร์บอกอะไรไว้ตอนแรกนะ)
(รู้สึกตอนหลังจะมีคนบอก กลัวหนักเลยครับพี่น้อง --")

ถึงตรงนี้..
ก็ขอให้คุณอโหสิกรรมให้พวกเราด้วยนะค่ะ
เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงถึงใครเลยจริงๆ
ขอให้คุณได้ไปเกิดเร็วๆ นะค่ะ
(จริงๆ อยากไปทำบุญถวายสังฆทานให้นะ)
(แต่เคยได้ยินมาว่า..ถ้าทำบุญให้อสัมภเวสีแล้วเค้าจะตามเรามาอะ)
(เราเลยไม่กล้าไปทำบุญให้เค้าเลย..หรือเราควรจะไปทำดี??)

อ่ะ สรุป..คืนนี้ มีสตาร์คนเดียวที่ได้นอนค่ะ ^^zZ
(ยอมรับเลยว่าเก่งจริงๆ ไม่กลัวเลยซักนิด)
(ตอนที่มันชี้ไปที่ข้างตัวมันอะ พอมันบอกเสร็จนะ..เจ๊หลับไปเลย)
(ทำได้ไงว่ะ !?!)

ส่วนเราสามคนที่เหลือ ก็หาเรื่องอื่นคุยกันไปเรื่อยๆ จนเช้าค่ะ

เช้าวันนี้ เป็นเช้าวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคมแล้ว
พวกเราจะต้องไปเที่ยวกะคณะค่ะ
พี่เค้านัดไว้ 6.30 น. ในตอนแรก แต่เลื่อนเป็น 6.00 น.
พอดีเลย พวกเราไม่ได้นอน เพราะฉะนั้นไม่ต้องลุ้นว่าจะตื่นหรือไม่ ^^"
(หรือ SHE เค้ากลัวเราไม่ตื่นนะ เลยมาช่วย ^^)

เราเดินไปปลุกอีกห้องนึง
มีพีเดินมาเปิดประตูอีกแล้ว (เคาะทุกครั้ง เป็นพีทุกครั้ง..เสียสละดีจัง)
แล้วทกุคนก็เริ่มทยอยอาบน้ำค่ะ
ตอนนั้นก็เริ่มจะสายแล้วแหละ
จะ 6 โมงอยู่แล้ว แต่ละคนก็ยังเสริมสวยกันไม่เสร็จเลย
จิยานี่แรงกว่าเพื่อน เพราะคณะเค้าเล่นนัดตั้งแต่ 5.30 น.
แล้วเจ๊มารู้ตอนเช้า วิ่งกันหน้าตั้งครับ
พวกเราก็แทนที่จะชิลล์ๆ เลยต้องรีบตามเจ๊เค้าไปด้วย
สรุปไปถึงหน้าหอหญิง 3 ที่เค้านัดไว้ ก็เป็นเวลา 6.10 น.
(จิยาขอลงข้างทาง วิ่งไปก่อนแล้ว)

มาถึงจุดนี้ เริ่มขนลุกอีกแล้วค่ะ พี่น้อง
โชคดีที่ตอนนี้พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว
ความกลัวลยหายไปหลายสิบเปอร์เซ็นอยู่
สาเหตุที่กลัวนี่ก็ไม่มีอะไรหรอกค่ะ
ทั้งนี้ เนื่องจากเราอยู่หน้าหอหญิง 3 ไงค่ะ
งงหล่ะสิ ว่าแล้วมันทำไม ??
คือหอนี้มันมีประวัติค่ะ (ซึ่งนุ่มเล่าให้ฟัง จำได้นิดหน่อยเอง แหะๆ)

หอหญิง 3 เนี่ย จะสร้างตึกเป็นรูปกระจกหก หรือ แปดเหลี่ยมเนี่ยแหละ (จำไม่ได้)
สรุปว่าเอาไว้ป้องกันผีอะ เพราะที่ตรงนั้นเคยเป็นสุสานมาก่อนมั้ง (ใครรู้บอกทีนะ)
ส่วนหอหญิง 2 จะสร้างเป็นรูปสายฟ้า เอาไว้สะกดผี
ซึ่งเป็นการคิดที่ผิดมหันต์ค่ะ
เนื่องจากสร้างตึกเป็นรูปดังกล่าว
ทำให้เป็นการสะกดเค้าเหล่านั้นไว้ในหอแทนค่ะ
บรึ๋ยส์

(ตอนที่เล่านี่ ขนลุกนะค่ะ ดีที่เที่ยงแล้ว -*-)

พี่เค้าบอกว่าคนอื่นไปกันหมดแล้วค่ะ
"- -"
พวกเราก็นึกว่า อ้าวรถออกแล้วหรอ??
แต่พี่เค้าบอกว่าป่าว แค่ไปรวมกันอีกที่นึง
พวกเราก็ "อ๋อ" แล้วยืนรอพวกเก็บตกเหมือนกัน
สุดท้ายพวกเราได้เดินไปก่อน เพื่อไปยังจุดที่เค้ารวมกันอยู่
พอเดินไปถึง..
ลางร้ายเริ่มปรากฏค่ะ
รถแดงจอดเรียงรายอยู่หลายสิบคันเลยทีเดียว
เออดี !!!
มารถไฟชั้น 3 ยังไม่พอ ตอนไปเที่ยวยังให้นั่งรถแดงอีก
(สายที่ไปเที่ยวที่อื่น นั่งรถทัวร์กันค่ะ <ลูกเมียน้อยหรอเนี่ยเรา -*->)
ยืนอยู่ตรงจุดรวมพลได้ไม่นาน
ขบวนก็เริ่มออกเดินค่ะ
เดินไปรวมกันอีกทีที่สหกรณ์ (ไม่เข้าใจว่าทำไมไม่เดินไปทีเดียว -*-)
โอ๊ะ!! รถแดงจ๋า ลาก่อน (อันยองๆ ^^)

ไปถึงสหกรณ์ค่ะ นั่งกันรอกันจนรากงอกเลย
ตอนนี้ปาเข้าไปประมาณ 7 โมง ได้แล้ว
ต๊ายยยยย ให้ชั้นรีบทำไมย่ะ ??
จะ 8 โมงแล้วครับ ยังไม่มีอะไรคืบหน้า

สรุปว่า..
มช. ไม่ได้จัดคิวรถไว้ให้สายเรา
(เออ ลูกเมียน้อยจริงๆ ด้วยแหะ)
ต้องรอเค้าจัดคิวรถอีกอ่ะ อนาถแท้

ระหว่างรอพวก มช. เค้าจัดการอะไรให้เสร็จสรรพ
เราเริ่มออกอาการไม่อยากไปแล้วครับ
ทั้งง่วง ทั้งเซง แล้วก็เริ่มจะท้องไส้ปั่นป่วนแล้วด้วย
เรากะจะโบกรถแดงกลับไปนอนที่โรงแรมแล้ว
โดยตอนแรกมีเพื่อนร่วมขบวนการอีก 2 คน คือ บอม และ ปิ่น
แต่แผนการนี้เป็นอันล้มเลิกไป
เพราะคนอื่นบอกว่าไหนๆ ก็มาแล้ว
อ่ะ รอก็รอ คิดในใจถ้า 8.30 น. ยังไม่ได้ขึ้นรถนะ
อันยอง(ภาษาเกาหลี แปลว่า ลาก่อน) ของจริงหล่ะ

และแล้วรถก็มาค่ะ ได้ขึ้นซักที เฮ้อออออ เหนื่อย!!!
ลิมบอกไปค่ะว่า..ได้นั่งรถแดง
ซึ่งพวกเฮียขับมาจากไหนรู้มั๊ยค่ะ??
ก็จากไอที่จอดอยู่ตอนแรก (ที่พักรวมพลจุดที่ 2 ไงค่ะ)
เออดี มช. มันคิดอะไรของมัน
อยากให้เดินชมมหา'ลัยตัวเอง ก็บอกมาดีๆ ก็ได้
ไม่ต้องหลอกให้เดินกันขาลากแบบนี้หรอก
ชิชะ (ตอนนี้เริ่มอารมณ์ไม่ดีแล้วค่ะ พี่น้อง)

กลุ่มเราได้ขึ้นรถไปกะกลุ่มลีด(เชียร์ ลีดเดอร์)ค่ะ
หรือเป็นกลุ่มที่เราเรียกว่า กลุ่มสวย นั่นเอง ^^

ในที่สุด..
ในที่สุด...
ในที่สุด....
การรอคอยก็จบลง
ได้ขึ้นรถแล้วซินะ พวกเรา

ยังค่ะ ยังไม่จบ
การผจญภัยกับหนทางอันยาวไกลยังไม่จบแค่นี้แน่ค่ะ

to be continued..

ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่ (cont.)

มาอ่านกันต่อนะ ไม่อยากปล่อยให้เพื่อนๆ อารมณ์ค้างนาน ^^

pic 659

หลังจากวางแผนกันเรียบร้อยว่าจะไปดอยอินทนนท์
ตอน 7 โมงเช้า (เน้นว่า 7 โมงเช้า)
เราตื่นมาเป็นคนแรก (ถ้าจำไม่ผิด)
ตอนนั้นเวลาเกือบ 7 โมงแล้ว (มั้ง..เลยมานานจำไม่ค่อยได้)
เราก็เดินไปปลุกห้องปิ่น
ปรากฏว่าไม่มีใครตื่นเลย
ในที่สุด..เป็นอันว่า ทริปนี้ล่มไปโดยปริยาย

pic 046

เวลาล่วงเลย 7 โมงมานานพอสมควร
สมาชิกในทริปเริ่มทยอยตื่นและอาบน้ำ
หลังจากอาบน้ำเสร็จกันทุกคนแล้ว
ก็เริ่มออกเดินทาง
โดยมีจุดหมายแรก คือ ร้านข้าวซอยลำดวน
เค้าบอกว่าเป็นร้านขึ้นชื่อของเชียงใหม่เลยนะเจ้า
..แต่เราว่าข้าวซอย ร้าน Noodle House ที่สยามซอย 2 อร่อยกว่า ^^
ใครยังไม่เคยลอง ก็อย่าลืมไปกินนะจ๊ะ (ของดีใกล้ตัวเลยนะ ^^)

pic 036

วันนี้โชคดีที่เจอพี่คนขับรถแดงใจดีอีกแล้ว
เค้ารอพวกเรากินกันเสร็จเลยอ่ะ
แล้วก็ออกเดินทางต่อไปยัง งานพืชสวนโลก

pic 069

หลายๆ คนคงเคยไปกันแล้ว
แต่เราเพิ่งเคยไปครั้งแรก
ขอบอกว่าร้อนได้ใจมากๆๆๆๆๆๆ
แดดเปรี้ยงปร้าง ราวกับต้องการจะเผาให้เป็นจุลซะงั้น
แต่วิวสำหรับถ่ายรูปเยอะมากๆ
มีมุมสวยๆ เยอะแยะเลย
ไปถึงตอนนั้นรู้สึกจะบ่ายๆ เกือบบ่าย 2 ได้
(เป็นการตอกย้ำความร้อนได้ดีจริงๆ)
พวกเราเดินถ่ายรูปกันไปตลอดทาง
และพักหลบแดดกันตามห้องน้ำต่างๆ ซึ่งมีเป็นระยะๆ
เรากะปิ่นนี่ ขอหลบอยู่นานกว่าเพื่อน
เพราะแดดมันแผดเผาไม่ไหวแล้วจริงๆ
พวกที่เหลือนี่ เล่นแวะทุกมุมที่ถ่ายรูปได้
แล้วสภาพเราตอนนั้นไม่สามารถจะถ่ายรูปได้ (โทรมมั่กๆ อ่ะ)

pic 096

รูปนี้เป็นรูปที่ได้มุมสวยจริงๆ
แต่เสียดายที่เราไม่ได้ถ่าย
เพราะจริงๆ เป็นโซนที่ห้ามถ่ายรูป
แต่พวกนี้พยายามกันมาก แอบเข้าไปถ่าย
ยังถ่ายไม่ทันเสร็จ ก็มีพี่ยามโผล่มาจากไหนไม่รู้
เป็นอันว่าอดถ่ายเลยเรา T^T

พี่ยาม เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีตาอยู่ทุกที่
ถ้าคุณย่างก้าวเข้าไปบริเวณต้องห้าม
แม้ว่าคุณจะมองรอบบริเวณนั้นแล้ว
และแน่ใจว่าปลอดพี่ยามแน่นอน
แต่พวกเค้าจะโผล่มาทันทีที่คุณก้าวเท้าเข้าไป
เก่งจริงๆ ทำหน้าที่ได้ดีมากค่ะ
นับถือๆ

 pic 122

เราเดินถ่ายรูปกันไปตลอดทาง (ตลอดทางจริงๆ)
ถ่ายรูปกระโดดกันเยอะมาก กะเอาให้ชำนาญกันไปเลยทีเดียว
การถ่ายรูปครั้งนี้ทำให้รู้ว่าบอมเป็นคนที่รู้มุมถ่ายรูปดีจริงๆ
(เด๋วถ้าได้รูปจากกล้องบอมมา จะเอามาอัพให้ดูกันให้หน่ำใจเลยนะจ๊ะ)

pic 111pic 120

เดินไปจนถึงหอคำหลวง เล่นเอาเหนื่อย ลิ้นห้อยเลยทีเดียว
เรานี่แทบจะหมดแรง แต่ก็ยังเหลือแรงไว้แอคถ่ายรูปอยู่
อิอิ (คนอื่นนี่เหลือแรงแอคได้อีกซักพันรูปได้มั้ง เก่งจริงๆ)

pic 169

หลังจากถ่ายรูปอยู่นานสองนาน ก็เริ่มอยากจะกลับกันแล้ว
หนทางที่จะเดินกลับ โคตะระยาวไกล
เห็นแล้วอยากจะนอนกันที่พื้นหญ้าเลยทีเดียว
หลังจากได้แวะพักแปบนึง ได้รูปถ่ายตอนพักมาหลายแอคอยู่
(ขนาดพัก ยังขอถ่ายรูป ซักรูป 2 รูปก็ยังดี แต่เจ๊ๆ ล่อกันเป็นโหลเลยนะ^^")

เดินเข้าไปในไร่ยาง ขอบอกว่าคนละโลก
ลมเย็นและร่มรื่นมากจริงๆ
ดูภายนอกไม่มีอะไรเลยนะ
เกือบจะพลาดไม่เดินเข้าไปแล้ว
ถ้าใครไปอย่าลืมชะแว่บเข้าไปกันนะ
แล้วจะไม่เสียดายเวลาที่เดินเข้าไปเลย ^^
ขอยืนยัน นอนยัน นั่งยัน !!

pic 176

ระหว่างทางที่กำลังเดินกลับ
โอ๊ะ มีรถรางผ่านมาพอดี
ตอนนี้เป็นเวลา 5 โมงกว่าแล้ว
(งานมันปิด 6 โมงเย็น และปิดทุกวันจันทร์นะจ๊ะ อย่าหลงไปหล่ะ ^^)
เลยขึ้นรถราง หวังจะกลับไปยังขาออก
จังหวะนี้ เสียตังค์ก็ยอมล่ะ เหนื่อยมากจริงๆ
(แต่เค้าไม่เก็บตังค์อะ โชคดีไป)

นั่งไปได้ไม่นาน (แปบบบเดียวจริงๆ)
ผ่านพืชเมืองหนาว ทุกคนก็พร้อมใจกันลง
จริงๆ เราไม่อยากลงเลย เพราะมันเป็นรถรอบสุดท้ายแล้ว
ถ้าลงจากคันนี้ หนทางที่เหลือต้องพึ่งเท้าตัวเองเท่านั้น !!!
แต่เพื่อนๆ ลงกันหมด ไม่มีทางเลือก เราก็ต้องลง

pic 183

ก้าวแรกที่เดินลงจากรถ..
เชื่อมั๊ยว่า..เพื่อนเรามันสามารถหามุมถ่ายรูปได้ทันที
พวกนี้เกิดมาพร้อมกล้องถ่ายรูปจริงๆ ขาดไม่ได้เลย ^^
หลังจากถ่ายรูปบริเวณหน้าห้องแสดงพืชเมืองหนาวเสร็จแล้ว
ก็เดินเข้าไปในห้องแสดงพืชเมืองหนาว
อากาศดีมากๆๆๆ เดินมาเหนื่อยๆ ร้อนๆ นี่หายเป็นปลิดทิ้งเลย
คิดแล้วอดอิจฉาต้นไม้ในนั้นจัง ได้อยู่ในที่อากาศดีๆ ตลอดเวลาเลย
โหะๆ (ต้นไม้ก็ยังจะอิจฉานะเรา :P)
ถ้าบอกว่าอยากเกิดเป็นต้นไม้ ก็จะดูเป็นนางเอก (Autumn) เกินไป
5555

pic 199

ถ่ายรูปไปเยอะพอสมควรเลยแหละ
ได้ถ่ายรูปคู่กะดอกซากุระด้วย
คนอื่นบอกว่าสวย แต่เราว่าเราอ้วนมากเลยแหละ
โหะๆๆๆ

พอเสร็จจากห้องนี้ ก็เดินไปอีกห้องนึง
เป็นห้องที่ปลูกพืชด้วยน้ำอ่ะ
(จำชื่ออังกฤษไม่ได้ เด๋วบอมช่วยตอบทีนะ ^^)
เข้าไปปุ๊บ อยากจะออกปั๊บ
มันร้อนแบบอับชื้นๆ บอกไม่ถูก
แล้วต้นไม้ก็มีแต่ต้นกล้าด้วยอะ
คือเป็นเหมือนเนอสเซอรี่พืชยังงั้นอะ
บางต้นก็ยืนต้นตายซะงั้น
(สงสารมัน ต้องทนอยู่ในอากาศแบบนี้ เรายังทนไม่ได้ มันจะทนได้ไง โหะๆ)

pic 202

ในห้องนี้ดูจะมีพีคนเดียวที่สนใจ
เฮียเค้าเป็นถึงคณบดี และหัวหน้าภาคเภสัชเวทเชียวนะ
เฮียเดินดูอย่างมีความสุข
ดูรูปแล้วจะเข้าใจเอง
อิอิ

หลังจากเดินออกจากห้องนี้
ก็ขอเดินผ่านห้องพืชเมืองหนาวอีกซักรอบเหอะ
ทำใจก่อนออกไปเจออากาศร้อนๆ
จะว่าไป อากาศข้างนอกตอนนี้ไม่ร้อนแล้วแหละ
เพราะว่ามันจะ 6 โมงเย็นแล้ว
ถ้าอากาศเป็นแบบนี้ตั้งแต่เริ่มเดิน คงจะดี
เราคงมีรูปเยอะกว่านี้ แหะๆ

ขาออกก็ขอแวะกินน้ำซักหน่อย
จริงๆ อยากจะกินไอติมอีกซักรอบ
ขาเข้ากินไอติมทุเรียนไป
แต่มันขมไปหน่อยอ่ะ ไม่ค่อยอร่อยเลย
วันนั้นที่ซื้อที่ซีคอนอร่อยกว่าเยอะเลย
(โอ้ย คิดถึง แต่มันคงไม่มีแล้ว ^^")

คุณนิรันดร์ (พี่รถแดงตั้งแต่เช้า) ยังรอเราอยู่ที่จอดรถ
เค้าคงคิดในใจ ไอพวกนี้มันถึกดีจริงๆ
คาดว่าเค้าคงหลับไปหลายตื่นทีเดียว
^^

ทริปวันนี้ยังไม่จบครับพี่น้อง
เหนื่อยขนาดนี้ แต่พวกเราสามารถไปต่อได้อีก - -"
ขนาดเราเล่ามาถึงตรงนี้ยังเหนื่อยเลยอะ
คิดดูว่ายังไปเดินต่อกันได้อีก
นับถือเพื่อนๆ และตัวเองในเวลานั้นมากๆ

สถานที่ต่อไปก็คือ ไนท์บาซ่าร์
โอ้วแม่เจ้า!!!

ไม่น่าไปเลย TT^TT

ใครอย่าได้หลงไปเดินเชียว
จะแบบว่าเสียความรู้สึกมาก
ทำไมมันขึ้นชื่อฟะ หะๆๆๆๆ อยากรู้
คนไปเดินทำอะไรกันที่นู้น
ขนาดสวนลุมที่ว่าไม่มีอะไรแล้ว
เจอที่นี่ ยิ่งไม่มีอะไรเดินยิ่งกว่า

เรื่องของเรื่อง คือ สตาร์แวะเข้าไปร้านขายยาแถวนั้น
พี่คนขายได้ใจมากๆๆๆๆๆๆ ดีเว่อร์ๆ เรายังติดใจเลย
บวกคาใจด้วยนิดนึง
เจ๊บอกว่าให้เดินไปอีกทางของกินเยอะ
เดินไปจนสุด มีโซนของกินจริงๆ
แต่โทษทีเถอะค่ะ เป็นร้านอาหารซีฟู้ดซะส่วนใหญ่
-*-
แล้วใครจะไปกิน บ้าหรอ??
กินเข้าไปได้ไง เต็มไปด้วยฟอร์มาลีนแน่นอน!!!~
ก็เชียงใหม่เล่นห่างไกลจากทะเลซะขนาดนั้น
กินที่กรุงเทพฯ ยังจะสดกว่า
ไม่รู้เค้าคิดยังไงกัน ถึงกินอาหารทะเลที่เชียงใหม่
แต่ชาวเชียงใหม่เค้าอาจจะหากินยากมั้ง
เอาเถอะ เอาเป็นว่าเพื่อนๆ อย่าหลงไปไนท์บาซ่าร์ก้อแล้วกันนะ
เตือนด้วยความหวังดี

สรุป..เดินไปหาของกิน แต่ไม่มีอะไรให้กิน T^T
ต้องเดินทะลุไปตลาดวโรรส
เพื่อจะกินไข่นกกระทาจิ๋วทอด กะ หมูทอด ข้าวเหนียว
(ขอรับรองว่าหมูทอดตลาดนัดจุฬาฯ อร่อยกว่าเยอะ)
-*-

จากนั้นเราก็โบกรถแดงกลับโรงแรมอันเป็นที่รักของเรา
ระหว่างทางกลับก็เกิดพยาธิทำงานกันยกใหญ่
เลยหาอะไรกินแถวๆ หน้าโรงแรม
สรุปเราสั่งเกี๊ยวกุ้ง อย่างเซงครับงานนี้
เพิ่งเคยกินเกี๊ยวกุ้งใส่ถั่วงอก
กินไม่ได้เลย เหม็นถั่วงอกมากๆ
สรุปมื้อนี้กินเกี๊ยวไป 1 ชิ้น 35 บาท
TT^TT

กินเสร็จก็กลับโรงแรม
อาบน้ำ เตรียมตัวนอน..

เฮ้ออออ เหนื่อยๆ จริงๆ วันนี้
นี่ยังไม่ได้เล่ารายละเอียดมากนะ
เพื่อนๆ เหนื่อยกันแล้วจิ ที่อ่านๆ มาเนี่ย
แต่ยังไม่จบครับ ยังไม่จบ

เรา สตาร์ จิยา บอม เริ่มทยอยกันอาบน้ำให้ชุ่มฉ่ำ
ระหว่างที่บอมอาบน้ำอยู่มั้ง
เรากะจิยาก็นั่งดูรายการเรื่องจริงผ่านจอ
มันพูดถึงกรณีคนฆ่าตัวตาย

ด้วยประการฉะนี้ จึงเป็นบ่อเกิดของเรื่องที่จะกล่าวต่อไป

to be continued..


10月24日

ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่

             pic 015

ทริปนี้เป็นทริปที่ครบทุกรสชาติจริงๆ
เพื่อนๆ ลองติดตามดูแล้วกันว่ามีรสชาติไหนบ้าง
เริ่มด้วยการวางแผนล้านแปดอย่าง (ในที่สุดไม่ได้ทำตามแผนซักอย่าง!!)

ก่อนการเดินทาง..ประมาณ 1-2 อาทิตย์
"แก เราต้องวางแผนก่อนนะ ว่าจะนอนไหน ไปไหนบ้าง ฯลฯ"
"อืมๆ เอาดิ"

..การวางแผนเริ่มต้นขึ้น..
และดำเนินไปอย่างยาวนาน นานมากจริงๆ
หลังจากคุยกันมานานก็มีการสรุปครั้งที่ 1
และครั้งที่ 2 ครั้งที่ 3 4 5 6 .....จนจำไม่ได้ว่าสรุปไปกี่ครั้ง ?_?
สรุปว่าสรุปกันจนเหนื่อยเลยทีเดียว

ผลจากการคุยกันใน MSN ก็สัมฤทธิ์ผลอยู่ประการเดียว
คือ..จองรอบตั๋วรถไฟขากลับ (ซึ่งเราเป็นคนโทรไปจองเอง)
การจองตั๋วรถไฟครั้งนี้ทำให้เราหงุดหงิด งุงิมากมาย
ไม่รู้มันจะให้โทรไปจองทำไม??
พอจองที่ บอกวัน บอกรอบเสร็จ
มันบอกว่าต้องไปรับตั๋วภายในวันรุ่งขึ้น ก่อน 4 ทุ่ม
-*-
ไม่รู้เราจะเสียเวลาโทรไปจองทำไม
ตรูไปจองเองที่สถานีก็ได้ฟะ

เอาแล้วไง แล้วใครจะเป็นคนไปเอา???
ตั๋วที่จองเป็นรถไฟชั้น 2 แบบนั่งปรับอากาศ
ราคาตั๋วละ 611 บาท ไปกัน 7 คน
รวมราคาก็ 4,277 บาท ต้องจ่ายทันทีที่ไปเอาตั๋ว
สุดท้ายได้สตาร์กะปิ่นช่วยชีวิตไปเอาให้ที่หัวลำโพง
โดยมีสตาร์เป็นคนออกค่าตั๋วไปก่อน

ตอนแรกเรากะจะยกเลิก แล้วโทรจองใหม่ในวันรุ่งขึ้น
เพราะจะได้ไปเอาตั๋วในวันที่ 16 ซึ่งเป็นวันที่ต้องเดินทางพอดี
(โทรไปจองวันที่ 14 มันเลยให้ไปเอาตั๋ววันที่ 15 -*-)
แต่ปรากฏว่าตั๋วที่จองแล้วยกเลิกไม่ได้!!
มีทางเดียว คือ ไม่ไปเอาตั๋ว เค้าก็จะยกเลิกอัตโนมัติ
แต่..ชื่อเราจะขึ้น Black List และส่งผลให้ไม่สามารถจองตั๋วรถไฟได้อีก
หรืออาจจะมีปัญหาเวลาจองตั๋วรถไฟครั้งต่อๆ ไป
ด้วยประการฉะนี้..จึงจำเป็นต้องหาเพื่อนช่วยไปเอาตั๋วก่อน
T^T

อ่ะ เริ่มวันเดินทางเลยนะ ^^

pic 022 

เริ่มเดินทางวันที่ 16 ตุลาคม 2550
รถไฟออกเวลา 4 ทุ่ม
เราไปถึงหัวลำโพงตอน 2 ทุ่มกว่าๆ โดยมีปิ่นกะบอมมาถึงก่อนแล้ว
แล้วคนอื่นๆ ก็เริ่มทยอยมากันจนเกือบครบ ยกเว้น พี
คนเริ่มทยอยขึ้นไปบนรถไฟ วางของ จองที่
ส่วนพวกเราก็รอกันอยู่ตรงบริเวณที่ซื้อตั๋ว
เรากะปิ่นก็เลยฝากเพื่อนกลุ่มนึงจองที่ให้

pic 019 

เวลาผ่านไปนานพอสมควร..พีก็ยังไม่มา
จึงตัดสินใจเดินไปรอที่รถไฟกันก่อน
แต่ปรากฏว่า..ไม่มีที่!!
เนื่องจากกลุ่มที่ฝากจองเค้าไม่ได้จองไว้ให้
ทำไงดี ที่ก็ไม่มี จะนั่งไหนกันล่ะทีนี้
เดินไปตรงไหนก็มีแต่คนจองไว้แล้ว
ตรงนี้ของน้อง ตรงนู้นของน้อง
เอ้า!! คราวหลังก็บอกมาเลยว่าทั้งขบวนอะของน้อง
แล้วขอโทษเสียไป 1000 บาท (ให้คณะ)
ได้นั่งรถไฟชั้น 3 ยังไม่พอนะ ยังมีที่นั่งให้แบบอัตคัตสุดๆ
สุดท้ายเลยแอบแย่งที่น้องซะเลย (แอบเลวไปนิด แต่ไม่มีทางเลือก)
<ขอโทษน้องกลุ่มนั้นด้วยแล้วกันนะค่ะ>

รถไฟจะออกอยู่ 10 นาทีแล้ว พีก็ยังไม่มา
เพื่อนๆ นี่ลุ้นกันตูดโก่งว่าจะมาทันหรือไม่
แล้วถ้าไม่ทันจะทำยังไง??
เพราะตอนเหลือ 15 นาที พีบอกว่าเพิ่งลงจากทางด่วน
ตายแล้ววววววว!!
จะให้ตื่นเต้นกันตั้งแต่เริ่มต้นการเดินทางเลยหรือนี่
แต่ในที่สุด พี ก็มาทัน
เฮ้ออออออออ..คิดถึงตอนนั้นแล้วลุ้นจริงๆ
พอพีนั่งได้ไม่นาน รถไฟก็เริ่มออกตัวทันที

สำหรับใครที่ไม่เคยขึ้นรถไฟชั้น 3 ต้องลองซักครั้งนะ
แต่ขอแนะนำว่าควรจะไปกันกลุ่มใหญ่ๆ
ตอนแรกนะกลัวมากอะ มีแต่คนบอกว่าเลวร้าย
ทั้งร้อน ทั้งเมื่อย ห้องน้ำก็แย่ สารพัดคำเตือน
แต่ว่ามันก็ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นหรอก
จะแย่แค่ตรงที่เมื่อยเนี่ยแหละ ซึ่งความจริงคงจะไม่เมื่อยขนาดนี้
ถ้าไม่ต้องนั่งเบียดกันเต็มสตรีมซะ
ที่นั่งสำหรับคน 3 คน ที่ตัวเล็กๆ (เน้นว่าเล็กๆ นะ)
แต่ต้องนั่งกัน 3 คน ซึ่งแต่ละคนนี่ ตัวไม่เล็กเลยซักนิด
โดยฝั่งเรามี สตาร์กะบอม
แล้วฝั่งตรงข้ามมีปิ่น นุ้ย และพี
(เรากะปิ่นโชคดีที่ได้นั่งติดหน้าต่าง เลยมีที่พิงตอนนอน)

เริ่มเดินทาง ก็เริ่มเม้าท์กันตามสไตล์
ตอนแรกยังไม่ค่อยออกรส ออกชาติซักเท่าไหร่
เพราะยังเนือยๆ เหนื่อยๆ กับการลุ้นเมื่อครู่หล่ะมั้ง
เดินทางมาได้นิดหน่อยก็เริ่มกินขนมกันเอร็ดอร่อย
กิจกรรมยามเดินทางก็ไม่มีอะไรมากมาย
นอน กิน นอน กิน เล่นไพ่ เล่น 5 10 15
แล้วเกมส์ที่สนุกสุดคงเป็น ศัพท์เทคนิค
เป็นเกมส์ที่ตลกและสนุกมากมาย แสดงถึงความเนิร์ดได้อย่างดีทีเดียว

โดยจะมีการแบ่งฝั่งเป็น 2 ฝั่ง (แบ่งตามที่นั่งอ่ะแหละ)
กลุ่มเราดีที่มีบอม แต่อีกกลุ่มก็แม่ไม่แพ้กัน เนื่องจากนุ้ยและพี
เกมส์เริ่มด้วยมีคนนึงพูดศัพท์เทคนิคขึ้นมา 1 คำ
กลุ่มตรงข้ามต้องพูดศัพท์อีกคำที่มีความเกี่ยวข้องกับศัพท์ของอีกกลุ่ม
พูดต่อๆ กันไปเรื่อยๆ ตอนแรกยังไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่
หลังๆ ความแม่เริ่มเยอะขึ้น ศัพท์บางคำนี่ เล่นเอาเรางงไปเลย
แบบมีเรียนด้วยหรอฟะ ไอคำๆ นี้เนี่ยยยย ไม่รุจัก!!!
เล่นไป เล่นมา ปิ่นก็ขอปลีกวิเวก ไปนอนก่อน เนื่องจากแม่ไม่พอ ^^"
โดยรอบสุดท้ายเริ่มด้วยคำว่าโกฐน้ำเต้า แล้วจบลงที่คำว่าโกฐน้ำเต้า
โดยระหว่างที่จะมาจบได้เนี่ย เล่นไปถึงอเมริกา ญี่ปุ่น และอะไรต่อมิอะไรก็ไม่รู้
ยังงงอยู่เลยว่ามันโผล่ไปไกลขนาดนั้นได้ยังไง ^^
คิดแล้วยังฮาไม่หายเลย บอมนี่ก็สรรหาแต่ละคำ นับถือเจ๊เค้าจริงๆ

นอกจากนี้ก็มีการเล่นไพ่ตอแหล ซึ่งหลายๆ คนคงจะเคยเล่นกัน
ส่วนเราเพิ่งเคยเล่นเป็นครั้งแรกในชีวิต
และค้นพบว่าตัวเองก็ตอแหลเก่งเหมือนกัน 5555
เพราะไพ่หมดเร็วสุดในรอบแรกๆ แต่หลังๆ คนอื่นเริ่มตอแหลเก่งขึ้น
เราเลยเหลือไพ่เต็มมือ เรียกว่าทั้งสำรับแทบจะอยู่ในมือเราหมด
เล่นไป เล่นมาก็เริ่มเบื่อ เลยหากิจกรรมอื่นทำแทน
ใจจริงอยากเล่น ABCD มาก แต่ไม่มีใครเอาด้วย เนื่องจากกลัวเจ็บ
(คิดถึงพวกแนนจังเลย ถ้าอยู่คงได้เล่นกันสนุกสนาน มือแดงกันไปแล้ว)

กิจกรรมในรถไฟยังมีอีกมากมาย เนื่องจากเดินทางกันถึง 14 ชั่วโมง
และไม่มีสถานที่สำหรับนอน แต่ละคนจึงนอนกันได้ไม่ได้
เนื่องจากทนความเบียดและความเมื่อยไม่ไหว
นอกจาก ปิ่น เธอเป็นคนที่นอนเก่งมาก นอนได้ทุกสถานการณ์จริงๆ
เราว่าเราเป็นคนนอนหลับง่ายแล้วนะ แต่ก็ไม่สามารถจริงๆ
เราได้หลับตอน 7 โมงไปนิดนึง แล้วก็ตื่นมาตอน 8 โมง (เห็นม่ะ ว่านิดนึง)
ตลอดการเดินทาง 14 ชั่วโมง เราไม่ได้เข้าห้องน้ำเลยซักครั้งเดียว (ทนได้ไง?)

เราเดินทางถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ เวลาประมาณเที่ยงกว่าๆ ได้ (ถ้าจำไม่ผิด)
โดยที่จิยาไปถึง ม.เชียงใหม่นานแล้ว (จิยาอยู่มหิดล ซึ่งได้นั่งรถทัวร์แสนสบาย)
พอลงจากรถไฟก็เริ่มคิดหาที่ไป ซึ่งสรุปว่าจะไปนอนที่ ดอยวิวเชียงใหม่
ซึ่งตอนแรกเรากะจิยาวางแผนจะไปนอนหอแพร(นิ)
ส่วนที่เหลือจะไปนอนหอเพื่อนนุ่ม ซึ่งเราโทรไปบอกให้นุ่มจองไว้ให้
(ก่อนหน้านั้นก็เคยโทรไปจองครั้งนึง แล้วยกเลิกไป -*-)
สุดท้ายก็ยกเลิกเป็นครั้งที่ 2 ต้องขอโทษนุ่มด้วยน้า เราไม่ได้ตั้งใจ T^T

ที่เชียงใหม่จะมีรถแดง หรือที่คนกรุงเทพฯ เรียกกันว่ารถสองแถวนั่นเอง
พวกเรานั่งรถแดงจากเชียงใหม่ไปยังโรงแรมดอยวิว (ซึ่งปิ่นโทรมาจองไว้ 2 ห้อง)
พอไปถึงมีเดะจุฬาฯ เยอะมาก นั่งอยู่หน้าโรงแรม
เนื่องจากไม่ได้จองไว้ก่อน จึงต้องลุ้นว่าห้องจะเต็มหรือไม่
สรุปเราก็ไม่รู้ว่าเค้าได้นอนที่นี่กันหรือไม่
เพราะหลังจากขึ้นไปเก็บของ ลงมาอีกทีก็พบว่าเค้าเหล่านั้นหายไปแล้ว

โรงแรมดอยวิวเชียงใหม่ ก็ถือว่าเป็นโรงแรมที่ดีโรงแรมนึง
ราคาห้องแบบธรรมดา เป็นเตียงแฝด นอนได้เต็มที่ 3 คน
คิดราคาคืนละ 600 บาท (แต่พวกเรานอนกัน 4 คน ^^)
ตอนเช้ามี breakfast ให้ฟรี 2 ที่
แต่เนื่องจากตอนแรกไม่รู้เลยพลาดไป 2 มื้อฟรีๆ (เสียดายยย)
ดีที่มารู้จากเพื่อนน้องฟัก (สมาชิกอีกคนที่เพิ่มมาตอนหลัง) เลยได้กินวันหลังๆ
จริงๆ แล้วบอมก็รู้ แต่มันไม่บอก เพราะนึกว่าเรารู้กันแล้ว 
แหมมม เพื่อนก็ช่างไม่รู้จักเพื่อนตัวเองเลย
ถ้าพวกเรารู้ มีหรอจะปล่อยให้พลาด(แอบเคืองนะเนี่ยยยยย)
อ่ะ ต่อเรื่องสภาพห้อง..
ห้องนอนก็เหมือนโรงแรมทั่วไป มีแอร์ ตู้เย็น โทรทัศน์ เครื่องทำน้ำอุ่น ฯลฯ

ห้องที่พวกเราได้นอนกันก็คือห้อง 3003 กะ 3004 ซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน
เรา จิยา สตาร์ บอม นอนห้อง 3003
ปิ่น นุ้ย พี น้องฟัก นอนห้อง 3004
เนื่องจากเป็นเตียงแฝดจึงนอนแยกชาย หญิงได้
แต่เอ๊ะ!! ทริปนี้ไม่มีผู้ชายนี่หว่า (555555)

พอเก็บของเสร็จ เราก็ชวนบอมออกไปรับจิยา ซึ่งอยู่ใน ม.
เราก็อุตส่าโทรไปถามจิยาแล้วนะ ว่าเสร็จรึยังจะให้ไปรับเลยมั๊ย?
ด้วยความกลัวว่าจิยาต้องอยู่คนเดียว เพราะเพื่อนจะเดินทางไปแม่โจ้กันแล้ว
(พิธีเปิดอยู่ที่แม่โจ้ เดะจุฬาฯ เดินทางไปกันเลยตั้งแต่อยู่สถานีรถไฟ)
<โปรดสังเกตความถึกของเดะจุฬาฯ>
จิยาบอกว่าอีก 15 นาที เค้าจะออกรถไปกันแล้ว เราก็เลยรีบลากบอมออกไปรับ
เรียกรถแดงคันนึง ซึ่งพี่คนขับก็ดีมาก คิดค่ารถคนละ 15 บาท
เรากะว่าไปถึงแล้วให้จิยาขึ้นรถมาเลย แล้วจะได้กลับไปทื่โรงแรม

pic 167 

ก่อนออกเดินทางจากโรงแรม
"จิยา แกอยู่ตรงไหนอ่ะ?"
"อยู่หอหญิง 3"
"เราออกไปรับแกเลยนะ แกไปเอากระเป๋าลงมาเลยนะ" (จิยาเก็บกระเป๋าไว้หอใน)
"อืมๆ"

รถแดงไปถึงหน้าหอหญิง 3
..Where is Jiya???..
(O o) (o O)
"จิยา แกอยู่ไหนเนี่ยย ช้านอยู่หน้าหอ 3 เนี่ย??"
"เราอยู่ตึกเรียนรวม 5 อะ มาเอาของกะเพื่อน" (เออ ดีจริงเพื่อนตรู)

"พี่ค่ะ ช่วยขับไปตึกเรียนรวม 5 ได้ป่ะค่ะ แหะๆ"
"ครับๆ"

รถแดงไปถึงตึกเรียนรวม 5
..Where is Jiya???..
(O o) (o O)
"จิยา แกอยู่ไหนเนี่ยยยยยยยยยยย??"
"ก็อยู่ตึกเรียนรวม 5 ไง"
"ไหน ชั้นไม่เห็น เห็นแกเลย อยุ่ไหนเนี่ย"
".."
สื่อสารกันนานมากกว่าจะรู้ว่าอยู่กันคนละฝั่งตึก
บอมเริ่มเอือมแล้วตอนนี้ รวมเราด้วย
เกรงใจพี่คนขับด้วย เลยให้พี่เค้าไปก่อน ไม่ต้องรอแล้ว

เรากะบอมเดินไปหาจิยา กว่าจะเจอ -*-
แต่ทว่า.."ไหนกระเป๋าแกอะจิยา??"
"อยู่บนห้องเพื่อน ยังไม่ได้ไปเอาเลย เรามาเอาของก่อน"
"-*-" <---- หน้าเรากะบอม

เออดีจริงๆ เพื่อนช้านนน ดีจริงๆ

ปรากฏว่าจิยาต้องมาเอาไม้พลองอันยาวเหยียด และผ้าสีดำผืนใหญ่
ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการแสดงของมหิดล
โดยจิยาต้องเอาไปเย็บที่โรงแรม -*-
หลังจากได้สิ่งที่จิยารอคอย
พวกเราก็ต้องเดินไปหยิบกระเป๋าจิยาที่หอหญิง 2
รอนานมากกกกกกกกกกกกก
เพราะเจ๊จิยาจำห้องไม่ได้ T^T
(สังเกตว่าไม่มีหอหญิง 3 เข้ามาเกี่ยวข้องเลย -*-)
จากนั้นต้องเดินไปเรียกรถแดง ซึ่งจอดอยู่ไกลออกไป
TT^TT เหนื่อยแล้วนะเพื่อนนนนนนนนน

เดินทางไปถึงโรงแรม (เฮ้อออ กว่าจะถึง++!!)
เรากะจิยาก็ตกลงกันว่าเด๋วไปดูหอแพรก่อนแล้วกัน
เพราะนุ่มบอกว่าห้องแพรไม่ใหญ่มาก
เรากะจิยากลัวว่าจะไปนอนเบียดนู๋แพร เลยขอไปดูสถานที่ก่อน
แต่ก็ไม่ได้ไป เพราะบอมบอกว่าให้นอนนี่ จะได้หารค่าห้องกัน
สรุปเลยนอนที่ดอยวิวเชียงใหม่ ^^

เก็บของเสร็จ เราก็ไปอาบน้ำ โดยที่จิยานั่งเย็บผ้าดำผืนใหญ่นั่น
อาบน้ำเสร็จปุ๊บ นั่งเล่นต่อซักพัก
พวกสตาร์ก็ชวนกันออกไปเดินเล่น
แต่เรากะจิยารอนู๋นุ่มอยู่ เลยไม่ได้ออกไป
นุ่มเพื่งสอบเสร็จวันนี้ และกำลังจะไปญี่ปุ่นในคืนเดียวกัน
(ดูความถึกของเพื่อนช้านนนนน :P)
เราเลยนัดมาเจอกันก่อนที่นู๋นุ่มจะไป (เพราะนุ่มไปญี่ปุ่น เลยไม่มีไกด์นำเที่ยวเลย) 

ไม่นานนัก หลังจากพวกสตาร์ออกไป
นู๋นุ่มก็มา โดยมาพร้อมกะพิมและแพร
เนื่องจากพิมขับรถมา พวกเราก็เลยแอบสบาย ^^
แล้วก็ออกไปนั่งกินข้าวที่ร้านแกงร้อน
พิมสั่งอาหารด้วยความชำนาญมาก
มีแกงฮังเล แกงโฮะ ไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่ม และอีกมากมาย จำไม่ได้และ
อาหารอร่อยดี แต่เรากินไปนิดเดียว เนื่องจากสภาพร่างกายไม่พร้อมเท่าไหร่ ^^"
ราคาอาหารร้านนี้ก็ไม่แพงเท่าไหร่
แต่เราไปไม่ถูกแล้วแหละ ร้านมันอยู่ในซอยอะ
(จนปัจจุบัน ยังงงกะถนนที่เชียงใหม่อยู่เลย -*-)

pic 028

กินข้าวเสร็จก็ไปส่งนู๋นุ่มที่หอแพทย์ ม.เชียงใหม่
หน้าห้องเจ๊นุ่มมีชั้นวางรองเท้าอยู่ เราเห็นแล้วทึ่งในเพื่อนคนนี้จริงๆ
รองเท้าของคนทั้งหอมารวมกัน ยังไม่เท่ารองเท้าของเจ๊นุ่มคนเดียว
-*-
ห้องเจ๊น่ารักดีนะ แต่แอบรกไปนิดนึง (หรือไม่นิดหว่า?)
..โหะๆๆ

pic 030 

แล้วก็เดินทางกลับโรงแรม โดยมีพิมผู้ใจดีไปส่ง
ระหว่างลงจากรถ ก็สวนกะกลุ่มสุ
พวกเจ๊กำลังจะไปเที่ยว Monkey Club (สถานบันเทิงขึ้นชื่อของเชียงใหม่)
(มี Warm up อีกที่ด้วย)
<เพิ่งรู้ว่าสุกะพิมเป็นเพื่อนกัน หลังจากสงสัยมานาน เพราะเห็นใน hi5>

เรากะจิยาขึ้นไปบนห้อง
เรานอนหลับไปทันทีที่หัวถึงหมอน
ส่วนจิยานั่งเย็บผ้าต่อ(หล่ะมั้ง)
ตื่นมาอีกทีตอนที่จิยากลับเข้ามาในห้องพอดี

จิยาเอาผ้าที่เย็บเสร็จแล้ว ไปให้เพื่อนที่ในม.
จริงๆ เราจะไปด้วย แต่จิยาบอกว่าไม่กล้าปลุก เพราะเราหลับสนิทเหลือเกิน
พอดีจิยาลงไปเจอแอมที่กำลังจะไปรับพี่นุ่นที่ในม. เหมือนกัน
2 คนนั้นเลยไปด้วยกัน เสียค่ารถแดงไป 140 บาท แพงจริงๆ--"

หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งคุยกันว่าพรุ่งนี้จะไปไหนดี??
สรุปกันว่าจะไปดอยอินทนนท์ ตอน 7 โมง
แล้วก็แยกย้ายกันไปนอน

จบวันที่ 1 ของ ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่

to be continued..

10月13日

B'coz iNsoMniA ^^"

ตี 4 กว่าแล้ว ชั้นยังนั่งตาค้างอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตัวเก่ง
วันนี้ไม่มีใครเหลือใน MSN เลย จะหาคนคุยด้วยก็ยากเต็มที
 
ในวันอันยุ่งเหยิงที่ผ่านมา แล้วก็เพิ่งจะผ่านไปนั้น
หากจะคิดว่าเป็นวันดีวันนึงก็คงจะไม่ขัดแย้งกับความเป็นจริงนัก
ถึงแม้จะมียัยตัวจิ๋วมาวุ่นวายปั่นป่วนในชีวิตก็ตาม
แต่ก็ถือเป็นสีสันแปลกใหม่ที่ทำให้วันของเราไม่เงียบเหงาจนเกินไป
วันทั้งวันชั้นมัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง
แต่ตอนจะนอนดันมานั่งคิดไม่ตกในเรื่องบางเรื่อง
ชั้นไม่ใช่คนนอนหลับยาก แต่เป็นคนชอบคิด(หรือเรียกว่า คิดมาก นั่นแหละ)
จะเรียกว่าคิดมากซะทีเดียวก็ไม่ถูก มันฟังดูเหมือนคนเครียดๆ แต่เราไม่
เราชอบคิดวางแผนชีวิตในอนาคตก่อนนอน
และนั่นแหละ..ปัญหา!!
เราจะคิดไปเรื่อยๆ วางแผนทำนู้นทำนี่เต็มไปหมด
ซึ่งมักไม่ค่อยได้ทำตาม ทั้งที่เสียเวลาคิดไปค่อนคืน ^^"
พอเริ่มคิด ก็จะไม่สามารถหยุดคิดได้
ปกติแล้วชั้นจะจินตนาการนู้น นั่น นี่ โน่น แล้วก็หลับไปเอง
แต่วันนี้ชั้นยังไม่อยากหลับด้วยล่ะมั้ง เลยคิดไปคิดมา ไม่หลับซักที
 
ชั้นเป็นคนนอนดึกถึงดึกมาก ส่วนใหญ่จะเรียกว่า เช้า เลยก็ได้
ชั้นมีเหตุผลของชั้นนะ...
เพราะชั้นเป็นคนประเภทชอบหนีโลกแห่งความเป็นจริง
ชั้นไม่อยากนอน เพราะวันพรุ่งนี้ของชั้นจะมาถึงอย่างรวดเร็ว
ชั้นเป็นพวกนอนแล้วตื่นยาก เพราะชั้นไม่อยากเจอกับวันที่จะมาถึง
ชั้นเป็นพวกชอบดูซีรี่ย์ อ่านนิยาย เพราะมันเป็นชีวิตที่ชั้นฝัน
และมันทำให้ชั้นหลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงอย่างได้ผลทีเดียว
และอีกเหตุผลก็คือ ชั้นร้องไห้ได้ โดยไม่มีคนถามว่าชั้นเป็นอะไร

ชั้นชอบเวลาน้ำตาไหล เพราะมันเหมือนได้ปลดปล่อย
แต่ชั้นก็ไม่ชอบการร้องไห้ เพราะชั้นไม่ชอบเวลาตาบวม
ชั้นชอบนั่งอยู่คนเดียว มองท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนสี
มองเมฆที่ค่อยๆ เคลื่อนบนท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสีนั่น
ชั้นชอบแอบมองแล้วยิ้มให้กับการทำความดีของคนอื่น
ชั้นชอบยืนเสียบหูฟัง ฟังเพลง แล้วหลับตาบนรถไฟฟ้า
เพราะชั้นไม่ชอบการสบตากับคนอื่นที่ชั้นไม่รู้จัก

ชั้นไม่ชอบพูดระบายเรื่องที่ไม่สบายใจให้ใครต่อใครฟัง
เพราะชั้นไม่รู้จะเริ่มยังไง และไม่รู้จะทำหน้ายังไง
ชั้นชอบการเขียนไดอารี่ เพราะมันทำให้ชั้นนอนหลับ
ดังนั้นชั้นจึงมักเขียนไดอารี่ตอนดึกๆ หรือตอนเกือบเช้า
มีอีกมากมายเกี่ยวกับตัวชั้น ที่เพื่อนบางคนไม่เคยรู้ แม้จะรู้จักกันมานาน
 
ชั้นพร่ำเพ้อพรรณนาได้ล้านแปดในไดอารี่ ^^"
ชั้นชอบบ่นเรื่องเดิมซ้ำซาก หากคุยกับชั้นนานๆ - -"
ชั้นมักอยากกินนู้น กินนี่ เวลาดึกๆ -*-
ชั้นไม่ชอบให้คนอื่นมาว่าเพื่อนของชั้น แต่ชั้นว่าได้ :P
ชั้นไม่ชอบให้ใครโกหก เพราะเหมือนเค้าคิดว่าชั้นเป็นพวกรับความจริงไม่ได้ ><"
ชั้นรับความจริงได้เสมอ ถ้าพูดกันด้วยเหตุผล ^^
ชั้นก็เป็นของชั้นแบบนี้เรื่อยมาและคงเป็นตลอดไป ^o^
 
อะไรๆ ในโลกมักมี 2 ด้านเสมอ
ชั้นก็เป็นคนที่มี 2 ด้าน มีทั้งด้านดี และด้านไม่ดี
ชั้นไม่อาจแสดงด้านดีได้ตลอดเวลา เพราะมันเหนื่อยเกินไป
ชั้นอาจแสดงด้านไม่ดีในบางครั้ง แต่ชั้นไม่ได้ตั้งใจ
ชั้นไม่ชอบใส่ใจด้านไม่ดีของคนอื่น เพราะมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น
แต่ชั้นก็ไม่ปิดหู ปิดตามองแต่ด้านดีของคนอื่นเช่นกัน
ชั้นมักมองคนทั้ง 2 ด้าน แต่เลือกที่จะนึกถึงด้านดีมากกว่าด้านไม่ดีเท่านั้นเอง
และชั้นก็อยากให้คนอื่นๆ ใส่ใจด้านดีของชั้นมากกว่าด้านไม่ดี ถึงแม้จะมีน้อยก็ตามที
 
 
 
สุดท้าย..
ชั้นมีเพื่อนสนิทที่ต่อให้ห่างกันไกลเท่าไหร่ พวกเค้าก็ยังอยู่ในใจชั้นเสมอ
ถึงพวกเค้าไม่ได้อยู่กุมมือชั้นเวลาชั้นร้องไห้ แต่ชั้นรู้ว่าพวกเค้าเป็นห่วงชั้น
ชั้นอบอุ่นใจเสมอ..เมื่อชั้นคิดถึงพวกเค้า
ชั้นขอบคุณโลกใบนี้ที่ทำให้เราได้พบและรักกัน
ชั้นอาจไม่ใช่เพื่อนที่ดีเท่าไหร่ แต่ชั้นรักพวกเค้าเสมอและตลอดไป
เกิดอีกกี่ครั้ง..ชั้นก็ยังอยากเป็นเพื่อนสนิทกับพวกเค้าเรื่อยไป
แพร แนน นุ่ม บุ๋ม ซัง ชั้นรักพวกแกมากกกกกกกกกที่สุด!!
 
ชั้นเริ่มมีเพื่อนสนิทเพิ่มขึ้น ชั้นเป็นห่วงพวกเค้าเสมอ
ชั้นอาจจะรักพวกเค้าไม่เท่ากับเพื่อนสมัยมัธยม แต่ชั้นก็รัก
ชั้นอยากขอบคุณพวกเค้าทุกคน ที่ทำให้ชีวิตมหา'ลัยของชั้นมีสีสัน

อยากขอบคุณที่พวกเค้าช่วยชั้นตลอดมา
ชั้นดีใจที่ชั้นมีพวกเค้าเป็นเพื่อนสนิทอีกกลุ่ม
ชั้นจะไม่มีวันลืม วันเวลาดีๆ ที่เรามีกันและกัน
บอม สตาร์ เบล ปิ่น จิ๊บ ฯลฯ ขอบคุณนะ
 
นัทลี และ พิชชี่ ถึงกาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
ชั้นก็ไม่เคยรู้สึกว่าความสนิทของเราลดน้อยลงเลย
 
ขอบคุณโลกใบกลมๆ
ขอบคุณป๊ะป๊า และ ม๊าม้า
ขอบคุณเฮียกร มีมี่ มิว
ขอบคุณประภามมนตรี
ขอบคุณราชวินิตบางแก้ว
ขอบคุณคณะเภสัชฯ จุฬาฯ
ขอบคุณตัวชั้นเอง
..ที่ทำให้วันทุกวันผ่านไปอย่างมีความหมาย..
 
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
Ps. - วันนี้เมื่อ 2 ปีก่อน เราก็อัพสเปซเหมือนกัน บังเอิญดีจัง ^^
     - เกรดเทอมนี้ออกมาดีเกินคาด แอบดีใจมากๆ 5555 ^O^ (หวังว่าเพื่อนไม่ได้ดูเกรดให้ผิดนะ -*-)
     - สเปซวันนี้ เหตุเกิดจาก temporary insomnia syndrome = =
     - สำหรับคนที่ไม่รู้ว่ายัยตัวจิ๋วคือใคร เค้าคือ น้องมายด์ ลูกของน้าเราเอง
     - ..อย่าลืมอ่านสเปซของเมื่อวันก่อนด้วยนะ พอดีอารมณ์อยากอัพ มันมาถี่ไปหน่อย ^^..
     - สงสัยจังว่าจะได้ไปมั๊ยเชียงใหม่ ???

     - สุขสันต์วันปิดเทอมนะทุกคน
8月25日

~ ก า ร เ ดิ น ท า ง ~

เริ่มด้วยเช้าของใครหลายๆ คน แต่สายสำหรับเรา
 
"กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!" งัวเงียๆ กี่โมงแล้วหล่ะเนี่ยยย
 
- 7.30 น. - เห้อออออ สายอีกแล้วเรา..เฮ้ยยยยยย!!!
 
รีบอย่างรวดเร็ว พรึ่บบ!! 8.00 น. เสร็จ ^^"
 
รถน้ำมันจะหมด -*-
 
แวะเติมก่อน พอมีเวลาเหลือ น่าจะทันแหละน่า
 
8.15 น. "ตึ้กๆ ๆ ๆๆๆ จะทันมั๊ยหล่ะเนี่ยยย"
 
8.30 น. บนทางด่วน ทางลงพระราม 4
 
ง่ะ - -"
 
ทำไมไม่เปิดทางลงหล่ะเนี่ย ถึงว่ารถติดเป็นหางว่าวเลย
(เผื่อคนไม่รู้ ทางลงพระราม 4 จะปิดตอน 7.00 ถึง 8.30 อะจ๊ะ)
 
ไอคุณตำรวจก็ยืนดูเฉยๆ ให้คนแทรกกรวยเข้าไปเอง
 
มันคิดได้ยังไง!!!
 
..แต่ในที่สุด..
 
ถึงคณะตั้งแต่ 8.45 น. โหะๆๆ
 
รอดไปอีกหนึ่งวัน ^^"
 
ต้องขอบคุณท่านพ่อ ที่ขับรถได้เร็วทันใจ
 
คงเพราะหน้าลูกสาว เริ่มถอดสีไปแล้ว ^^
 
--------------------นี่เป็นการเดินทางในช่วงเช้าของวัน--------------------------
 
หลังเลิกฝึกงาน เกือบๆ 1 ทุ่ม
เพื่อนๆ ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
ส่วนเราก็กลับพร้อมปิ่นและแอม
ก่อนกลับก็นั่งกินข้าวกันที่ฮะจิบัง
กินไป เม้าท์ไป สนุกสนาน ฮาเฮ
 
"เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น" ----> น้องเราโทรมาเอง
 
คุยกันแปบนึง ได้ความว่าต้องไปหามันที่บ้านยาย
แล้วก็ค่อยกลับบ้านพร้อมกันอีกที
 
จากรถไฟฟ้า ก็เปลี่ยนไปเป็น รถสาย 79
 
ระยะทางมันสั้นมากๆ เลยนะ
แต่ไม่รู้หลับไปกี่ตื่น -*-
 
อ่ะ ถึงแล้วววววว เฮ้อออ จะได้กลับบ้านซะที เหนื่อย!!!
 
ก็ตกลงกันว่าจะนั่งแทกซี่กลับบ้าน เพราะของหนัก!!
 
แต่จะรอส่งแฟนน้องก่อน..รออยู่ชาตินึงได้ รถ 511 คันที่ 3 จึงผ่านมา
(คันที่ 1 และ 2 ผ่านไป ตอนคุณน้องพาแฟนไปซื้อของ -*-)
 
ส่งขึ้นรถเสร็จ
ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 3 ทุ่ม หรือไม่ก็ 3 ทุ่มนิดๆ
 
ถนนโล่งมากกก
และรถก็โล่งมากเช่นกัน
 
เลยตกลงกะน้องอีกที จะนั่งรถเมล์ดีมั๊ย?
นั่งคิดอยู่พักนึง ก็ตัดสินใจได้ (ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์)
 
" ถ้ารถมาแล้วคนเยอะ จะนั่งแท็กซี่กลับ ถ้าไม่เยอะจะขึ้นเลย "
 
รอไม่ถึง 10 นาที รถที่รอคอยก็มา
 
<คิดแล้วก็ตลกดี
แฟนน้องก็นั่งสาย 511 กลับ
เราและน้องก็นั่งสาย 511 กลับ
แต่ไปคนละทาง ^^>
 
โอ้ววว รถโล่งพอตัว ขึ้นไปก้ได้ที่นั่งเลย
ซักพักก็ย้ายที่นั่ง เราะตอนแรกนั่งหลังสุด
ของมันเกะกะคนอื่น เลยย้ายที่ ตอนมีเก้าอี้คู่ว่าง
 
นั่งไปตอนแรกๆ
ก็ไม่แย่เท่าไหร่เนอะ
รถวิ่งไปเรื่อยๆ ไม่ช้า ไม่เร็ว ไม่ติด!!
 
พอเริ่มเข้าถนนสุขุมวิทเท่านั้นแหละ
ลางร้ายเริ่มปรากฏ..TT^TT
โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงนานา อโศก เป็นต้นไป
 
การเดินทางที่ยาวนานที่สุดในรอบปีก็เริ่มต้นขึ้น
 
รถติดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ไม่กระดุกกระดิกเลย นั่งอยู่ที่เดิม
หันไปกี่ครั้ง กี่ครั้ง ก็ที่เดิม!!!
 
TT^TT
 
นู๋อยากขึ้นแทกซี่ ขอย้อนเวลาได้มั๊ยยยยย?
ไม่น่าหาเรื่องเลยจริงๆ
 
 
เอ้าน่า นั่งอยู่บนรถแอร์สบายๆ นั่งไปเหอะ <--- ปลอบใจตัวเองไปเรื่อย
 
หลับไปหลายตื่นมากๆๆ ดีนะที่น้องมันไม่ง่วง
เรานี่ง่วงมากๆๆๆๆๆ ตั้งใจแต่เช้าว่าต้องนอนเร็วให้ได้ ^^!!
 
พอถึงสุขุมวิท 101 ได้มั้ง ถามน้องว่ากี่โมงแล้ว
แม่เจ้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
 
22.49 น.
 
ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เตียงนอนของช้านนนนน
กลายเปนเบาะรถเมล์ไปได้ไงฟะเนี่ยยยยย
 
อืม จะถึงแล้วๆๆ ปลอบใจตัวเองต่อไป..
 
วางแผนว่าจะลงรถเมล์ตรงอุดมสุข แล้วต่อแทกซี่เข้าบ้าน
 
อ่ะ 5 ทุ่มกว่าๆ
 
ในที่สุด..
 
ก็ได้ฤกษ์ลงจากรถซะที
 
เราอาสาจะถือถุงที่มีของหนักๆ เอง ให้น้องถือกระเป๋าเราแทน
 
ขณะก้าวลงบันได สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้น T^T
 
โอ๊ะ!! ไอถุงเจ้ากรรมมันดันปัดมาโดนขาเรา
 
ก็ที่รู้ๆ กัน ขาเราไม่ได้มีประสิทธิภาพอย่างที่คิด
 
ยืนอยู่ดีๆ ยังล้มได้ (คงพอเดาตอนต่อไปได้ใช่ม่ะ)
 
ขาพลิกไปข้างนึง ดีที่มือนึงจับราวบันไดไว้ได้
 
(น้องเริ่มตกใจ พี่เรามันทำไรว่ะเนี่ยยย!?!)
 
รองเท้าก็ผิดรูปผิดร่างไปเรียบร้อย เพราะมันเป็นแค่สายคาดๆ
 
ไอรถเมล์ก็อยากจะกลับบ้านเหมือนกันมั้ง
 
แทนที่จะหยุด ดันวิ่งต่อไป ยังดีที่เห็นใจ วิ่งแค่เอื่อยๆ YoY
 
โอ้ยย จะลงไงว่ะเนี่ยย เลยตัดสินใจก้าวลงไปทั้งยังงั้น
(สายตาคนที่นั่งริมหน้าต่าง พร้อมใจกันมองมาที่ตัวประหลาดข้างประตู)
(สายตาแสดงความสมเพช + ตกใจของคนนั่งขายพวงมาลัย มองมายังไอตัวประหลาดที่ลงมาไม่เป็นท่า..เราลงไปตรงหน้าเค้าพอดี >o<)
 
ลงไปเสร็จ ความโง่ งี่เง่าของเรายังไม่จบ
 
ดันไม่ยอมปล่อยมือจากราวบันได
(โอ้ยย โง่ได้อีก ตรู)
(ดีนะ มีน้องสาวสุดเลิฟอยู่ด้วย ไม่งั้นคงทำตัวไม่ถูก)
(จะว่าไป มันไม่ช่วยเราเลยง่ะ ได้แต่ส่งสายตาแสดงความฉงนและเห็นใจ..ช้านไม่ต้องการ -*-)
 
นึกได้ ตอนมือมานเริ่มถูกดึงไปพร้อมกะรถ เลยรีบปล่อย T^T
 
ลงมาเสร็จ น้องสุดเลิฟ เริ่มทำหน้าที่
 
โบกรถแทกซี่อย่างรวดเร็ว
(ถ้าไม่มีแทกซี่ตอนนั้น ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนดี T^T)
 
ขึ้นไปเสร็จ เฮ้อออออออออออออ ค่อยยังชั่ว ^^
 
เอามือวางบนตักตัวเอง
 
โอ้ย ทำไมมันปวดจังง่ะ Y^Y
 
เวงกำ ดันเซไปโดนอะไรซักอย่าง
(ต้องเข้าใจว่ามันเกิดเร็วมาก ไม่รู้โดนอะไร *-*!)
 
ดันไปซ้ำแพ้เดิม ที่ไม่รู้โดนอะไรมา ยังเขียวไม่หายเลย
 
คราวนี้มีปืดเป็นรอยสีแดงๆ มาอยู่เป็นเพื่อนไอ้สีเขียวอีก
 
ฮือๆๆ
 
ข้อเท้า หน้าแข้ง หัวเข่าช้านนนนนนนนนนน
เฮ้อออออ !!
ไอซุ่มซ่ามเอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ไม่รู้จะหาคำอะไรมาด่าตัวเองดีตอนนี้ !><!
 
แต่ยังดี แผลไม่รุนแรงเท่าไหร่
แต่ก็แอบเจ็บอยู่ดี
คาดว่าพรุ่งนี้จะหายดี
สาธุ
 
-เรื่องโง่ๆ ในการเดินทาง ของคนที่ไม่ใช่นักเดินทาง-
 

Ps. - สเปซและสีสเปซวันนี้ ขออุทิศให้แก่ความโง่ของเราเอง
     - ไม่มีอีกแล้วววว นั่งรถเมล์แบบนี้ T^T
     - อ่านกันจบรึป่าว? วันนี้อัพยาวไปหน่อย อัดอั้นตันใจมาก ^^!
     - เหนื่อยและ ขอไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้มีฝึกงาน 8.30 น. (มานั่งอัพทำไมฟะเนี่ยยยย..อัดอั้นตันใจไงหล่ะ ^^!)
     - เหตุการณ์มันมากมายเหลือเกิน เพิ่งจะถึงบ้านตอนที่อัพเนี่ยแหละ ถ้าลืมทำอะไรไป ก็ขอโทษด้วยหล่ะกัน อย่าโกรธกันเลยนะ ><"
     - จบข่าว -
 
 
 
 
 
 
 
7月28日

*..i'm HAPPY to Do..*

เมื่อวาน ตอน 4 โมงกว่าๆ ..
เรายืนรอรถเมล์อยู่กะนู๋แนน ที่ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามโลตัสอ่อนนุช
นู๋แนนจะกลับบ้าน ส่วนเราจะไปเซนทรัลบางนา

..แล้วรถสาย 507 ก็วิ่งเข้ามาจอดป้ายพอดี
มันเป็นสายที่นู๋แนนขึ้นได้อ่ะ (เราบอกเอง - -")
ก็ร่ำลากันเสร็จเรียบร้อย นู๋แนนก็ขึ้นรถไป
กระเป๋ารถเมล์เจ้ากรรมพึ่งจะตะโกนบอกว่าสุดระยะแค่บางนา
เราก็อ้าวว!! แนนก็เหวอ!!
เราก็เรียกแนนให้ลงมา (ก็มันไปไม่ถึงนี่นาาา)
เสร็จเราก็มองหาแนนแถวๆ ป้ายรถเมล์
ปรากฏว่าไม่มี..!!!
โทรหาแนนทันที ปรากฏว่าแนนไม่ได้ลงมา
-*-
แนนบอกว่าก้าวขาไม่ออก (เพื่อนช้านนนนน)
สรุปเลยไปลงสี่แยกบางนาแล้วต่อแทกซี่กลับบ้าน
- -"
 
อีกสักพักนึง รถ 552 ที่เรารอคอยก็มาถึง
แต่รถเจ้ากรรมคนเยอะมากๆ อะ ก็เลยตัดสินใจไม่ขึ้น
กะว่าจะรอคันต่อไป เพราะไม่ได้เร่งรีบอะไร
รถเมล์สายนั้นวิ่งออกไปจากป้ายพร้อมคนเต็มรถ
ประหนึ่งปลากระป๋องดีๆ นี่เอง ^^'
 
แล้วเราก็ได้เห็นภาพที่น่าสงสารมากๆ อะ
ภาพที่เราเห็น อยู่อีกฟากนึงของถนน..
ใต้บันไดทางขึ้นรถไฟฟ้า สถานีอ่อนนุช..

มีเด็กผู้ชาย 2 คน ตัวผอมๆ ผิวคล้ำๆ
คนนึงดูโตกว่าเด็กอีกคน เราคิดว่าน่าจะเป็นพี่ชาย
ทั้งคู่ดูเหมือนจะอาศัยที่ตรงนั้นเป็นที่พักหลับนอน..เพราะมีผ้าห่มปูอยู่ด้วย
 
ตอนนั้นพี่ชายเดินถือถ้วยที่ใส่อาหารอะไรซักอย่างมา 2 ถ้วยเล็กๆ
ถ้วยมันดูเหมือนถ้วยใส่ข้าวโพดอบเนยอะ (เล็กมั๊ยหล่ะ?)
 
ตอนแรกคนน้องกำลังนอนอยู่ใต้บันไดนั้น ขณะที่พี่ถือถ้วยปริศนานั้นมา
พี่ชายยื่นถ้วยเล็กๆ นั้นให้คนน้องที่ตื่นขึ้นมา คงเพราะพี่เรียก

คนพี่พยายามเอาผ้าห่มอีกผืนมาบังแดดให้น้อง
แต่ก็พบว่าไม่รู้จะแขวนไว้ยังไง สุดท้ายเลยวางผ้าลง -*-
หันมาจัดการกับอาหารถ้วยเล็กๆ นั่น พร้อมกับน้องตัวเอง
..เด็กสองคนค่อยๆ บรรจงตักอะไรซักอย่างเข้าปาก
ซึ่งดูยังไงก็ไม่ได้ทำให้อิ่มท้องได้เลย ไม่ถึงเสี้ยวกระเพาะเลยด้วยซ้ำไป
 
เรายืนดูเหตุการณ์อยู่นานพอสมควร
โดยไม่ได้สนใจรถเมล์ที่วิ่งผ่านไปเลย
ไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งอื่นๆ ที่ผ่านไปมาตรงหน้า
ในสายตาเรามีแต่เด็ก 2 คนนั้น
แล้วก็ตัดสินใจว่าต้องทำอะไรซักอย่าง
 
สุดท้าย..ก็เดินกลับไปอีกฝั่งของถนน
ตอนที่เดินไป รู้สึกหิวมากๆ อะ
เพราะตั้งแต่เช้าจนกระทั่งตอนนั้นยังไม่ได้กินอะไรเลย
แล้วก็คิดถึงเด็กสองคนนั้นว่าเค้าจะหิวแค่ไหนกันนะ
หากพวกเค้าไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องมาหลายวันแล้ว
 
เราเดินเข้าไปในโลตัส อ่อนนุช
แล้วก็สั่งข้าวหมูเกาหลี กะ ข้าวปลาอะเมซซิ่ง
ซึ่งเป็นอาหารที่เราคุ้นเคย แล้วก็รู้สึกว่ามันอร่อยดี
แล้วก็บอกเค้าว่าเอากลับบ้าน ขอช้อน 2 คันด้วยนะค่ะ
พอได้อาหารที่สั่ง เราก็เดินลงไปข้างล่าง
ไปหาเด็กสองคนนั้นที่นอนอยู่ใต้บันได
แต่พอเดินไปถึงปรากฏว่าเหลือแต่คนน้องอยู่คนเดียว
เด็กคนนั้นกำลังนอนหลับอยู่บนผ้าห่ม พร้อมห่มผ้าอีกผืน
ยิ่งเราเห็นเค้าแบบใกล้ๆ เราก็ยิ่งรู้ว่าเค้าผอมแค่ไหน
ดูเหมือนเค้าจะไม่ค่อยสบาย หรืออาจเพราะไม่มีแรงจากความหิวก็ไม่รู้
 
เราตัดสินใจเรียกเค้าให้ตื่นขึ้นมา
เค้าก็ดูงงๆ บวกกับความงัวเงีย มองตาปริบๆ
เรา : "ทำไมน้องมานอนอยู่ตรงนี้หล่ะค่ะ?"
น้อง : "..."
เรา : "น้องหิวมั๊ยค่ะ?" (ถามพอเป็นพิธีไปงั้นแหละ)
น้อง : "หิวครับ"
เรา : "อ่ะ พี่ซื้อข้าวมาฝาก น้องเอาไว้กินกับพี่ของน้องนะค่ะ"
น้อง : "ขอบคุณครับ" พร้อมกับยกมือไหว้

..แล้วเราก็วางข้าวที่เพิ่งซื้อไว้ให้น้องตรงนั้น
..แล้วก็เดินขึ้นรถแท็กซี่ เพื่อกลับบ้าน (ก็ไหนๆ ก็เดินมาฝั่งนี้แล้ว แหะๆ)
(..แล้วเพื่อนเรา ก็งอนไปเลย ที่เราไม่ได้ไปเซนทรัล)
 
ตอนนั่งรถแท็กซี่ผ่านน้องคนนั้น
เราเห็นน้องเค้านอนอยู่ที่เดิม พร้อมกับมีถุงข้าววางอยู่ตรงหน้า
เราคิดว่าน้องเค้าคงรอพี่กลับมา จะได้กินพร้อมกันมั้ง
หรือเค้าอาจจะไม่ไว้ใจเรา เอาไปทิ้งตอนหลังก็ไม่รู้
 
..แต่ไม่ว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นยังไง
ในตอนนั้นเรารู้แต่ว่า..
"การทำอะไรซักอย่างเพื่อคนอื่น มันมีความสุขแบบนี้นี่เอง"
 
เรานั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวบนรถแท็กซี่ไปตลอดทางจนถึงบ้าน
 
วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดวันนึงในชีวิตของเราเลยแหละ ^^
 
อยากรู้มั๊ยหล่ะ ว่ามีความสุขแค่ไหน???
ถ้ามีโอกาสก็ลองช่วยเหลือคนอื่นดูสิ
แล้วเรารับรองว่า ความสุขในการให้มันยิ่งใหญ่จริงๆ
^^

เมื่อก่อนเราชอบคิดว่าอยากช่วยคนนั้น คนนี้
แต่ก็ทำได้แต่คิด
แล้วก็ต้องมานั่งเสียใจตอนหลังที่เราไม่ช่วยเค้าในตอนนั้น
ต่อไปนี้ ถ้ามีโอกาสเราจะไม่ลังเลอีกต่อไปแล้วแหละ
^^

**************************************************************
Ps.  - นู๋แนนถึงบ้านปลอดภัยดีใช่มั๊ยจ๊ะ ^^
      - ขอโทษทีนะที่ไม่ได้ไปเซนทรัลและไม่ได้รับโทรศัพท์ เมื่อวานนี้
      - นู๋แพร เมื่อไหร่จะเลิกไปหาหมอสิวที่พรเกษมซักที !!!
      - นู๋นุ่ม เรารู้ว่ากำลังสอบอยู่ใช่มั๊ยหล่ะ สู้ๆ นะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับเมสเสจ miz u too นะจ๊ะ
      - นู๋บุ๋มกะนู๋ซังสอบเสร็จรึยังจ๊ะ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเนี่ย สู้ต่อไป ในการสอบนะจ๊ะ
      - จิยา ดูแลสุขภาพตัวเองมั่งนะจ๊ะ ไม่สบายบ่อยๆ เพื่อนๆ เค้าเป็นห่วงกันหมดแล้ว
      - ลืมบอกไป!! สอบเสร็จแล้ววววววววววววว ดีใจจัง 5555 
      - อืมมม..ตกลงเมื่อวานเราลืมซื้อข้าวให้ตัวเองอะ เลยต้องกลับบ้านมานั่งกินมาม่า - -"
      - มีความสุขจังเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ^^
7月21日

PharmacogNO(i)SY TT^TT

เริ่มวันแรกของการสอบกลางภาคครั้งที่ 1 ในปีที่ 3

โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!!

ทำไม่ได้เลยง่ะ -*-

เฮ้อออออ...ปลงดีกว่าเรา

ไม่อยากคิดถึงคะแนนเลย ว่ามันจะตกมีนไปไกลขนาดไหน..หุหุ

..PharmacogNO(I)SY..

ไม่น่าอ่านเลยอ่ะ ความรู้มันไม่ลงแก้วเลยแหะ
เวงกำจริงๆ เสียเวลาทำมาหากินหมด..ชิชะ
อ่านไปแล้วลืมหมด..หมดจริงๆ
เข้าไปแล้วเหวอลืมไปหมด

แล้วอาจารย์ก็ประเสริฐจริงๆ
หลอกมาได้คำเล็กคำน้อยเนี่ยย
มีความรู้แค่นี้ก็บุญแล้วง่ะ
ดันมาแกล้งกันงี้
หมุงหมิงจะเหลืออะไรฟ่ะ ??

PharmacogNO(I)SY Lab

อ.คณิตใจร้ายมากๆๆๆๆ
ตัวเลขแสนจะอุบาทว์
ไม่ให้ใช้เครื่องคิดเลข -*-
แล้วบอกทำทันๆ ให้วาดซะ 3 กราฟ
ใ ค ร จ ะ ท า ม ทั น ฟ่ ะ ? ? ?

จบกันวันแรก

ต่อจากนี้ไปมีแต่คำว่า "ปลง"

รู้คะแนนสอบเมื่อไหร่จะมาบ่นให้ฟัง ภาค 2 ^^

Phar Anal (ฟาร์อะเน่า - -")

ช้านจะอ่านดีม่ะหว่า ?
กลัวจะเข้าแนวเดิม..-*-

เฮ้อออออออออออออ!!!!!

วิชานี้มันยิ่งกว่าวิชาแรกอีกอะ

..เ อ เ ม น น น น น น น น น น น น น น..

 

..Just 1 week..
i must go it through

****************************************************************

Ps. - ชอบที่แนนเม้นท์ให้จังเลย มาเม้นให้บ่อยๆ นะ น้ำเน่าดี...555 (ล้อเล่น!!)
     - กล่องความสุขของเราก็มีแพร แนน นุ่ม บุ๋ม ซัง อยู่เสมอเหมือนกันนะ
     - ขอบคุณที่เรายังมีกันและกันเสมอ ขอบคุณที่ทำให้เราไม่โดดเดี่ยว ถึงอยู่ไกลตา แต่ใกล้ใจเสมอ ^^
     - ตั้งใจอ่านหนังสือกันต่อไปนะจ๊ะ เพื่อนๆ ทุกคน..เด๋วมันก็ผ่านไปแล้วแหละ
     - จริงๆ ฟาร์มาคอกเราก็ไม่ได้เซงอะไรมากแล้วแหละ เพราะอย่างน้อยเราก็ไม่ต้องมานั่งเสียใจว่า "ทำไมไม่อ่าน" ตอนแรกก็แอบเครียด มาปลงได้ตอนประโยคบนเนี่ยแหละ (thank u)
     - ช่วงนี้ความโง่เข้าครอบงำ อ่านอะไรก็ลืมไปหมด..จบเห่แน่ตรู!!
     - บ่นอะไรของเราเนี่ย..ENOUGH!!!

6月9日

= The Day oF The King =

"วันประวัติศาสตร์"
 
วันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2549
วันนี้ดูทีวีแล้วปลื้มมากๆ เลยอะ
คนไทยเรานี่รักในหลวงมากๆ เลยเนอะ (เราก็รักนะ ^^)
แต่วันนี้แอบเปลี่ยนเชื้อชาติอะ
ไม่ได้ใส่เสื้อสีเหลือง (รู้สึกเหมือนเป็นตัวประหลาดเลย - -")
เราไป lotus มา แบบ โอ้ววววว อยากกลับบ้านด่วน !! (เหลืองทุกคน..><)
 
..ตอนที่กำลังอัพนี่ ผลบอล เยอรมัน กะ คอสตาริก้า 1-1 แล้ว..
เยอรมันอึ้งไปทั้งสนาม..หุหุ (มีเพื่อนคนไหนอึ้งตามรึป่าวจ๊ะ)
อย่าไปแทงบอลน้า มานม่าดีนะค่ะ..เพื่อนคนนี้เปนห่วง ^^
ไปที่ไหนก็เหลืองไปหมด (น่าปลาบปลื้มจริงๆ เลย)
แต่น่าเสียดาย ตอนเค้าจุดเทียน ดันทำฟันอยู่ T_T
เค้าบอกว่าถนนสุขุมวิท คนออกมาจากไหนก็ไม่รู้อะ เตมเลย (น่าเสียดาย)
 
อ้าวไรง่ะ เยอรมันนำไปอีกและ 2-1 (มันเล่นฟุตบอล หรือ ฟุตซอลเนี่ย)
ยิงกันมันเลยนะ พรุนไปหมดแล้วประตู - -"
 
อยากเหนพลุด้วยอ่า ได้เห็นแต่ในทีวี (ไม่อลังการเลย ^^")
เราชอบดูพลุมากๆ เลยอะ สวยดี
แบบมันเปนอะไรที่อลังการดีอะ แบบมนุษย์ทำได้ไง (ประมาณนั้น แหะๆ)
แต่เราก็ไม่ค่อยได้ดูหรอก (มัวแต่จมปุ๊กอยู่ในบ้านเนี่ยแหละ)
 
วันนี้เรื่อยๆ เปื่อยๆ ก็เลยมาอัพๆ ให้อ่านกันเล่นๆ ^o^
 

คนที่ใช่ กะ กุญแจ
 
มนุษย์แต่ละคน มีคนที่ใช่เพียงไม่กี่คน
บางคนดูก็รู้ว่าไม่ใช่..impossible น่ะ
หลายครั้ง..คิดว่าใช่แต่กับไม่ใช่
แต่พอเจอคนที่ใช่
โป๊ะเชะ!!!
 
ก็เหมือนกับ
ลูกกุญแจ กะ แม่กุญแจ
บางลูกกุญแจแค่มองผ่านๆ ก็รู้แล้วว่าไม่มีทางไขได้
บางลูกกุญแจ..ดูเหมือนจะไขได้
เสียบเข้าไป
โอ๊ะ!!!
..
ไขๆ
ไขไม่ได้แหะ - -"
แต่พอเจอลูกกุญแจที่ใช่
*กริ๊ก*
 
มันก็ง่ายๆ แค่นี้แหละ
แต่ลองคิดว่าคนบนโลกมีกี่พันล้านคน
มีเพียงอยู่ไม่กี่คนเท่านั้น
ที่สามารถจะไขหัวใจของเราได้
*กริ๊ก*
 
เราก็ขอให้เพื่อนๆ ตามหากุญแจดอกนั้นให้เจอเร็วๆ แล้วกันนะ
แล้วอย่าลืมเชิญเราไปงานแต่งด้วยหล่ะ ^^
 

Ps. - คิดถึงเพื่อนๆ จังเลย โดยเฉพาะ นุ่ม บุ๋ม ซัง (แพร กะ แนน เราเจอกานบ่อยแล้วเนอะ ^^)
      - ตอนนี้ชีวิตที่มหา'ลัยก็ยังเรื่อยๆ อยู่ ได้ take care น้องๆ ก็สนุกดี ^^
      - เทอมนี้เจอ biochem phychem กะ org chem II ก็เหวอไปตามระเบียบ
      - ไม่ชอบเคมี แต่เข้าเภสัช เพื่อนๆ เป็นกำลังใจให้นู๋ด้วยน้า T_T
 
 
      รักเธอจัง..ประเทศไทย  
 
 
 
 
5月18日

!><!วันว่างๆ..ของ..คนว่างๆ ^o^

วันนี้เรานั่งว่างๆ (เน้นว่าว่างมากกกกกกกก!!!)
ช่วงนี้ ชีวิตเริ่มมีความสุขขึ้นมาอีกหน่อย
เพราะเราไม่ต้องไปเรียนซัมเมอร์แล้วอ่าจิ
อิอิ
แต่ก็นะ..ยังต้องนั่งลุ้นเกรดอยู่ดี
สาธุ ขอให้อย่า F เลย (นู๋ยังไม่อยากเลี้ยงปลาเจงๆ นะ T_T)
 
ตอนแรกไม่รู้นึกยังไงเหมือนกัน
ถึงอยากให้เปิดเรียนซัมเมอร์เร็วๆ
สงสัยจะนอนมากไป เพ้อจัด แหะๆ
แต่ไม่ว่าจะยังไง มันก็จบไปแล้ว
ฮิ้ววววววววว ^o^
 
ตอนนี้เลยเหลือแต่กิจกรรม
เราก็เด็กกิจกรรมเหลือเกิ๊นนนนน - -"
ไม่รู้เมื่อไหร่เพื่อนในคณะจะไล่ออก (ไม่เคยไปทามงานอะไรเล๊ยยย)
จริงๆ ก็ไม่ใช่ว่าไม่อยากไปช่วยน้า
แต่มานๆ ...ๆๆ...ๆ ไม่ตื่นง่ะ (ผ่างงงงงงงงง!!)
ทำไมถึงเป็นคนแบบนี้เนี่ยเจ้าหมิงเอ้ย (แหะๆ)
 
เต้นสันอะไรกะเค้าก็เป็นซะที่ไหนกันเล่า
เต้นแร้งเต้นกายังพอไหว อิอิ
 
ช่วงนี้ก็ไม่มีไรทำเป็นกิจวัตร
ส่วนใหญ่จะจมอยู่กับนิยายซะมากกว่า
เรื่องนู้นจบ เรื่องนี้ต่อ (ยัยหมิงเอ้ยยยยย)
แต่ก็นะขอ Relax หน่อยเต๊อะ
ชีวิตมันเครียดมากกก (เครียดตรงไหนไม่รู้ สงสัยเพราะยังไม่รู้ว่าจะเครียดอะไรดี)
ตอนนี้เราอ่านนิยายเรื่อง 'กรรมพยากรณ์ ' ของ 'ดังตฤณ'
Oh ~ my GoD
มันยาวมากๆ เลย แต่ก็ยังอ่าน (แล้วจะบ่นทำไมเนี่ย >o<')
เรื่องนี้ ภญ.แม่นุ่ม เค้าแนะนำมา
ก็โอเคนะ ผ่านๆ (ได้ข่าวว่าอ่านไป 2 ตอนเอง  \o_o/)
อ่านแล้วได้สาระดี ลองไปอ่านกันดูจิ เผื่อจะเป็นคนดีขึ้น ^&^
อุ๊บส์..เราไม่ได้ว่าเพื่อนเราเป็นคนไม่ดีนะ (ดีอยู่แล้ว แต่จะได้ดีขึ้นไปอีก ^^)
 
อื้มมมม.....
วันนี้อ่านเจอในนิยาย เจ๋งดี เลยเอามาให้อ่าน
 
"เคยคิดไหม ทำไมบางทีคนเราชอบคุยกันทางโทรศัพท์มากกว่าคุยกันแบบเห็นหน้าเสียอีก”

"ข้อดีของการคุยโทรศัพท์..
ข้อแรก
มีเสียงของคนที่เรารักอยู่ในหูตลอดเวลา
ข้อสอง
ได้เวลาส่วนหนึ่งในชีวิตของเธอไว้เป็นของเราคนเดียว
ข้อสาม
เหมือนได้อยู่กับเธอในที่ส่วนตัวของเธอเองตามลำพัง
ข้อสี่ ถ้าทำให้เธอขัดเคืองก็ง้อได้เต็มที่โดยไม่ต้องกลัวใครได้ยิน

ข้อห้า…ขณะถูกปฏิเสธ เธอจะไม่เห็นน้ำตาของเราเลย…"

 

เป็นไงมั่ง นิยายที่เราติด ก็อะไรประมาณนี้แหละ..อิอิ

นี่คัดลอกกะตัดต่อมานิดหน่อย

บางครั้งคนเขียนก็เขียนอะไรได้ตรงกับใจเราดี

ถ้ายิ่งตรงนะ ยิ่งชอบ ยิ่งโดน ยิ่งวางไม่ลง (เอ๊ะ หรือไม่ยอมวาง ^^)

^O^

 

วันนี้นู๋นุ่มนิ่มก็ขึ้นไปเชียงใหม่แล้วจิเนี่ย

ขอให้มีความสุขมากๆ นะเพื่อนรัก

 

เมื่อวานไปเที่ยวกะเพื่อนๆ ในกลุ่มสนุกมากมาย

ถึงแม้จะไม่ได้ดู 'มอแปด' อย่างที่ตั้งใจก็ไม่เป็นไร

สุดท้ายก็กิน Sisler' ตามระเบียบ แล้วก็ต่อด้วยเกะ (ประจำ!!)

แล้วก็มีความสุขเหมือนเคย (YaHoo..ยิปปี้)

เมื่อวานไปกันครบเลย (แอบมีส่วนเกินด้วย - -"..อิอิ)

 

..ขอเม้าท์หน่อยนะ

ยัยนู๋นุ่มนิ่มของเรามัน ReturN ซะแว้วว

พี่เบสนี่ ต้องยกนิ้วให้เลย ในที่สุดก็ได้ ReturN จนได้ 

ก็ขอให้ HappYๆ นะเพื่อนรัก (ยัยขี้เหงาเอ้ย :P)

 

เอ๊ะโอ..

ชักจะยาวไปแล้วนะยัยหมิงเอ๋ยย (เจ้าคร่ะๆ ไปก็ได้เจ้าคร่ะ - -")

- บ้าไปแล้วหรอเนี่ยเรา -

ก็ขอจบไว้ตรงนี้เลยแล้วกันนะ

จะเปิดเทอมแล้วซินะพวกเรา..ตั้งใจเรียนนะเพื่อนๆ

แล้วก็น้องๆ ขอให้เอนท์ที่ดีๆ ที่อยากเข้านะค่ะ..เป็นกำลังใจให้

H A P P Y ~ h a p p y

EveryBody


Ps. - Miss u @LL 'My BestfriendzZ'

         - Hello My LiFe @ CU agains

         - Lucky 4 anyone who came here ^^

         - L o V e ~ Family <i'm a family woman...hahaha>

         - Good Bye..see u next time <Bye Bye>

         - Thank You 4 every comments o^^o 

3月26日

-^^- Give iT 2 EverYONe -^^-

I think it GooD 4 "U"
 
...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
มีหญิงสาวคนหนึ่งผิดหวังในรัก
เนื่องจากคนรักของตนได้มาทิ้งไป จึงกำลังจะฆ่าตัวตาย 
ขณะนั้นเองมีพระธุดงส์รูปหนึ่งผ่านมาพบเข้า 
จึงได้กล่าวให้สติกับสีกาว่า
"โยมจะทำอะไรรึ"
  
"อิชั้นจะฆ่าตัวตายเพราะไม่รู้จะอยู่ไปทำไม มีแฟนๆ ก็มาทิ้งไปเจ้าค่ะ" 
หญิงสาวตอบ
 
พระธุดงส์จึงได้เทศนาให้หญิงสาวฟังว่า
"เหตุใดโยมจึงต้องเสียใจเล่าในเมื่อคนที่ควรจะเสียใจควรจะเป็นแฟนของโยมสิ" 
 
หญิงสาวหยุดคิดและถามกลับไปด้วยความสงสัยว่า
"ทำไมล่ะเจ้าคะ"
  
พระธุดงส์ตอบว่า
"ในเมื่อโยมมิได้สูญเสียสิ่งที่สำคัญไปเลยน่ะสิ"
  
หญิงสาวตั้งใจฟังพระธุดงส์แล้วก็ตอบกลับไปว่า 
"ไม่จริงหรอกค่ะดิชั้นสูญเสียแฟนอันเป็นที่รักยิ่งไปนะเจ้าค่ะ"

พระธุดงส์ตอบ
"โยมได้สูญเสียคนที่มิได้รักและห่วงใยโยมซึ่งจะมีค่าอันใด 
แต่แฟนโยมซิที่สูญเสียคนที่รักและห่วงใยเค้าเช่นโยม 
ใครควรจะเสียใจกว่ากันล่ะโยม ???"
 

 
ชีวิตคน..
เลือกเดินทางได้เพียงครั้งเดียว
ในกติกา ไม่มีการเดินถอยหลัง
ไม่มีการกำหนดความเร็วของเวลาที่เดินไปพร้อมเรา
แต่มันได้กำหนดเวลา Game Over ไว้แล้ว สำหรับทุกคน
ชีวิตคน..
ไม่มี Continued หรือ ตัวช่วย
มนุษย์ทุกคนต้องเล่นเกมชีวิตนี้ด้วยตัวเอง
เราเลือกได้ว่าจะเดินไปทางใด
จะเดินลงหุบเหวลึก
จะอยู่กลางมหาสมุทรอย่างเดียวดาย
หรือจะเดินในป่าอันอบอุ่น
..และ
ทุกคนเลือกคนเดินข้างกายได้
แต่ไม่มีทางอยู่กับเราตลอดไปได้
 
แต่ละก้าวเดิน ไม่มีการถอยหลังกลับ
ที่เราทำได้เพียงหันไปมองเท่านั้น
คุณจะเสียใจมั๊ย ?
ถ้าคุณได้แต่คิดว่า "ทำไมตอนนั้นไม่ทำอย่างนั้นนะ"
 
ก้าวทุกก้าวอย่างระมัดระวังในเส้นทางชีวิต
แต่อย่าลังเล จนเราก้าวไม่ทัน
ทุกครั้งที่หกล้ม ต้องลุกขึ้นใหม่
อย่ามัวแต่นั่งร้องไห้กับความเจ็บปวด
เราสามารถเดินไป พร้อมกับร้องไห้ได้
แล้วน้ำตาก็จะหายไป พร้อมกับสายลมแห่งความสำเร็จที่อยู่ข้างหน้า
 
หวังว่าทุกคนคงได้เจอกับจุดหมายของตัวเองในที่สุด ก่อนเวลาจะหมดนะ ^^
 

Ps. - วันนี้นั่งอ่านเมล์ เมล์นึง แล้วก็ทำให้คิดถึงเพื่อนๆ หลายคน เลยแอบเก็บเอามาฝาก
      - ถ้าเคยอ่านแล้ว ก็อ่านอันที่ 2 ต่อได้เลยนะจ๊ะ เราเขียนเอง (วกวนไปหน่อยนะ ^^)
      - คิดถึงเพื่อนๆ ทุกคนเลยนะ อยากเจอ แต่ดูมันลำบากจังเลยแหะ
      - วันนี้ทำสถิติในรอบหลายวัน นู๋ยังไม่ได้อ่านนิยายเลยแหละ (อิอิ..เก่งมั๊ย??)
      - อยากอ่านนิยายจังเลยวุ้ย ดันไม่มีให้อ่าน (เศร้าๆ..ไม่เก่งแล้วใช่มั๊ย ^^")
      - ช่วงนี้ว่างจัด สมองเลยฟุ้งซ่าน คิดนู้นนี่เรื่อยเปื่อย เลยมาอัพบล็อคบ่อยหน่อยน่ะ (เม้นท์บ่อยๆ ด้วยนะ ^o^)
      - ..ไม่มีอะไรจะพิมพ์แล้วง่ะ..
 
 
 
3月25日

-*- Bad MooD -*-

[[T_T]] so bad :: Too bad to be my LiFe :: Chi-Cha [[Y_Y]]
 
Intro :+:
 
"โธ่เว้ย!!!" คำพูดที่ชั้นแอบตะโกนดังๆ ในใจ เพราะกลัวใครจะได้ยินเข้า
อันที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอก แค่แอบเคืองท่านแม่นิดหน่อยเท่านั้น (นิดหน่อยจริงๆ - -")
จะเล่าก็เด๋วคนอื่นจะมองว่าเราเป็นพวกตาร้อน (ซึ่งอาจจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ แหะๆ)
 
เห้ออออ.. พอและ แค่ได้ระบายอารมณ์
ตอนนี้ก็ดีขึ้นมากแล้วหล่ะ
อิอิ
เพื่อนๆ ไม่ต้องเป็นห่วงนะจ๊ะ
เหมือนเดิมแล้วจริงๆ
(ว่าแต่..จะมีคนเป็นห่วงมั๊ยเนี่ย - -?)
 
Chorus :+:
-*- ชั้นเกลียดการลาจาก -*-

แค่คิดถึงวันที่ต้องลาจากคนที่เรารัก ก็เศร้าแล้ว
หากวันนั้นมาถึงจริงๆ
ชั้นจะทำยังไง
ชั้นจะทำใจได้แค่ไหน
ชั้นจะอยู่ต่อไปยังไง

มันเป็นคำถามที่ชั้นเฝ้าถามตัวเองตลอดมา
 
..วันนี้เป็นวันที่ชั้นเสียใจที่สุด
เหตุผลนะหรอ?
เพราะเป็นวันที่ชั้นได้เข้าใจชีวิตน่ะสิ
ว่าการพบและการจากมันมาพร้อมๆ กัน
เพียงแต่แสดงตัวในเวลาต่างกันเท่านั้น
ไม่มีการพบเจอใดที่ไม่มีการลาจาก
เหมือนกับการเกิดที่ต้องมีการตายมาพรากจาก
การรักต้องมีการเลิกลา
ทุกสิ่งทุกอย่างบนโลก ถูกสร้างมาพร้อมคู่ของมัน
..ทำให้วันนี้เป็นวันที่ชั้นดีใจที่สุดเช่นกัน
เหตุผลใช่มั๊ย?
เพราะชั้นรู้ว่า ชั้นจะไม่ต้องอยู่อย่างเดียวดายบนโลกใบนี้ไปตลอดน่ะสิ
เพราะคู่ของชั้นคงอยู่ที่ตรงไหนซักแห่งบนโลกใบนี้
เพียงแต่ยังไม่ถึงเวลาเท่านั้น
แต่ชั้นก็ยังตระหนักอีกว่า
เมื่อวันนั้นมาถึง เค้าก็ต้องจากชั้นไปในตอนท้ายของเรื่องอยู่ดี
 
ชั้นควรจะเลือกทางไหน..?
ระหว่าง..
ไม่พบ ไม่จาก
ถึงชั้นจะเดียวดาย แต่มันก็เป็นธรรมดาของชีวิตชั้นอยู่แล้ว
อีกทางเลือกนะหรอ?
ก็ได้พบเจอ แต่ต้องจากกันในท้ายที่สุด
มันอาจจะทำให้ชั้นหรือเค้าต้องเสียใจ ผิดหวังในที่สุด
แต่หากก็ยังทำให้ช่วงหนึ่งของชีวิตได้มีความสุข
 
ชั้นควรจะเลือกทางใด
ชั้นจะเลือกสุข แล้วค่อยทุกข์
หรือ
ชั้นจะยอมทุกข์ไปตลอด
 
การต้องลาจากคนรอบตัวในวันใดวันหนึ่ง มันก็มากเกินพอ
แล้วต้องทำใจกับการสูญเสียคนรักอีกคน
จะต้องทำยังไง..เพราะชั้นยังไม่อยากเสียใจ
 
แล้วเพื่อนๆ เลือกทางไหน..???
 

Ps. - เมื่อวันที่ 23 มีนา' ได้ไปดูหนังเรื่อง "My Girl & i" มาด้วยแหละ (ซึ้งดี แต่ไม่มาก ^^)
      -ได้เจอเพื่อนๆ เกือบครบแน่ะ ขาดนู๋ซังๆ ขาประจำ (ไม่มาประจำ - -")
      - วันนี้ได้เจอนู๋นุ่มนิ่มด้วย เจ๊มาถึงถิ่นเลย ^^
      - Update : นู๋นุ่มนิ่มซื้อ vaio มาใหม่ด้วย สวยดี >o<!!
      - ตอนนี้อ่านนิยายไปร่วมๆ หลายสิบเรื่อง (แต่ยังอยากอ่านอยู่เลย เพื่อนๆ แนะนำมั่งดิ)
      - ช่วงนี้ เบื่อๆ ทำอะไรก็เบื่อไปหมดเลย (แอบเซง)
      - คิดถึงเพื่อนๆ 6/11 จังเลย กลาง พค. นี้ เจอกันให้ได้นะจ๊ะ
      - 3 เมษา' ก็ต้องเรียน summer แล้ว เป็นกำลังใจให้เราด้วยนะ 5555
      - เราจะเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ในการลุ้นเกรดและเรียน summer นะจ๊ะ
      - วันนี้ Ps. ดูจะยาวเป็นพิเศษ เก็บมาเยอะน่ะ กว่าจะได้อัพ (แหะๆ)
 
2月12日

o=^^=o HapPy..ToGeTheR =^o^=

วันนี้มีความสุขจังเลย
 
 
..รู้มั๊ยว่าเพราะอะไร ??
 
 
รู้ก็แปลกแล้วหล่ะ ตัวเอง ^^
 
=-> เพราะวันนี้เราได้เจอเพื่อนๆ (เกือบ) พร้อมหน้ากันน่ะสิ
วันนี้นู๋นุ่มนิ่มกลับมาจากเชียงใหม่ เลยนัดไปเที่ยวกัน
แต่นู๋บุ๋มบิ๋ม กะซังๆ ไม่ได้มาเนี่ยจิ - -"
(แอบงอนด้วยนะ จะบอกให้ :P)
 
นัดกันบ่าย 2 (ขนาดบ่าย 2 แล้วนะ)
เจอกันบ่าย 3 (อิอิ)
ถ้ามาเร็ว ตรงเวลา ก็ดูจะไม่ใช่กลุ่มเราแล้วหล่ะ
สายกันจนเป็นนิสัย
555
 
[[ แต่ถึงจะสายยังไง เพื่อนคนนี้ก็รอได้เสมอนะจ๊ะ ]]
 
วันนี้ไปเที่ยวเซนทรัล บางนา มาแหละ
ไปถึงร้องเกะกัน ร้องไปชั่วโมงเดียวเอง (น้อยผิดปกตินะเนี่ยเรา ^^")
พูดถึงร้องเกะ เด๋วนี้เพื่อนที่คณะไม่ค่อยร้องเกะกันเลยอะ
เรียนเสร็จปุ๊บ ก็ต้องรีบกลับไป NERD (แย่จัง)
ชีวิตมหาลัย เอาแต่ NERD กัน แล้วจะมีไรไว้ให้จดจำหล่ะเนี่ย
 
เอ้า!!! นอกเรื่องไปไหนแล้วเรา เข้าเรื่องๆ ^^
พอร้องเกะเสร็จ ก็เดินเล่นเรื่อยเปื่อย
..ทำอะไรไปเรื่อยๆ
ไปแอบยืนอ่านนิยายมาด้วยแหละ ^o^ (โฮะๆๆ)
ไม่ใช่ว่างก ไม่อยากเสียตังค์นะ
แต่ว่าไม่อยากซื้อ เพราะมันจะสอบแล้วอ่าดิ
เด๋วซื้อมาแล้วห้ามใจไม่ได้อ่าจิเรา
เด็กดีป่าวหล่ะ ^^"
 
อ่านนิยายเสร็จ นุ่มก็เลือกของขวัญให้เพื่อนได้พอดี
(แต่นิยายยังไม่จบเลยนะ อ่านไปตอนเดียวเองอ่ะ T_T)
 
แล้วก็ลงไปเดินดูรองเท้า เสื้อผ้าไปเรื่อยๆ (เน้นว่าดู 555)
เสร็จพวกนุ่ม แพร แนน ก็กลับบ้าน (ป่านนี้ คงนอนตีพุงอยู่ที่บ้านไปแล้ว ^^)
แล้วเราก็มาเดินกับพี่ชายแทน
พี่เรามาตัดผมอ่ะ แต่ดูมันจะผิดหวังกับทรงผมแหะ
ก็เล่นมีแต่คนติ หามีคนชมไม่เนี่ยซิ
ความผิดเลยตกอยู่ที่เราซะงั้น (หาว่าเราไม่ดู - -?)
แต่ก็เอาเหอะ เด๋วก็ไปตัดใหม่แล้วกัน อิอิ
 
เสร็จก็ลากพี่เดินดูนู้น ดูนี่
เดินเข้าร้านนู้น ออกร้านนี้
พี่ก็ดีนะ ไม่บ่นเลย แถมยังช่วยวิจารณ์ด้วย
หรือเพราะว่ามันวิจารณ์เนี่ยแหละ เราเลยไม่ได้ของ
อิอิ
 
เสร็จก็ลากไปเดินหน้าบิ๊กซี
ก็เดินกี่ที ก็ไม่เคยได้ของ ก็ไม่รู้จะเดินไปทำไมเหมือนกันง่ะ
เดินไปแปบนึง ก็ฝนโปรยซะแล้ว
เราเลยรีบวิ่งไปขึ้นแท็กซี่กะพี่
 
สรุป วันนี้ก็มีความสุขมากๆ เลย
ทั้งได้เจอเพื่อน
ได้เดิน shopping เอ๊ะ หรือเดินดูของ :P
ได้เดินเล่นกะพี่ (เพราะหลังๆ มันอยู่ไกล เลยไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน)
แล้วก็ไม่ต้องกังวลเรื่องงานกะสอบ (เพราะยังเหลือ วันจันทร์ กะอังคาร อีก 2 วัน ^^ )
 

Ps. - วันนี้มีความสุขมากๆ เลย ในรอบหลายวันที่ผ่านมา
      - คิดถึงนะจ๊ะ เพื่อนที่น่ารักทู๊กกกกคน
      - วันนี้เราก็ตัดผมมาด้วยแหละ แต่ก็เหมือนเดิม ไม่รู้จะตัดทำไม - -"
      - วันวาเลนไทล์ใกล้เข้ามาแล้วจิ ขอให้มีความสุข สวีทๆ กันมากๆ นะจ๊ะ เพื่อนๆ
      - วันราตรีประดู่แดง เพื่อนๆ จะไปกันเยอะรึป่าวนะ ??
      - Waiting for Happy Day..as soon as Possible..
 
Happy Valentine Day
 
 
 
1月22日

"L - o - v - E"

Do not say "Love".. if never mean it
 
อย่าบอกว่า "รัก" ถ้าต้องการอะไรกลับคืน
อย่าบอกว่า "รัก" ถ้าโกรธที่เค้ามีคนใหม่
อย่าบอกว่า "รัก" ถ้าต้องการให้เค้าเป็นของเราคนเดียว
 
การรักใครซักคน ไม่ใช่การที่มีเค้าเป็นของเรา
แต่มันคือการที่อยากเห็นเค้ามีความสุข
แค่ได้เห็นเค้ายิ้ม หัวเราะ และไม่ร้องไห้
แล้วเรามีความสุข นั่นก็คือ ความรัก
 
ความรัก มันเหมือนจะแตกต่างกันเมื่อใช้กับต่างคน
แต่ในความเป็นจริง มันก็คือสิ่งเดียวกัน
เรารักครอบครัว ก็คือ เราอยากเห็นครอบครัวมีความสุข
เรารักเพื่อน ก็คือ เราอยากเห็นเพื่อนมีความสุข
และการที่เรารักใครซักคน ก็คือ เราอยากเห็นเค้ามีความสุข
นี่รึป่าวที่เรียกว่า "รัก" จริงๆ
 
"ความรักที่แท้จริง มันไม่มีวันหมด"
 
เวลาที่เราบอกว่ารักใครซักคน
แล้วเมื่อถึงวันต้องเลิกกัน
เรากลับโกรธเค้าที่ทิ้งเราไป
และไม่อยากจะเก็บความรู้สึกดีๆ เอาไว้
มันถูกแล้วหรอ ที่เคยบอกว่า รักเค้า
ความจริงมันก็แค่อยากจะเป็นเจ้าของเค้าเท่านั้น
มันเหมือนสัญชาตญาณมนุษย์มากกว่า ที่ชอบเป็นเจ้าของ
 
ที่บอกกันว่า "หมดรักแล้ว" แน่ใจหรอ ว่าเคยรักเค้าจริงๆ 
เราบอกว่า "หมดรัก" กับพ่อแม่ได้มั๊ย
เราบอกว่า "หมดรัก" กับเพื่อนสนิทได้มั๊ย
ถ้าเรารักเค้าจริงๆ คำว่า "หมดรัก" จะไม่มีในพจนานุกรม
แล้วแบบนี้จะบอกได้หรอ ว่า เรา "หมดรัก" กับเค้าคนนั้นแล้ว
ที่พูดไปเพราะเราไม่เคยรักเค้าเลยต่างหาก
มันเป็นแค่ "ความหลง" กับอารมณ์ชั่ววูบเท่านั้น
อาจเป็นเพราะเค้าทำดีกับเรา เข้าใจเราตอนที่เราท้อแท้
หรือเค้าอาจจะหน้าตาดีเอาซะมากๆ
นี่ต่างหากที่คุณเข้าใจว่าคือ "ความรัก"
แต่ในความเป็นจริง มันต่างกันคนละขั้วเลย
 
เราแค่เศร้าใจที่เห็นคนบอกว่า รักเค้าซะมากมาย
แต่สุดท้ายก็เกลียดกันซะงั้น
นี่หรอความรัก
มันจอมปลอมชัดๆ
= ="

Ps. - รักเพื่อนๆ เหมือนเดิมนะ ไม่มีวันหมด ^^
      - Ohhhhh myyy Godddddddd
 
12月28日

~+*-*+~...Novel...-~*+*~-

ช่วงนี้เรากำลังมีงานอดิเรกใหม่แหละ
นั่นก็คือการติด..นิยาย..นั่นเอง
อ่านกันจนจะเป็นงานประจำกันไปเลย
อ่านแล้วมีความสุขชะมัด เหมือนล่องลอยไปอยู่อีกโลกนึง
อ่านแล้วเพ้อฝันๆ บ้าๆ บอๆ ไปวันๆ
แต่เอาน่ะ อย่างน้อยก็คลายเครียดได้เยอะ
จะว่าไปเราก็ไม่ได้เครียดอะไรมากมายหรอก
แต่มันก็เบาสมองไปเยอะ พอคิดถึงแต่นิยายตรงหน้า
ถึงแม้เนื้อเรื่องบางตอนจะทำให้ถึงกับเศร้าไปตามนางเอกก็ตาม(อิอิ เว่อร์ดีม่ะ)
อ่านแล้วอยากมีชีวิตเหมือนในนิยายบ้างเหมือนกันนะเรา
ดูชีวิต สบ๊าย สบาย มีพระเอกคอยดูแล เทคแคร์ ถึงบางครั้งจะชอบใจร้ายกับนางเอกก็ตามที
แต่ก็ Happy Ending เล่นเอาคนอ่าน อยากเข้าไปสวมร่างแทนซะเลย...555
 
ตอนนี้เหมือนปิดเทอมย่อยๆ เลย มีความสุขชะมัด
ยิ่งมีอะไรมาให้ทำทั้งวัน ยิ่งลดความน่าเบื่อไปได้เยอะเลย
ต้องขอบคุณ..นู๋แนน..แท้ๆ ทีเอานิยายมาเผยแพร่ ^^
นิยายเรื่องแรกที่อ่านแล้วติด ก็คงเรื่อง คือ...เธอ เนี่ยแหละ
เพื่อนๆ เคยอ่านกันป่าว แนะนำมากๆ เลยนะ สนุกจนวางไม่ลงเลยแหละ
อ่านแล้วเคลิบเคลิ้ม..อิอิ (ถ้าแนนมาอ่านมันคงหาว่าเราบ้าไปแล้ว ^^")
 
เรามีให้อ่านด้วยนะ เผื่อใครอยากอ่านอะ ลองกดลิ้งค์เข้าไปได้เลย
 
แฮ่กๆ เหนื่อยแล้วอ่ะ เอาไปพอหอมปาก หอมคอนะ
ถ้าอยากอ่านต่อ ก็ไปซื้อหนังสือเอา อิอิ
..ล้อเล่นๆ..
ถ้าอยากอ่านจนจบก็มาถามเราใน MSN ก็ได้
..อิอิ..
จะได้ติดนิยายเหมือนๆ กัน   :P
 
นอกจากนี้ก็ยังมีอีกเพี้ยบเลยแหละ
วันนี้วันเดียวเราอ่านไปตั้ง 3 เรื่องแน่ะ
แต่หงุดหงิดชะมัดเลยอ่า ไม่ได้อ่านตอนจบซักเรื่องเลย
ค้างคามากๆ อ่า (ทามไมตอนอ่านหนังสือเรียน ไม่จบ ไม่เหนค้างคาเลยฟะ เรา - -")
เมื่อวานอ่านไปอีก 2 เรื่องนิดๆ
เฮ้ออ...มีความสุขจังเลย
อยากมีช่วงเวลาอย่างนี้นานๆ ไม่อยากให้จบเลย
ไม่อยากคิดถึงวันที่ต้องไปเรียนเลย แต่ก็ต้องไปจนได้
ฮึ่ม ยังไงก็ต้องตั้งใจเรียนๆ ให้จบๆ จะได้มานั่งอ่านนิยายในร้านขายยาอย่างสบายใจ..5555
จะรอคอยวันนั้นอย่างอดทน ^o^
 
อันที่จริงแล้วเนี่ยนะ เราก็มีงานต้องทำ มีหนังสือต้องอ่านด้วยแหละ
แต่ไม่อยากเอามันมาแทรกเวลาความสุขเลย
เลยกะว่าทิ้งวันอีกซัก 2-3 วัน แล้วค่อยมาสะสาง
แต่เราต้องเข้าอีหร๊อบเดิมแน่ๆ เล๊ย (ทำเอาวันสุดท้ายจะส่ง..แหะๆ)
แต่ก็เอาเถอะ ตอนนี้มันช่วงเวลาแห่งความสุข อย่าคิดถึงมันดีกว่า
 
นี่ก็จะปีใหม่แล้วสินะ
HaPpy NeW YeAR '06
ขอให้เพื่อนๆ มีความสุขกันถ้วนหน้าเลยน้า
get Aๆๆๆ เอาเยอะๆ เลย ใครจะ A ช้วนก็ไม่ว่ากันนะ
(ตั้งแต่เข้ามหา'ลัย นี่อวยพรเป็นอย่างเดียวเลยเรา..แหะๆ)
ขอให้ทุกคนเริ่มต้นชีวิตในปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงอย่างรอบคอบนะ จะได้ไม่ผิดพลาดเหมือนที่ผ่านมา
ขอให้ลืมเรื่องราวที่ไม่อยากจดจำได้ซะทีนะ จะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ๆ ในปีใหม่ๆ
ขอให้สุขภาพดีตลอดปี ตลอดชาติ
ขอให้สมปรารถนาในทุกๆ อย่างเลย
^o^ 
 
วันนี้พร่ำเพ้อ พรรณนา มานานพอดูเลยนะ
ขอบใจนะ ที่อุตส่าห์อ่านมาถึงตรงนี้ หุหุ
ชอบคนอ่านจังเลย
แต่รักคนเม้นท์นะ
จุ๊บส์ๆๆ
(แล้วจะมีคนเม้นท์ให้เราม่ะฟะเนี่ย ?_?)
 

Ps. - คิดถึงแพร แนน นุ่ม บุ๋ม ซัง ไม่มีวันเปลี่ยนเลยนะ
      - ดีใจจังเลย เด๋วได้เจอเพื่อนรักแล้ว เย้ๆ
      - มีความสุขกับนิยายต่างๆ นานา ใครมีเรื่องไรแนะนำ ก็เม้นท์บอกไว้ด้วยน้า
      - Happy Happy New Year
      - รักพระเอกในนิยายจังวุ๊ย ขอซักคนได้ม่ะเนี่ย กรี๊ดด..กริ้วววว (ล้อเล่น..ขำๆ)
      - อิจฉานางเอกจริงๆ เลย แต่ละเรื่อง คนแต่งนี่เก่งจังเลยนะ อิจฉาๆ (ล้อเล่น..ขำๆ อีกแล้ว)
      - ...HapPy EnDinG...
 
 
 
 
 
 
 
12月18日

^@^ Miz u..So MucH ^^

วันนี้เป็นวันสอบแหละ
เรามีสอบ lab กริ๊ง วิชา bio lab
ผลก็เน่าๆ เหมือนเดิม
เฮ้ออออ...
 
แต่ว่าเราก็ไม่เครียดเท่าไหร่หรอก
เพราะชีวิตเรามันไม่ได้มีแค่นี้นี่นา
พอสอบเสด นู๋แนนก็โทรมา
แนนคงเครียดเหมือนๆ กับเราตอนแรก
(หรือมากกว่าก็ไม่รู้นะ..แน้น แน๊น จอมคิดมาก ของเรา อิอิ)
พอได้คุยกันนะ  โม้สารพัด โม้ไปถึงชีวิตคนอื่นๆ
แหะๆ
 
อยากบอกว่ามีความสุขมากๆ เลย
เหมือนเราไม่ได้เพิ่งสอบอ่ะ
แต่มันมีความสุขเหมือนเราเพิ่งได้ไปเที่ยวด้วยกัน
 
ฟังเสียงของเพื่อนมีความสุข
ความสุขมันก็มาหาเราเอง
 
ไม่อยากให้เพื่อนๆ เครียดกับการสอบเลยนะ
ชีวิตไม่ได้มีแค่คะแนนสอบ หรือเกรด
สิ่งสำคัญในชีวิตของแต่ละคนก็แตกต่างกันไป
แต่สำหรับเรา ครอบครัวและเพื่อนๆ ที่น่ารัก คือสิ่งที่เราต้องการในชีวิต
ขอแค่มี 2 สิ่งนี้ เราก็ไม่ต้องการอะไรมากมายไปกว่านี้แล้ว
 
วันนี้ได้คุยกับแนนตั้งนาน
ได้คุยกับบุ๋มด้วยใน MSN
แล้วก็ได้คุยกับแพร ถึงจะแปบเดียว แต่ก็ยังดี
ช่วงนี้เราไม่ค่อยได้โทรหานุ่มนิ่มซักเท่าไหร่ เพราะกลัวจะรบกวนมันอะ
ทุกคนกำลังอยู่ในช่วงการสอบกันหมด
 
แต่เรากับแนน เนื่องจากสอบอะไรคล้ายๆ กัน
เลยมีเรื่องระบายเยอะเป็นพิเศษ
เวลาคุยกัน เหมือนได้ให้กำลังใจตัวเอง
จากที่เหมือนมันจะหมดลง
แต่แค่ได้คุยกับเพื่อนๆ ที่เรารัก
มันก็เต็มเปี่ยมจนจะล้นออกมาอยู่แล้ว
อิอิ (เว่อร์ซะเรา)
 
การคิดถึงเพื่อนๆ ทั้ง แพร แนน นุ่ม บุ๋ม ซัง และ 6/11 รวมถึงเพื่อนคนอื่นๆ ที่ ราชวินิตบางแก้ว
มันคือ ความสุขของเรา ที่สามารถหาได้ในเวลานี้
แค่คิดถึงตอนได้อยู่กับเพื่อนๆ ก็พอใจแล้ว
ถึงแม้ในความเป็นจริง เราอยากจะกลับไปอยู่ด้วยกันอย่างเดิมก็ตาม
 
คำว่า "รัก" อย่างเดียว คงไม่ใช่ความรู้สึกที่เรามีให้เพื่อนๆ ที่น่ารักแบบนี้
แต่มันยังรวมเอาความรู้สึกอื่นๆ เข้าไปด้วย ทั้ง..
ความคิดถึง
ความห่วงใย
ความปรารถนาดี
และอยากเจอกันทุกวัน
 
เราไม่ได้ลืมเพื่อนๆ 6/11 เลยนะ
และจะไม่มีวันลืม
เพราะมันเป็น "ห้องเรียนที่ดีที่สุดในชีวิตเรา"
 

Ps. - วันนี้อาจเขียนเรื่องวกวนๆ ชอบกล แต่มันออกมาจากความรู้สึกจริงๆ
      - รักและคิดถึงเพื่อนๆ ไม่มีวันเปลี่ยน แม้จะห่างไกลและยาวนานแค่ไหนก็ตาม
      - อยากกลับไปโรงเรียนราชวินิตบางแก้วจังเลย
      - ชีวิตมหา'ลัย ตอนนี้ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่มีงานกับการสอบมาให้ปวดหัวบ่อยๆ
      - เพื่อนที่เรารัก คือ The Best of My Life !!!
      - Love U, The Best of My Life ^o^
      - ยังตั้งตารอคอยการพบกันใหม่ ..เพื่อนรัก
 
 
 
12月12日

...SoMeTHinG wanna SayzZ... ^^

ตอนนี้ใกล้สอบกลางภาค ครั้งที่ 2 ในรั้วมหา'ลัย แล้วสินะ
เพื่อนคงตั้งใจอ่านหนังสือกันอยู่ล่ะสิ
ขยันๆ กันนะจ๊ะ จะได้ไม่ตกมีน ^^
..ว่าแต่ แล้วเรามาทำอะไรหน้าคอมเนี่ย - -"
 
อิอิ อันที่จริงก็มา RelaX ก่อนจะเริ่มอ่านหนังสืออะ
เราเริ่มสอบ 16 ธค นี้แล้วล่ะ แต่ตอนนี้ยังชิวๆ อยู่เลย
ต้องรอพรุ่งนี้จาสอบ ถึงจะรู้สำนึกมั้งเรา !><!
 
เรียนมาจนจะจบปี 1 แล้วนะเนี่ย
เรายังไม่แน่ใจเท่าไหร่เลยนะ ว่าเราอยากจะเป็น..PHARMACIST จริงรึป่าว
แต่จะให้ซิ่วก็คงไม่เอาแล้ว
ไม่รู้จะซิ่วไปที่ไหนดี (ประเด็นสำคัญ คือ คงซิ่วไม่ติด)
ก็เป็นกำลังใจให้เพื่อนที่จะซิ่วนะ
ขอให้ได้คณะที่สมหวัง
ขอให้แพรได้ เภสัช จุฬาฯ นะ จะได้มาเปนรุ่นน้องเรา
^^
 
สำหรับคนที่ไม่ได้ซิ่ว ก็ขอให้เรียนจนจบนะ
หวังว่าคงไม่ต้องอวยพรให้ได้เกียรตินิยมหรอกนะ
กลัวเพื่อนๆ จะเครียดกันเปล่าๆ
เรียนให้ดีที่สุดแล้วกันนะ ถ้าได้เกียรตินิยมก็เยี่ยมไปเลย ^^
แล้วเราจะรอไปงานรับปริญญาเพื่อนๆ ทุกคนเลย
 
อิอิ นี่เราเว่อร์ไปรึป่าวเนี่ย เพิ่งจะปี 1 เอง - -"
แต่ก็นั่นแหละ เราเข้ามหา'ลัยมา ก็เพื่อรอวันที่จะจบออกไปนี่นา
<<มองจุดหมายปลายทางไว้ ให้เป็นเหมือนกำลังใจให้เราไปให้ถึง>>
 
ช่วงนี้ก็เข้าหน้าหนาวแล้วนะ
จะนั่ง จะนอน จะเดิน อ่านหนังสือ ก็ดูแลตัวเองด้วยนะ
สุขภาพดี จะได้ทำให้มีสมาธิในการทำข้อสอบนะจ๊ะ
เป็นห่วง ^o^
 

 
เราเชื่อนะ ว่าคนทุกคนเกิดมาพร้อมภาระกิจ
เกิดมาเพื่อเป็นอะไรซักอย่างนึง
เกิดมาเพื่อทำให้โลกนี้ดีขึ้น
เพราะไม่งั้น โลกคงไม่สร้างเราขึ้นมาหรอกจริงมั๊ย ?!?
 
ทุกวันนี้มีแต่เหตุการณ์ไม่ดีๆ เกิดขึ้นทุกวี่วัน
ดูเหมือนผู้คนจะเริ่มทำลายสิ่งที่สร้างพวกเค้าขึ้นมาซะแล้ว
 
เราเฝ้าสงสัยอยู่ทุกวัน
ว่าเมื่อไหร่คนถึงจะเป็นคน
คนที่บรรพบุรุษให้คำจำกัดความว่า มนุษย์ คือ สัตว์ประเสริฐ
ดูเหมือนทุกวันนี้ ผู้คนบนโลกส่วนหนึ่งจะกลายเป็น อสูรกาย แทนซะแล้ว
ทั้งๆ ที่ทุกคนสามารถกำหนดเส้นทางชีวิตของตัวเองได้
ว่าจะเป็นคนดี หรือ คนเลว
เป็นคนที่น่านับถือ หรือ คนที่น่ารังเกียจ
เป็นคนที่เมตตา หรือ คนที่แล้งน้ำใจ
เป็นคนที่เป็นมิตร หรือ คนที่สร้างแต่ศัตรู
เป็นคนที่คนอื่นรัก หรือ คนที่คนอื่นไม่อยากเข้าใกล้
 
ถ้ามีโอกาสให้เราได้ทำความดีซักเล็กน้อย ก็จงคว้ามันไว้เถอะ
อย่างน้อยก็ได้ชื่อว่า ได้ทำสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นบนโลกใบนี้แล้ว
 
ถ้ามีโอกาสให้สอนคนให้เป็นคนดี ก็จงทำมันซะ
อย่างน้อยก็ได้ชื่อว่า ได้สร้างคนดีๆ ให้เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน
 
ถ้ามีโอกาสได้ช่วยคน ถึงแม้จะเป็นแค่การพูดกับเค้าดีๆ ก็จงอย่าละเลยมัน
อย่างน้อยก็ได้ชื่อว่า ได้ทำให้คนอีกคนมีความสุขขึ้น
 
...
 
เกิดมาเป็นคนแล้ว มีโอกาสทำความดีได้ตั้งมากมาย ทำไมถึงจะเมินเฉยซะหล่ะ
 
...
 
การทำความดีที่ง่ายที่สุด คือ การเอาใจเค้ามาใส่ใจเราทุกครั้งที่เราต้องทำบางอย่าง
 
เมื่อเห็นคนที่ต้องการความช่วยเหลือ ก็ควรช่วยเค้าเท่าที่เราทำได้ เพราะถึงจะเล็กน้อย แต่อาจมากมายสำหรับเค้า
เมื่อเก็บของได้ ก็ควรคืนเค้า เพราะถ้าเป็นเราก็คงดีใจที่ได้เห็นคนอีกคนมีความสุขแทนที่จะเห็นเค้าเศร้า
เมื่อต้องพูดอะไรซักอย่าง ก็ควรคิดให้ดี ถึงผลที่จะตามมา
เมื่อเห็นเด็ก คนแก่ คนท้อง ก็ควรช่วยเหลือเค้านะ
เพราะเราทุกคนก็เคยเป็นเด็ก และต้องแก่ เมื่อถึงวันนั้นแล้วมารู้สึกก็คงจะสายเกินไปหน่อยนะ
ฯลฯ
 
...
 

 
อยากเห็นทุกคนรักกัน
อยากเห็นทุกคนมองโลกในแง่ดี
อยากเห็นทุกคนเป็นคนดี
อยากเห็นทุกคนรู้จักเห็นใจคนอื่น
อยากเห็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี
อยากเห็นคนเสียสละ
อยากเห็นโลกนี้ดีขึ้นซักที
^^

 
Ps.  - Happy Birthday นะ แพร นุ่ม บุ๋ม มีความสุขมากๆ นะ
           - รัก คิดถึง ห่วงใย -=> แพร แนน นุ่ม บุ๋ม ซัง มากๆเลยนะ
           - คิดถึง 6/11 ที่ราชวินิตบางแก้วเว่อร์ๆ เลย
           - ขอให้เพื่อนๆ ทุกคน ทำข้อสอบได้นะจ๊ะ
           - อยากเจอเพื่อนเร็วๆ จังเลย 
           - ปิด summer เจอกันนะ เพื่อนๆ 6/11 (เด๋วต้องรอดูตารางเรียน summer ก่อน ^^!!)
           - ปี 1 ก็ต้องเรียน Summer แล้วตรู - -" 
 
 
11月8日

-= D i s a p P o i N t m E n T =-

...Be HapPy wiTh Ur DayzZ
                                        WhAtEveR iT bE...
 
บางทีเราก็ต้องยอมรับ..ความผิดหวัง และเรียนรู้มันไว้บ้าง
ไม่มีใครเกิดมาพร้อมกับความสมหวังในทุกๆ อย่างหรอก
หากวันนี้เราผิดหวัง เมื่อถึงเวลาสมหวัง เราก็จะรู้ถึงคุณค่าของมันมากขึ้น
 
เมื่อก่อนนั้นมีประเพณีคลุมถุงชน
ความผิดหวัง..ก้าวเข้ามาในชีวิตของคนทั้งคู่
ต่อมา เมื่อเวลาผ่านไป
ความสมหวัง..ก็ก้าวเข้ามาแทนที่
 
บางครั้งความผิดหวัง ก็นำมาซึ่งความสมหวังในที่สุด
 
วันนี้เราอาจผิดหวังจากใครบางคน ซึ่งเป็นคนที่ไม่รักเรา
ความผิดหวัง..วิ่งเข้ามาในหัวใจอย่างรวดเร็ว พร้อมกับน้ำตา
เมื่อเวลาผ่านไป...
เราอาจได้เจอใครซักคน คนที่รักเราที่สุด และเราก็รักเค้าที่สุด
เมื่อนั้น..ความสมหวัง ก็จะเข้ามาอยู่ในชีวิตเราตลอดไป
 
..บางอย่างมีค่ามากกว่าที่คุณคิด..
คนที่ได้ 4.00 มาทุกเทอม
คงไม่รู้สึกอะไร ตอนที่รู้เกรด
ผิดกับคนที่เคยได้ 2.00 มาทุกเทอม
หากวันนึงได้ 4.00 คงรู้สึกดีไม่ใช่น้อย
 
ความผิดหวัง เป็นการเพิ่มคุณค่าของความสมหวัง
(จริงๆ นะ เห็นมั๊ย !?!)
^^!!
 

จงอย่าคิดว่าเราไม่เหลือใคร ในเวลาที่ท้อแท้..

     เพราะอย่างน้อยก็ยังมีพ่อแม่ พี่น้อง และเพื่อนๆ

จงอย่าคิดว่าเราโชคร้ายที่เจอแต่ความผิดหวัง..

     เพราะอย่างน้อยก็ยังมีคนที่เค้าโชคร้ายกว่าเรา

จงอย่าคิดว่าไม่มีเค้า เราก็หมดความหมาย..

     เพราะอย่างน้อยก็ยังมีตัวเราเอง (เราอยู่กับมันมาทั้งชีวิตนะ)

 
อ ย า ก ใ ห้ ค น รั ก ตั ว เ อ ง บ้ า ง..เ พ ร า ะ อ ย่ า ง น้ อ ย ก็ ยั ง ดี ที่ มี ตั ว เ อ ง ใ ห้ เ ร า รั ก
 

Ps. - เรารัก แพร แนน นุ่ม บุ๋ม ซัง นะ และจะรักตลอดไป
      - ขอให้แพรหายไม่สบายเร็วๆน้า เป็นห่วงจริงจริ๊งงง ...เดะดื้อ!!
      - เปิดเทอมมา 7 วันแล้ว โดดไป 1/2 วันเอง อิอิ
      - God BlesS aLL oF My fRieNDzZ
 
 
 
11月3日

-*- Loneliness -*-

วันเหงาๆ กับใจเซงๆ
 
..เดินไปตามถนน ทั้งที่คนมากมายรอบตัว แต่กลับเหว่ว้า ไม่มีใคร
..นั่งรถเมล์คนเตม แต่เหมือนยืนอยู่กลางป่ารกทึบ ที่ไร้สิ่งมีชีวิต
..นั่งเรียน คนรู้จักก็มากมาย แต่เหมือนอยู่คนเดียวในห้อง
..เสียงคนคุยกัน กลับกลายเปนเหมือนคลื่นแทรก ที่ไร้ซึ่งความหมายใดใด
..เพลงที่เคยฟังแล้วเพราะ กลับทำให้เราเหงาใจและเบื่อมันไปซะงั้น
..MSN ที่เคยเปนเพื่อนแก้เหงา กลับทำให้เรายิ่งเหงาขึ้นไปอีก
..เพื่อนที่เราเคยคิดว่าดี และพยายามทำดีกับเค้า กลับทำเหมือนเราทำอะไรผิด
..คิดถึงเพื่อนที่เคยเข้าใจเรา คิดถึงมากมาย อยากเจอ แต่ไม่อาจเจอ
..ชีวิตชอบเล่นตลกกับเรา อยากใกล้ กลับห่างเหิน อยากไกล กลับใกล้ชิด
..ทำไมวันนี้ความเหงาถึงเข้ามาหาเราอย่างไม่ตั้งตัว ทั้งที่ไม่น่าเหงากลับเหงา
 
 
...ยิ่งคิด ยิ่งทำ ยิ่งเหงามากขึ้นทุกที...
...หากวันนี้เรามีเพื่อน เหมือนในวันวานที่เคยมี คงไม่เปนแบบนี้...
...ชีวิต คือ บางสิ่งที่มีหัวใจ ความรู้สึก และไม่เคยลืมเติมความเหงาให้ ตอนที่เกิดมา...
...ความรู้สึก เกิดขึ้น คงอยู่ และหายไป...
...ความเหงา ก็คือ ความรู้สึก...
...มันขยันวนเวียนมาหาเราเสมอๆ...
...สำหรับเรา "ความเหงา" เกิดขึ้น และคงอยู่เสมอไป...
...บางครั้งมันแค่แอบหลบไปวิ่งเล่น แต่ก็กลับมาถูกทางเสมอ...
...ทำไมต้องแคร์ด้วยก็ไม่รู้เหมือนกัน...
...เค้าว่ากันว่า คนเราเกิดมาคนเดียว ไปก็คนเดียว...
...ถ้างั้นเราคงอยู่ได้ ถ้าต้องอยู่คนเดียว...
...เพราะเวลาเราอยู่คนเดียว ความเหงาก็มาเปนเพื่อนเสมอ...
 
...เหงา...

 
Ps.
- คิดถึงแพร แนน นุ่ม บุ๋ม ซัง มากกว่าทุกๆ วัน
- ขอบคุณสตาร์ กับ บอม ที่เปนเพื่อนกันตลอดมา
- คิดถึงราชวินิตบางแก้ว และ 6/11
- ขอบคุณจุฬาฯ ที่ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรมากขึ้น
- คิดถึงความเข้าใจ และเวลาดีๆ ตอนมัธยม
- ขอบคุณที่ทำให้เราเข้าใจชีวิตและความอดทน ตอนมหา'ลัย
- คิดถึงชีวิตที่มีความสุขในวันวาน
- ขอบคุณวันเวลาตอนนี้ ที่สอนให้ต้องเข้มแข็งและอดทน
- คิดถึงจริงๆ จากใจ
- ขอบคุณมากๆ จริงๆ
- ขอให้แพรหายเรวๆ นะ เปนห่วงมากนะ เพื่อนรัก
- ในที่สุด นี่ก็เปิดเทอมมาเปนวันที่ 4 แล้ว และก็โดดจนได้ - -"
- สุดท้าย ขอโทษจริงๆ ที่เราหงุดหงิดใส่ใครวันนี้ ไม่ได้ตั้งใจ