MinG's profile..MinG NarakK..PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
|
July 18 เทศกาลสอบกลับมาอีกครา!!!และแล้วก็เดินมาถึงเทศกาลสอบกลางภาคอีกครา
ในขณะที่เพื่อนๆ หลายคนเริ่มจะลาเวทีแห่งการสอบไปแล้ว ชีวิตยัยหมุงหมิงคนนี้ยังคงเหมือนเดิม เราไม่อิจฉาคนอื่นหรอกที่สอบแค่ตัว 2 ตัว และบางคนไม่ต้องสอบเลย!!!
ทั้งๆ ที่เราต้องสอบตั้ง 7 ตัว ในระยะเวลา 6 วัน (จ-ส) แถมมีวิชาสุดหิน Org Phar Chem มากระแทกหัวสมองให้หลุดเป็นเสี่ยงๆ หวังว่าการสอบครั้งนี้จะผ่านพ้นไปได้ด้วยดี
สาธุ !!! วันนี้ไม่ได้ตั้งใจจะมาบ่นหรอกว่า..
อ่านไม่รู้เรื่องเล้ยยยย!!! อ่านไม่ทันแล้ววว T_T แต่จะมาบ่นว่าเทศกาลสอบครั้งนี้เรากินอะไรมากมายมหาศาลแค่ไหน
เอาคร่าวๆ แค่วันนี้พอเป็นตัวอย่างให้เห็นภาพ เริ่มต้นการตื่นมาด้วยโจ๊ก 1 ชาม กะ ปาท่องโก๋ 4 ตัว
เค้กกาโตว์ 1/5 ชิ้น (อีก 4/5 รุสึกจะยัยมีมี่) cereal อะไรไม่รู้ที่ไม่อร่อยเลย ในปริมาณนิดหน่อย โดนัท (Mister Donut half maple ring / strawberry ring) 1 ชิ้น เบนโตะ (ปลาเส้นอะ) 1/3 ห่อ เลย์โนริไซต์ XL 1 ห่อ (แบ่งกะยัยมีมี่) ข้าวกะปูจ๋าและผัดวุ้นเส้น 1 ชาม ทีนนี่ (ขนมดอกไม้) 1/2 กล่อง ป๊อกกี้ ชอกโกแลต 1/2 กล่อง โคลอน ไส้ชอกโกแลต 1/2 กล่อง ที่กล่าวมาข้างต้น เป็นแค่ที่พอจะนึกได้ในตอนนี้
คาดว่ายังมีรายการที่นึกไม่ออกอีก 2-3 รายการ โอ้ววววว แม่เจ้า!!!
จะได้เป็นหมูตัวจริงก็ตอนนี้แหละ อ่านก็ไม่กระเตื้องซักกะติ๊ดดดด ยังจะกินแบบบ้าพลังอีก เซงตัวเองจริงๆ แต่ขอแอบนินทานิดนึง
ว่ายัยน้องมีมี่คนสวย(ของคนอื่นๆ) กินไปเยอะกว่าเราอีก เหอะๆๆ คาดการณ์ว่าจบเทศกาลสอบนี้
คงได้เป็น 2 หมูเดินพุงพลุ้ยเป็นแน่ มาระบายแค่นี้แหละ
สาระม่ะ?? ปล.ถึงยัยหมุงหมิงในอนาคต ที่เธออ้วนจนเป็นอย่างทุกวันนี้ ก็เพราะสิ่งที่เธอกินตลอดช่วงเวลาสอบเนี่ยแหละ!!!
ขณะที่กำลังเขียนอยู่นี้ ยัยน้องมีมี่ได้หยิบยื่นกัสเซนมาให้กินอีก
หวังดีต่อพี่สาวคนนี้ซะจริง จริ๊งงงงงงง !!! (แต่เราไม่หลงกลหรอก ไม่กินหรอก ชิส์ ><) จริงๆ เราไม่ชอบกินกัสเซนเอาซะเลย ให้ตาย -*- โหะๆ สุดท้ายจริงๆ แล้ว นอกจากจะกินเยอะ ยังไม่ลืมที่จะนอนเยอะอีกด้วย นอน 6 โมงเช้า ตื่นมาบ่าย 2 นอนอีกครั้งตอน 6 โมงเยน ตื่นมา 3 ทุ่ม จึงไม่แปลกที่วันต่อไปก็ต้องนอน 6 โมงเช้า ตื่นมาบ่าย 2 เช่นเคย เป็นวงจรอุบาทว์เช่นนี้เรื่อยไป T^T July 04 ..how did sadness reserve place in my heart?....how did sadness reserve place in my heart?.. There was no call or any sign It came too quick to let me hide Where is happy? i want to find, but how much i try, it makes more cry June 18 :: Glass of Feeling :::: แก้วแห่งความรู้สึก ::
เมื่อเรารู้จักใครซักคนหนึ่ง
เราได้มอบแก้วแห่งความรู้สึกให้เค้าหนึ่งใบ
แก้วแห่งความรู้สึกนี้..
ใส ไร้ตำหนิใดๆ และเปราะบางอย่างที่สุด
เมื่อใดก็ตาม..
ที่เรามีความทรงจำดีๆ ร่วมกัน
ความทรงจำเหล่านั้นก็จะถูกเก็บอยู่ในแก้วใบนี้
เมื่อใดก็ตาม..
ที่เรารู้สึกดีๆ ต่อคนๆ นี้
แก้วแห่งความรู้สึกก็จะลอยขึ้นสูง
เมื่อใดก็ตาม..
ที่ความรู้สึกดีๆ มันลดน้อยลง
แก้วแห่งความรู้สึกก็จะลดระดับลงมา
บางครั้ง..
มีเหตุการณ์ที่ทำให้เรารู้สึกไม่ดีกับคนๆ นี้
ก็เหมือนมีวัตถุมากระทบกับแก้วแห่งความรู้สึก
หากกระทบกันรุนแรงหรือบ่อยครั้ง ก็จะทำให้เกิดรอยร้าว
อย่างที่เรารู้กันดีว่าแก้วที่มันร้าว..
ไม่มีวันกลับมาใสอย่างเดิมได้อีกต่อไป
และเมื่อความรู้สึกดีๆ ที่เรามีให้คนๆ นี้..หมดไป
แก้วก็จะหล่นกระทบพื้น และแตกในที่สุด
ความทรงจำดีๆ ที่เก็บไว้ ก็จะแตกกระจายเช่นเดียวกัน
ความทรงจำเหล่านั้นอาจจะหล่นหายหรือไม่มีค่าอีกต่อไป หากแก้วหล่นจากที่สูง ก็จะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ
ไม่มีวันประกอบกลับมาเป็นแก้วใบเดิมได้อีกต่อไป
หรือถึงแม้..
แก้วจะตกจากที่ต่ำ ก็จะแตกออกอยู่ดี
แม้จะประกอบกลับมา ก็ไม่มีวันเป็นเหมือนเดิมอีกต่อไป
วันนี้คุณดูแลแก้วแห่งความรู้สึกดีแล้วหรือยัง ?
ไม่ว่าจะเป็นแก้วที่ใครก็ตามให้คุณมา
จงดูแลรักษามันให้ดีที่สุด
เพราะเมื่อมันร้าวหรือแตก
มันก็จะไม่มีวันกลับมาเป็นแก้วใสใบเดิมอีกต่อไป
ไม่มีวัน..
January 01 Happy New Year' 2008Happy New Year' 2008
ขอให้เพื่อนๆ มีความสุขกันถ้วนหน้านะจ๊ะ
คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนานะจ๊ะ
ได้เกรดเอเยอะๆ
ก่อนอื่นขอให้คะแนนผ่านมีนก่อนดีกว่าเนอะ^
มีเพื่อนที่น่ารักๆ ข้างกาย
ใครอยากมีคนรัก ขอให้มีสมใจนะจ๊ะ
ขอให้เราได้ดูซีรี่ย์เยอะๆ เจอแต่เรื่องหนุกๆ
ขอให้งานน้อยๆ มีแต่งานง่ายๆ
ขอให้ข้อสอบไฟนอล ออกตรงกะที่อ่าน
ขอให้เพื่อนเราสวยวันสวยคืน หล่อวันหล่อคืน
ขอให้เรามีเพื่อนที่น่ารักๆ อย่างงี้ตลอดไป
ขอให้ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นจริง !!!!
รักนะ จุ๊บส์ๆ December 06 tHis Space 4 My BESTFRIENDzZ ^^อีกไม่กี่วันข้างหน้าก็จะสอบอีกแล้วเรา
แง้ๆๆ ><!
ยังไม่เริ่มอ่านเลยซักตัวครับพี่น้อง
เนื่องจากงานที่ทยอยเข้ามาไม่ขาดสาย
เอ๊ะ!!
แล้วทำไมคนอื่นเค้าได้อ่านกันฟะ
แก้ตัวไปเรื่อยอีกและเรา
แหะๆ
ช่วงนี้เพื่อนรักเราแต่ละคนต้องฝึกงานกันอย่างคร่ำเครียด
เสียน้ำตากันเป็นสายเลือดไปรึยังเนี่ย -*-
ทำไมนักกายภาพถึงโหดขนาดนี้เนี่ย
เอ๊ะ!!
แล้วเภสัชกรจะโหดเหมือนกันป่าวฟะ - -?
แต่ยังไม่ถึงเวลาจะต้องฝึกงานแบบเพื่อนๆ ทั้งหลายแหล่
ตอนนี้ก็แค่ฝึกแบบขำๆ อย่าเรียกว่าฝึกงานจะดีกว่าแหะ
เหมือนนั่งเม้ากะเพื่อนกะอาจารย์ซะมากกว่า
เฮ้อออ...โชคดีไปเรา o><o
แต่เพื่อนๆ ของเรา ดูท่าจะเครียดกันมากมายเลย
เราเป็นห่วงพวกแกมากนะ
ถึงแม้พวกแกจะเหนื่อย จะท้อแม้ แต่ก็อย่ายอมแพ้นะ
ยังไงก็มีเราคนนึงที่คอยเป็นกำลังใจให้
ถึงแม้เราจะไม่อยู่..คอยเช็ดน้ำตาให้
ถึงแม้เราจะห่างกัน..ตอนที่แกต้องการใครสักคน
ถึงแม้โลกนี้จะทำให้เราไม่ได้อยู่ใกล้ๆ กันตลอดไป
แต่ไม่มีอุปสรรคไหนที่ห้ามไม่ให้..เราเปนห่วงพวกแก..นะ
..ชั้นรักแกนะ..
คิดถึงและเป็นห่วงเสมอ
ถ้าวันนี้น้ำตามันกลั้นไว้ไม่อยู่ ก็ปล่อยมันไหลไปเถอะ
สายลมแห่งความห่วงใย
และ
เวลาที่ค่อยๆ เดินไป
จะทำให้น้ำตาเราแห้งไปเอง
เราเชื่อนะว่าเพื่อนเราเป็นคนเข้มแข็ง
อีกไม่นาน..รอยยิ้มก็จะกลับมาอีกครั้ง
อุปสรรคที่ขวางอยู่ข้างหน้า
เราคงช่วยกำจัดออกไปไม่ได้
แต่เราก็จะไม่มีวันทิ้งให้แกอยู่คนเดียวหรอกนะ
และ
เราเชื่อว่าแกต้องผ่านมันไปได้แน่นอน
Ps. - หลังจากอัพสเปซเศร้าๆ มา 2 ครั้งติด ตอนนี้เรารุแล้วแหละว่าแต่ละคนก็มีเรื่องทุกข์ใจเข้ามาในชีวิตไม่ต่างกัน แต่การได้ระบายมันออกมาบ้างก็ดีนะ ^^
- แพร กะ แนน อย่าเครียดมากนะ เราเปนห่วงพวกแกจริงๆ นะเนี่ย มีเดะกายภาพคนไหน ฝึกงานแล้วม่าร้องไห้มั่งป่าวว่ะ สงสัย?
- ตั้งใจอ่านหนังสือกันนะทุกคน ..แล้วเรามัวทามรายฟะเนี่ย ???
- เจอกันสเปซหน้า ซึ่งไม่รู้จะอีกนานแค่ไหน แต่คาดว่าจะอัพเรื่องเชียงใหม่ต่อ เพราะถ้าม่าอัพเร็วๆนี้ คาดว่าคงลืมไปหมดแน่แท้ -*-
- ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจที่มีให้เราเสมอมา เวลาที่ท้อแท้แค่เข้ามาอ่านคอมเม้นท์ก็รู้สึกดีขึ้นมากมายแล้วหล่ะ ขอบคุณน้า ^^
November 26 UnHappinessสิ่งมองหา..ไม่เคยเจอ
สิ่งที่ต้องการ..ไม่เคยได้ สิ่งที่หลีกหนี..ไม่เคยพ้น สิ่งต่างๆ ไม่เคยเป็นอย่างใจหวัง วันนี้คงเป็นอีกหนึ่งวัน..ที่เราไม่มีความสุขที่สุดในชีวิต
การก้าวเดินไปข้างหน้า โดยไม่รู้ว่าอะไรรอเราอยู่
ชั้นไม่เคยคิดว่ามัน"ดี"..
แต่วันนี้ ชั้นรู้แล้วว่า..
การเดินไปข้างหน้า โดยรู้ว่าหุบเหวลึกรออยู่ข้างหน้า มัน"ไม่ดี"ยิ่งกว่า
ชั้นเดินทางมาไกล เจออุปสรรคมามากมาย แต่ชั้นก็ผ่านมันมาได้ แม้จะเต็มไปด้วยคราบน้ำตา แม้จะเต็มไปด้วยบาดแผลที่เจ็บลึกลงไปทุกที ..ชั้นทนมันได้เรื่อยมา.. แต่วันนี้..ชั้นเหนื่อยเกินกว่าจะทนแล้ว
ชั้นอาจจะอ่อนแอเกินไป เพราะยิ่งชั้นพยายามเข้มแข็งเท่าไร น้ำตาก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น .
.
.
นี่ชั้นต้องเดินไปยังหุบเหวนั้นจริงๆ ใช่มั๊ย?
ถ้าชั้นหยุดยืนอยู่ตรงนี้ จะได้มั๊ย? เวลาช่วยหยุดลงตรงนี้ทีเถอะ เพราะชั้นกลัวมันเต็มทีแล้ว T^T
ในความเป็นจริง..
ชั้นคงไม่อาจหยุดเดิน ถึงแม้ใจชั้นจะกลัว แต่เท้าชั้นต้องก้าวอยู่ดี และ ชั้นรู้ดี..เวลาคงไม่อาจหยุดลงได้
ใครจะไปรู้..หุบเหวนั้นอาจเป็นเพียงภาพลวงตาที่ไม่มีจริงก็ได้
ชั้นขอให้มันเป็นแค่..ภาพลวงตา
November 08 [Keep it Deep, plz keep it deep]เก็บน้ำตา..ให้ไหลอยู่ข้างในลึกๆ
เก็บความรู้สึก..เก็บไว้ไม่ให้ใครเห็น
เก็บความเหงา..
เก็บความเศร้า..
เก็บเอาไว้
เก็บให้ใจมันชิน
เก็บทุกสิ่ง เก็บไว้กับตัวเรา
*****************************************************************
รู้มั๊ย..อะไรเรียกว่าความเศร้า?
มันคือ..การที่ต้องเก็บน้ำตาไว้ข้างใน ไม่อาจให้มันไหลออกมา
ถึงแม้จะอยากร้องมากมายแค่ไหน แต่ต้องอดทนเอาไว้ และไม่รู้ต้องทนถึงเมื่อไหร่
รู้มั๊ย..ทำไมถึงอยากร้องไห้?
เพราะ..เราต้องเก็บความรู้สึกเอาไว้ ไม่อาจบอกใคร
ถึงแม้จะอัดอั้นแค่ไหน แต่ต้องฝืนมันไว้ เก็บมันไว้คนเดียว
รู้มั๊ย..ทำไมไม่ร้องไห้ ในเมื่ออยากร้อง?
เพราะ..เราไม่อยากตอบคำถามว่าทำไมต้องร้องไห้
เราไม่อยากให้คนอื่นทุกข์ใจที่เห็นน้ำตาของเรากำลังไหล
รู้มั๊ย..ทำไมต้องทนเรื่อยไป?
เพื่อให้คนที่เรารักและแคร์ที่สุดในชีวิตได้มีความสุขไง
*********************************************************
ไม่เป็นไรหรอก..เหนื่อยใจ เหนื่อยกายไม่เป็นไร
ไม่เป็นไรหรอก..น้ำตาไหลไปข้างในไม่เป็นไร
ไม่เป็นไรหรอก..ทำร้ายเราเจ็บแค่ไหนไม่เป็นไร
...
ไม่เป็นไรหรอก..แค่เธอมีความสุข..ชั้นไม่เป็นไร
October 28 ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่ (cont.3)หลังจากพักหายใจหายคอมาได้ระยะนึง อ๊ะ เพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลา เริ่มเลยแล้วกันนะจ๊ะ Let's go (ย่อมาจาก let us go..สาระ -*-) หลังจากขึ้นรถแดง เพื่อมุ่งหน้าไปยังพระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ นั่งหลับ(ตา)ไปได้ซักพักนึง 'อีกไกลมั๊ยเนี่ยกว่าจะถึง เริ่มจะไม่ไหวแล้วน้า' เฮ้อออออ.. คนอื่นๆ เค้าลั๊นล้ากันหมด ขอสารภาพอีกอย่าง.. พระตำหนักภูพิงค์นี่สวยมากเลยนะ..ขอบอก ตอนแรกๆ ปิ่นก็เดินเป็นคุณป้าเหมือนกะเราเนี่ยแหละ สรุป..เหลือเราเดินป้าอยู่คนเดียว เดินจนไปถึงอ่างเก็บน้ำ ที่มีน้ำตกเต้นระบำ กว่าจะหาย..เพื่อนมันถ่ายรูปกันจนเหนื่อยและ กว่าจะหาย..มันจะกลับกันแล้วด้วย ได้เวลาเริ่มเดินทางอีกครั้ง เอาว่ะ ยังไงก็เลี่ยงไม่ได้ ขากลับ เริ่มรู้ทริคแล้ว อากาศตอนนี้เริ่มอบอุ่นแล้ว ดีใจจัง (อากาศที่รอคอยมานานนน ^^) ถึงจุดนี้แล้ว.. ขึ้นไปถึง..ก็เดินเวียนเทียน ไหว้พระ ชมนู้นนี่ ถ่ายรูปกันตามภาษา เดินถ่ายรูป..ได้วิวเมืองเชียงใหม่ + สนามบินเชียงใหม่ ภายใต้หมอกมา แล้วก็ได้เวลาลาจากพระธาตุดอยสุเทพแล้วสินะ อ่ะ หลังจากรอคอยเพื่อนๆ มากันจนครบ มาถึงตรงนี้.. เดินทางไปถึงสวนสัตว์เชียงใหม่ ก็เป็นเวลาเที่ยงพอดี หลังจากกระเดือกอาหารประทังชีวิตเสร็จ เดินๆ ไปอย่างไร้วิญญาณ และแล้ว.. น้องแพนด้าน่ารักมากๆ อ๊ะ ถึงเวลาต้องร่ำลาน้องแพนด้าแล้วสินะ เป้าหมายต่อไปของพวกเราก็คือ น้องหมีโคอะล่า นั่นเอง พอเดินทางไปถึงน้องโคอะล่า เรากะปิ่นขอนั่งพักดูโคอะล่าแล้วกัน เรากะปิ่นก็ลากสังขารตัวเองขึ้นไปถึงจนได้ หลังจากดูน้องหมีหลับกันจนหน่ำใจแล้วก็ออกไปเอารูปที่ถ่ายเมื่อกี้ค่ะ ขาลงจะให้เดินลงเขาที่สูงชัน..ป้าๆ ก็ไม่ไหวแล้วค่ะ ถึงทางออก.. เราก็นั่งรอค่ะ รอพวกเจ๊ๆ ลงมาจากเขา แล้วก็โบกรถแดงกลับดอยวิวค่ะ จริงๆ ตอนเย็นมีงานขันโตกที่อ่างแก้ว ใน มช. นะค่ะ ตื่นมาอีกที..พวกนั้นกลับมาจากงานขันโตกกันแล้วค่ะ """""" 7 ขวดคร้าบบบบบ..พี่น้อง """""" ซูฮกพวกเจ๊ๆ จริงๆ ที่สามารถขนาดนี้ อิอิ พอกินกันจนอิ่มแล้ว ถึงจะไม่ค่อยอร่อยก็เถอะ ราตรีนี้ ยังอีกยาวนานค่ะ to be continued.. October 25 ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่ (cont.2)มาอัพต่อแล้วจ้า..รอคอยตอนนี้กันอยู่รึป่าว? ตอนแรกที่เปิดดูรายการนี้ ตอนแรกก็เม้าท์กันปกติ ไม่ได้คิดอะไร เม้าท์กันได้ซักพัก ตั้งแต่วินาทีนั้นเป็นต้นมา เรามารู้ตอนหลังว่า.. เรื่องของเรื่องห้องน้ำเนี่ย จะมีประตูและหน้าต่าง จิยาเจ๊เห็นคนอยู่ในห้องน้ำ ผ่านกระจกฝ้าๆ นั่น สรุปว่า SHE มีจริง!!!~ บอมอาบน้ำเสร็จ ระหว่างเล่าอยู่นี้.. สรุป.. สตาร์ตื่นขึ้นมาพอดี เรา จิยา บอม สามคนพร้อมใจกันยกมือไหว้ * ปาฏิหาริย์ * ตอนนี้เราสามารถนอนหลับได้แล้ว อืม ลืมบอกไป.. ถึงตรงนี้.. อ่ะ สรุป..คืนนี้ มีสตาร์คนเดียวที่ได้นอนค่ะ ^^zZ ส่วนเราสามคนที่เหลือ ก็หาเรื่องอื่นคุยกันไปเรื่อยๆ จนเช้าค่ะ เช้าวันนี้ เป็นเช้าวันศุกร์ที่ 19 ตุลาคมแล้ว เราเดินไปปลุกอีกห้องนึง มาถึงจุดนี้ เริ่มขนลุกอีกแล้วค่ะ พี่น้อง หอหญิง 3 เนี่ย จะสร้างตึกเป็นรูปกระจกหก หรือ แปดเหลี่ยมเนี่ยแหละ (จำไม่ได้) (ตอนที่เล่านี่ ขนลุกนะค่ะ ดีที่เที่ยงแล้ว -*-) พี่เค้าบอกว่าคนอื่นไปกันหมดแล้วค่ะ ไปถึงสหกรณ์ค่ะ นั่งกันรอกันจนรากงอกเลย สรุปว่า.. ระหว่างรอพวก มช. เค้าจัดการอะไรให้เสร็จสรรพ และแล้วรถก็มาค่ะ ได้ขึ้นซักที เฮ้อออออ เหนื่อย!!! กลุ่มเราได้ขึ้นรถไปกะกลุ่มลีด(เชียร์ ลีดเดอร์)ค่ะ ในที่สุด.. ยังค่ะ ยังไม่จบ to be continued.. ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่ (cont.)มาอ่านกันต่อนะ ไม่อยากปล่อยให้เพื่อนๆ อารมณ์ค้างนาน ^^ หลังจากวางแผนกันเรียบร้อยว่าจะไปดอยอินทนนท์ เวลาล่วงเลย 7 โมงมานานพอสมควร วันนี้โชคดีที่เจอพี่คนขับรถแดงใจดีอีกแล้ว หลายๆ คนคงเคยไปกันแล้ว รูปนี้เป็นรูปที่ได้มุมสวยจริงๆ พี่ยาม เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีตาอยู่ทุกที่ เราเดินถ่ายรูปกันไปตลอดทาง (ตลอดทางจริงๆ) เดินไปจนถึงหอคำหลวง เล่นเอาเหนื่อย ลิ้นห้อยเลยทีเดียว หลังจากถ่ายรูปอยู่นานสองนาน ก็เริ่มอยากจะกลับกันแล้ว เดินเข้าไปในไร่ยาง ขอบอกว่าคนละโลก ระหว่างทางที่กำลังเดินกลับ นั่งไปได้ไม่นาน (แปบบบเดียวจริงๆ) ก้าวแรกที่เดินลงจากรถ.. ถ่ายรูปไปเยอะพอสมควรเลยแหละ พอเสร็จจากห้องนี้ ก็เดินไปอีกห้องนึง ในห้องนี้ดูจะมีพีคนเดียวที่สนใจ หลังจากเดินออกจากห้องนี้ ขาออกก็ขอแวะกินน้ำซักหน่อย คุณนิรันดร์ (พี่รถแดงตั้งแต่เช้า) ยังรอเราอยู่ที่จอดรถ ทริปวันนี้ยังไม่จบครับพี่น้อง สถานที่ต่อไปก็คือ ไนท์บาซ่าร์ ไม่น่าไปเลย TT^TT ใครอย่าได้หลงไปเดินเชียว เรื่องของเรื่อง คือ สตาร์แวะเข้าไปร้านขายยาแถวนั้น สรุป..เดินไปหาของกิน แต่ไม่มีอะไรให้กิน T^T จากนั้นเราก็โบกรถแดงกลับโรงแรมอันเป็นที่รักของเรา กินเสร็จก็กลับโรงแรม เฮ้ออออ เหนื่อยๆ จริงๆ วันนี้ เรา สตาร์ จิยา บอม เริ่มทยอยกันอาบน้ำให้ชุ่มฉ่ำ ด้วยประการฉะนี้ จึงเป็นบ่อเกิดของเรื่องที่จะกล่าวต่อไป to be continued.. October 24 ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่ทริปนี้เป็นทริปที่ครบทุกรสชาติจริงๆ ก่อนการเดินทาง..ประมาณ 1-2 อาทิตย์ ..การวางแผนเริ่มต้นขึ้น.. ผลจากการคุยกันใน MSN ก็สัมฤทธิ์ผลอยู่ประการเดียว เอาแล้วไง แล้วใครจะเป็นคนไปเอา??? ตอนแรกเรากะจะยกเลิก แล้วโทรจองใหม่ในวันรุ่งขึ้น อ่ะ เริ่มวันเดินทางเลยนะ ^^ เริ่มเดินทางวันที่ 16 ตุลาคม 2550 เวลาผ่านไปนานพอสมควร..พีก็ยังไม่มา รถไฟจะออกอยู่ 10 นาทีแล้ว พีก็ยังไม่มา สำหรับใครที่ไม่เคยขึ้นรถไฟชั้น 3 ต้องลองซักครั้งนะ เริ่มเดินทาง ก็เริ่มเม้าท์กันตามสไตล์ โดยจะมีการแบ่งฝั่งเป็น 2 ฝั่ง (แบ่งตามที่นั่งอ่ะแหละ) นอกจากนี้ก็มีการเล่นไพ่ตอแหล ซึ่งหลายๆ คนคงจะเคยเล่นกัน กิจกรรมในรถไฟยังมีอีกมากมาย เนื่องจากเดินทางกันถึง 14 ชั่วโมง เราเดินทางถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่ เวลาประมาณเที่ยงกว่าๆ ได้ (ถ้าจำไม่ผิด) ที่เชียงใหม่จะมีรถแดง หรือที่คนกรุงเทพฯ เรียกกันว่ารถสองแถวนั่นเอง โรงแรมดอยวิวเชียงใหม่ ก็ถือว่าเป็นโรงแรมที่ดีโรงแรมนึง ห้องที่พวกเราได้นอนกันก็คือห้อง 3003 กะ 3004 ซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน ก่อนออกเดินทางจากโรงแรม รถแดงไปถึงหน้าหอหญิง 3 "พี่ค่ะ ช่วยขับไปตึกเรียนรวม 5 ได้ป่ะค่ะ แหะๆ" รถแดงไปถึงตึกเรียนรวม 5 เรากะบอมเดินไปหาจิยา กว่าจะเจอ -*- เออดีจริงๆ เพื่อนช้านนน ดีจริงๆ ปรากฏว่าจิยาต้องมาเอาไม้พลองอันยาวเหยียด และผ้าสีดำผืนใหญ่ เดินทางไปถึงโรงแรม (เฮ้อออ กว่าจะถึง++!!) เก็บของเสร็จ เราก็ไปอาบน้ำ โดยที่จิยานั่งเย็บผ้าดำผืนใหญ่นั่น ไม่นานนัก หลังจากพวกสตาร์ออกไป กินข้าวเสร็จก็ไปส่งนู๋นุ่มที่หอแพทย์ ม.เชียงใหม่ แล้วก็เดินทางกลับโรงแรม โดยมีพิมผู้ใจดีไปส่ง เรากะจิยาขึ้นไปบนห้อง จิยาเอาผ้าที่เย็บเสร็จแล้ว ไปให้เพื่อนที่ในม. หลังจากนั้นพวกเราก็นั่งคุยกันว่าพรุ่งนี้จะไปไหนดี?? จบวันที่ 1 ของ ณ จุดนี้ ที่เชียงใหม่ October 13 B'coz iNsoMniA ^^"ตี 4 กว่าแล้ว ชั้นยังนั่งตาค้างอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตัวเก่ง
วันนี้ไม่มีใครเหลือใน MSN เลย จะหาคนคุยด้วยก็ยากเต็มที ในวันอันยุ่งเหยิงที่ผ่านมา แล้วก็เพิ่งจะผ่านไปนั้น
หากจะคิดว่าเป็นวันดีวันนึงก็คงจะไม่ขัดแย้งกับความเป็นจริงนัก ถึงแม้จะมียัยตัวจิ๋วมาวุ่นวายปั่นป่วนในชีวิตก็ตาม แต่ก็ถือเป็นสีสันแปลกใหม่ที่ทำให้วันของเราไม่เงียบเหงาจนเกินไป วันทั้งวันชั้นมัวแต่ยุ่งวุ่นวายกับเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง แต่ตอนจะนอนดันมานั่งคิดไม่ตกในเรื่องบางเรื่อง ชั้นไม่ใช่คนนอนหลับยาก แต่เป็นคนชอบคิด(หรือเรียกว่า คิดมาก นั่นแหละ) จะเรียกว่าคิดมากซะทีเดียวก็ไม่ถูก มันฟังดูเหมือนคนเครียดๆ แต่เราไม่ เราชอบคิดวางแผนชีวิตในอนาคตก่อนนอน และนั่นแหละ..ปัญหา!! เราจะคิดไปเรื่อยๆ วางแผนทำนู้นทำนี่เต็มไปหมด ซึ่งมักไม่ค่อยได้ทำตาม ทั้งที่เสียเวลาคิดไปค่อนคืน ^^" พอเริ่มคิด ก็จะไม่สามารถหยุดคิดได้ ปกติแล้วชั้นจะจินตนาการนู้น นั่น นี่ โน่น แล้วก็หลับไปเอง แต่วันนี้ชั้นยังไม่อยากหลับด้วยล่ะมั้ง เลยคิดไปคิดมา ไม่หลับซักที ชั้นเป็นคนนอนดึกถึงดึกมาก ส่วนใหญ่จะเรียกว่า เช้า เลยก็ได้
ชั้นมีเหตุผลของชั้นนะ... เพราะชั้นเป็นคนประเภทชอบหนีโลกแห่งความเป็นจริง ชั้นไม่อยากนอน เพราะวันพรุ่งนี้ของชั้นจะมาถึงอย่างรวดเร็ว ชั้นเป็นพวกนอนแล้วตื่นยาก เพราะชั้นไม่อยากเจอกับวันที่จะมาถึง ชั้นเป็นพวกชอบดูซีรี่ย์ อ่านนิยาย เพราะมันเป็นชีวิตที่ชั้นฝัน และมันทำให้ชั้นหลุดออกจากโลกแห่งความเป็นจริงอย่างได้ผลทีเดียว และอีกเหตุผลก็คือ ชั้นร้องไห้ได้ โดยไม่มีคนถามว่าชั้นเป็นอะไร ชั้นชอบเวลาน้ำตาไหล เพราะมันเหมือนได้ปลดปล่อย แต่ชั้นก็ไม่ชอบการร้องไห้ เพราะชั้นไม่ชอบเวลาตาบวม ชั้นชอบนั่งอยู่คนเดียว มองท้องฟ้าที่ค่อยๆ เปลี่ยนสี มองเมฆที่ค่อยๆ เคลื่อนบนท้องฟ้าที่กำลังเปลี่ยนสีนั่น ชั้นชอบแอบมองแล้วยิ้มให้กับการทำความดีของคนอื่น ชั้นชอบยืนเสียบหูฟัง ฟังเพลง แล้วหลับตาบนรถไฟฟ้า เพราะชั้นไม่ชอบการสบตากับคนอื่นที่ชั้นไม่รู้จัก ชั้นไม่ชอบพูดระบายเรื่องที่ไม่สบายใจให้ใครต่อใครฟัง เพราะชั้นไม่รู้จะเริ่มยังไง และไม่รู้จะทำหน้ายังไง ชั้นชอบการเขียนไดอารี่ เพราะมันทำให้ชั้นนอนหลับ ดังนั้นชั้นจึงมักเขียนไดอารี่ตอนดึกๆ หรือตอนเกือบเช้า มีอีกมากมายเกี่ยวกับตัวชั้น ที่เพื่อนบางคนไม่เคยรู้ แม้จะรู้จักกันมานาน ชั้นพร่ำเพ้อพรรณนาได้ล้านแปดในไดอารี่ ^^"
ชั้นชอบบ่นเรื่องเดิมซ้ำซาก หากคุยกับชั้นนานๆ - -" ชั้นมักอยากกินนู้น กินนี่ เวลาดึกๆ -*- ชั้นไม่ชอบให้คนอื่นมาว่าเพื่อนของชั้น แต่ชั้นว่าได้ :P ชั้นไม่ชอบให้ใครโกหก เพราะเหมือนเค้าคิดว่าชั้นเป็นพวกรับความจริงไม่ได้ ><" ชั้นรับความจริงได้เสมอ ถ้าพูดกันด้วยเหตุผล ^^ ชั้นก็เป็นของชั้นแบบนี้เรื่อยมาและคงเป็นตลอดไป ^o^ อะไรๆ ในโลกมักมี 2 ด้านเสมอ
ชั้นก็เป็นคนที่มี 2 ด้าน มีทั้งด้านดี และด้านไม่ดี ชั้นไม่อาจแสดงด้านดีได้ตลอดเวลา เพราะมันเหนื่อยเกินไป ชั้นอาจแสดงด้านไม่ดีในบางครั้ง แต่ชั้นไม่ได้ตั้งใจ ชั้นไม่ชอบใส่ใจด้านไม่ดีของคนอื่น เพราะมันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้น แต่ชั้นก็ไม่ปิดหู ปิดตามองแต่ด้านดีของคนอื่นเช่นกัน ชั้นมักมองคนทั้ง 2 ด้าน แต่เลือกที่จะนึกถึงด้านดีมากกว่าด้านไม่ดีเท่านั้นเอง และชั้นก็อยากให้คนอื่นๆ ใส่ใจด้านดีของชั้นมากกว่าด้านไม่ดี ถึงแม้จะมีน้อยก็ตามที สุดท้าย..
ชั้นมีเพื่อนสนิทที่ต่อให้ห่างกันไกลเท่าไหร่ พวกเค้าก็ยังอยู่ในใจชั้นเสมอ
ถึงพวกเค้าไม่ได้อยู่กุมมือชั้นเวลาชั้นร้องไห้ แต่ชั้นรู้ว่าพวกเค้าเป็นห่วงชั้น ชั้นอบอุ่นใจเสมอ..เมื่อชั้นคิดถึงพวกเค้า ชั้นขอบคุณโลกใบนี้ที่ทำให้เราได้พบและรักกัน ชั้นอาจไม่ใช่เพื่อนที่ดีเท่าไหร่ แต่ชั้นรักพวกเค้าเสมอและตลอดไป เกิดอีกกี่ครั้ง..ชั้นก็ยังอยากเป็นเพื่อนสนิทกับพวกเค้าเรื่อยไป แพร แนน นุ่ม บุ๋ม ซัง ชั้นรักพวกแกมากกกกกกกกกที่สุด!! ชั้นเริ่มมีเพื่อนสนิทเพิ่มขึ้น ชั้นเป็นห่วงพวกเค้าเสมอ
ชั้นอาจจะรักพวกเค้าไม่เท่ากับเพื่อนสมัยมัธยม แต่ชั้นก็รัก ชั้นอยากขอบคุณพวกเค้าทุกคน ที่ทำให้ชีวิตมหา'ลัยของชั้นมีสีสัน อยากขอบคุณที่พวกเค้าช่วยชั้นตลอดมา ชั้นดีใจที่ชั้นมีพวกเค้าเป็นเพื่อนสนิทอีกกลุ่ม ชั้นจะไม่มีวันลืม วันเวลาดีๆ ที่เรามีกันและกัน บอม สตาร์ เบล ปิ่น จิ๊บ ฯลฯ ขอบคุณนะ นัทลี และ พิชชี่ ถึงกาลเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
ชั้นก็ไม่เคยรู้สึกว่าความสนิทของเราลดน้อยลงเลย ขอบคุณโลกใบกลมๆ
ขอบคุณป๊ะป๊า และ ม๊าม้า ขอบคุณเฮียกร มีมี่ มิว ขอบคุณประภามมนตรี ขอบคุณราชวินิตบางแก้ว ขอบคุณคณะเภสัชฯ จุฬาฯ ขอบคุณตัวชั้นเอง ..ที่ทำให้วันทุกวันผ่านไปอย่างมีความหมาย.. ---------------------------------------------------------------------------------------------------------
Ps. - วันนี้เมื่อ 2 ปีก่อน เราก็อัพสเปซเหมือนกัน บังเอิญดีจัง ^^ - เกรดเทอมนี้ออกมาดีเกินคาด แอบดีใจมากๆ 5555 ^O^ (หวังว่าเพื่อนไม่ได้ดูเกรดให้ผิดนะ -*-) - สเปซวันนี้ เหตุเกิดจาก temporary insomnia syndrome = = - สำหรับคนที่ไม่รู้ว่ายัยตัวจิ๋วคือใคร เค้าคือ น้องมายด์ ลูกของน้าเราเอง - ..อย่าลืมอ่านสเปซของเมื่อวันก่อนด้วยนะ พอดีอารมณ์อยากอัพ มันมาถี่ไปหน่อย ^^.. - สงสัยจังว่าจะได้ไปมั๊ยเชียงใหม่ ??? - สุขสันต์วันปิดเทอมนะทุกคน October 11 *+..Once upon a Time..+*เมื่อ 20 ปีก่อน.. เธอไม่น่ารักเท่าไหร่หรอก เธอเป็นคนความจำไม่ดี ความทรงจำในวัยเด็ก ที่เก่าที่สุด มีสาระอยู่เพียงเท่านี้ เธออิจฉาคนอื่นๆ ที่เก็บความทรงจำไว้อย่างดี ความทรงจำที่หายไปแล้ว..คงไม่มีวันได้คืนมา วันนี้เธอเริ่มเก็บรักษาความทรงจำของเธอ แล้ววันไหนที่คุณลืมเรื่องเหล่านั้น -------------------------------------------------------------------------------------------------------------- *+*Happy Birthday*+* มีความสุขมากๆ นะจ๊ะเพื่อนรัก รักแกมากกกกก..มากเท่าที่คนๆ นึงจะรักเพื่อนได้ จุ๊บ จุ๊บส์ September 09 ความวุ่นวาย
ทุกวันนี้มีสิ่งต่างๆ เกิดขึ้นมากมายบนโลก ทั้งสิ่งมีชีวิตและสิ่งของต่างๆ ถูกเสกสรรขึ้นมามากมาย ด้วยน้ำมือของมนุษย์ หาใช่พระเจ้าอย่างที่เคยเชื่อกัน ทุกอย่างดูเมื่อจะเป็นการกระทำเพื่อเอาชนะธรรมชาติ Natural Selection คงเป็นทฤษฎีที่จะใช้ไม่ได้อีกต่อไป คงเหลือแต่ Human Selection มนุษย์เป็นบ่อเกิดของความวุ่นวายทั้งปวงบนโลกกลมๆ ใบนี้ มนุษย์ที่เกิดมาตัวเปล่า พร้อมสมองที่อัดแน่นไปด้วยนานาสาระและไม่มีสาระ กลับกลายเป็นอาวุธชีวภาพตัวฉกาจของนานาสรรพสิ่งในโลกใบนี้ ซึ่งปัจจุบันดูเหมือนจะลุกลามไปในกาแลคซี่ที่เราอาศัยอยู่ด้วย ในอนาคตคงเป็นจักรวาลที่ถูกลุกลามต่อไป มนุษย์ชอบสร้างความวุ่นวายให้กับทุกสิ่งที่อยู่ใกล้ หรือบางทีอาจจะอยู่ไกลจนเกินจะมองเห็น แต่ก็ไม่วายจะตามไปสร้างความวุ่นวายให้เกิดขึ้น ด้วยเหตุผลที่คั่งๆ คูๆ ว่า 'ทำเพื่อมนุษยชาติ' หากการดำรงอยู่ของมนุษยชาติ จำเป็นต้องทำลายสิ่งรอบตัว ก็อย่าดำรงอยู่เลยดีกว่า หายไปพร้อมความวุ่นวายก็ดีเหมือนกัน โลกจะได้กลับไปสงบสุขอย่างที่เคยเป็น..
มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ชอบความวุ่นวาย แต่กลับชอบสร้างความวุ่นวาย ..กฏเกณฑ์ต่างๆ ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์กลุ่มหนึ่ง แต่ถูกต่อต้านโดยมนุษย์อีกกลุ่มหนึ่ง ..สิ่งก่อสร้างต่างๆ ถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์กลุ่มหนึ่ง แต่ถูกทำลายโดยมนุษย์อีกกลุ่มหนึ่ง ..เหมือนคอมพิวเตอร์ที่ถูกสร้างมา พร้อมไวรัสฉันนั้น..
Ps. - Final is Coming Soon!! - wish all of my fri3ndz will get "A"s ^^ - Miz u "Pair Nan Noom Bum Zung" - Thank you "Belle Bom Star Pin Jib etc." who make my life in U. not alone anymore ^^ - Love u all, Everybody in this World!!! - Waiting for My HolidayzZ without Exam (i'll be with my Series all day long ^^) - Welcom3 to Thailand 'NATLIE'..@lways miz u & will never forget u ^^ August 25 ~ ก า ร เ ดิ น ท า ง ~เริ่มด้วยเช้าของใครหลายๆ คน แต่สายสำหรับเรา
"กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงง!!!!!" งัวเงียๆ กี่โมงแล้วหล่ะเนี่ยยย
- 7.30 น. - เห้อออออ สายอีกแล้วเรา..เฮ้ยยยยยย!!!
รีบอย่างรวดเร็ว พรึ่บบ!! 8.00 น. เสร็จ ^^"
รถน้ำมันจะหมด -*-
แวะเติมก่อน พอมีเวลาเหลือ น่าจะทันแหละน่า
8.15 น. "ตึ้กๆ ๆ ๆๆๆ จะทันมั๊ยหล่ะเนี่ยยย"
8.30 น. บนทางด่วน ทางลงพระราม 4
ง่ะ - -"
ทำไมไม่เปิดทางลงหล่ะเนี่ย ถึงว่ารถติดเป็นหางว่าวเลย
(เผื่อคนไม่รู้ ทางลงพระราม 4 จะปิดตอน 7.00 ถึง 8.30 อะจ๊ะ)
ไอคุณตำรวจก็ยืนดูเฉยๆ ให้คนแทรกกรวยเข้าไปเอง
มันคิดได้ยังไง!!!
..แต่ในที่สุด..
ถึงคณะตั้งแต่ 8.45 น. โหะๆๆ
รอดไปอีกหนึ่งวัน ^^"
ต้องขอบคุณท่านพ่อ ที่ขับรถได้เร็วทันใจ
คงเพราะหน้าลูกสาว เริ่มถอดสีไปแล้ว ^^
--------------------นี่เป็นการเดินทางในช่วงเช้าของวัน--------------------------
หลังเลิกฝึกงาน เกือบๆ 1 ทุ่ม
เพื่อนๆ ก็แยกย้ายกันกลับบ้าน
ส่วนเราก็กลับพร้อมปิ่นและแอม
ก่อนกลับก็นั่งกินข้าวกันที่ฮะจิบัง
กินไป เม้าท์ไป สนุกสนาน ฮาเฮ
"เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น" ----> น้องเราโทรมาเอง
คุยกันแปบนึง ได้ความว่าต้องไปหามันที่บ้านยาย
แล้วก็ค่อยกลับบ้านพร้อมกันอีกที
จากรถไฟฟ้า ก็เปลี่ยนไปเป็น รถสาย 79
ระยะทางมันสั้นมากๆ เลยนะ
แต่ไม่รู้หลับไปกี่ตื่น -*-
อ่ะ ถึงแล้วววววว เฮ้อออ จะได้กลับบ้านซะที เหนื่อย!!!
ก็ตกลงกันว่าจะนั่งแทกซี่กลับบ้าน เพราะของหนัก!!
แต่จะรอส่งแฟนน้องก่อน..รออยู่ชาตินึงได้ รถ 511 คันที่ 3 จึงผ่านมา
(คันที่ 1 และ 2 ผ่านไป ตอนคุณน้องพาแฟนไปซื้อของ -*-)
ส่งขึ้นรถเสร็จ
ตอนนี้เป็นเวลาเกือบ 3 ทุ่ม หรือไม่ก็ 3 ทุ่มนิดๆ
ถนนโล่งมากกก
และรถก็โล่งมากเช่นกัน
เลยตกลงกะน้องอีกที จะนั่งรถเมล์ดีมั๊ย?
นั่งคิดอยู่พักนึง ก็ตัดสินใจได้ (ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่ผิดมหันต์)
" ถ้ารถมาแล้วคนเยอะ จะนั่งแท็กซี่กลับ ถ้าไม่เยอะจะขึ้นเลย "
รอไม่ถึง 10 นาที รถที่รอคอยก็มา
<คิดแล้วก็ตลกดี
แฟนน้องก็นั่งสาย 511 กลับ
เราและน้องก็นั่งสาย 511 กลับ
แต่ไปคนละทาง ^^>
โอ้ววว รถโล่งพอตัว ขึ้นไปก้ได้ที่นั่งเลย
ซักพักก็ย้ายที่นั่ง เราะตอนแรกนั่งหลังสุด
ของมันเกะกะคนอื่น เลยย้ายที่ ตอนมีเก้าอี้คู่ว่าง
นั่งไปตอนแรกๆ
ก็ไม่แย่เท่าไหร่เนอะ
รถวิ่งไปเรื่อยๆ ไม่ช้า ไม่เร็ว ไม่ติด!!
พอเริ่มเข้าถนนสุขุมวิทเท่านั้นแหละ
ลางร้ายเริ่มปรากฏ..TT^TT
โดยเฉพาะตั้งแต่ช่วงนานา อโศก เป็นต้นไป
การเดินทางที่ยาวนานที่สุดในรอบปีก็เริ่มต้นขึ้น
รถติดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ไม่กระดุกกระดิกเลย นั่งอยู่ที่เดิม
หันไปกี่ครั้ง กี่ครั้ง ก็ที่เดิม!!!
TT^TT
นู๋อยากขึ้นแทกซี่ ขอย้อนเวลาได้มั๊ยยยยย?
ไม่น่าหาเรื่องเลยจริงๆ
เอ้าน่า นั่งอยู่บนรถแอร์สบายๆ นั่งไปเหอะ <--- ปลอบใจตัวเองไปเรื่อย
หลับไปหลายตื่นมากๆๆ ดีนะที่น้องมันไม่ง่วง
เรานี่ง่วงมากๆๆๆๆๆ ตั้งใจแต่เช้าว่าต้องนอนเร็วให้ได้ ^^!!
พอถึงสุขุมวิท 101 ได้มั้ง ถามน้องว่ากี่โมงแล้ว
แม่เจ้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
22.49 น.
ฮือๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เตียงนอนของช้านนนนน
กลายเปนเบาะรถเมล์ไปได้ไงฟะเนี่ยยยยย
อืม จะถึงแล้วๆๆ ปลอบใจตัวเองต่อไป..
วางแผนว่าจะลงรถเมล์ตรงอุดมสุข แล้วต่อแทกซี่เข้าบ้าน
อ่ะ 5 ทุ่มกว่าๆ
ในที่สุด..
ก็ได้ฤกษ์ลงจากรถซะที
เราอาสาจะถือถุงที่มีของหนักๆ เอง ให้น้องถือกระเป๋าเราแทน
ขณะก้าวลงบันได สิ่งที่ไม่อยากให้เกิดก็เกิดขึ้น T^T
โอ๊ะ!! ไอถุงเจ้ากรรมมันดันปัดมาโดนขาเรา
ก็ที่รู้ๆ กัน ขาเราไม่ได้มีประสิทธิภาพอย่างที่คิด
ยืนอยู่ดีๆ ยังล้มได้ (คงพอเดาตอนต่อไปได้ใช่ม่ะ)
ขาพลิกไปข้างนึง ดีที่มือนึงจับราวบันไดไว้ได้
(น้องเริ่มตกใจ พี่เรามันทำไรว่ะเนี่ยยย!?!)
รองเท้าก็ผิดรูปผิดร่างไปเรียบร้อย เพราะมันเป็นแค่สายคาดๆ
ไอรถเมล์ก็อยากจะกลับบ้านเหมือนกันมั้ง
แทนที่จะหยุด ดันวิ่งต่อไป ยังดีที่เห็นใจ วิ่งแค่เอื่อยๆ YoY
โอ้ยย จะลงไงว่ะเนี่ยย เลยตัดสินใจก้าวลงไปทั้งยังงั้น
(สายตาคนที่นั่งริมหน้าต่าง พร้อมใจกันมองมาที่ตัวประหลาดข้างประตู)
(สายตาแสดงความสมเพช + ตกใจของคนนั่งขายพวงมาลัย มองมายังไอตัวประหลาดที่ลงมาไม่เป็นท่า..เราลงไปตรงหน้าเค้าพอดี >o<)
ลงไปเสร็จ ความโง่ งี่เง่าของเรายังไม่จบ
ดันไม่ยอมปล่อยมือจากราวบันได
(โอ้ยย โง่ได้อีก ตรู)
(ดีนะ มีน้องสาวสุดเลิฟอยู่ด้วย ไม่งั้นคงทำตัวไม่ถูก)
(จะว่าไป มันไม่ช่วยเราเลยง่ะ ได้แต่ส่งสายตาแสดงความฉงนและเห็นใจ..ช้านไม่ต้องการ -*-)
นึกได้ ตอนมือมานเริ่มถูกดึงไปพร้อมกะรถ เลยรีบปล่อย T^T
ลงมาเสร็จ น้องสุดเลิฟ เริ่มทำหน้าที่
โบกรถแทกซี่อย่างรวดเร็ว
(ถ้าไม่มีแทกซี่ตอนนั้น ก็ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหนดี T^T)
ขึ้นไปเสร็จ เฮ้อออออออออออออ ค่อยยังชั่ว ^^
เอามือวางบนตักตัวเอง
โอ้ย ทำไมมันปวดจังง่ะ Y^Y
เวงกำ ดันเซไปโดนอะไรซักอย่าง
(ต้องเข้าใจว่ามันเกิดเร็วมาก ไม่รู้โดนอะไร *-*!)
ดันไปซ้ำแพ้เดิม ที่ไม่รู้โดนอะไรมา ยังเขียวไม่หายเลย
คราวนี้มีปืดเป็นรอยสีแดงๆ มาอยู่เป็นเพื่อนไอ้สีเขียวอีก
ฮือๆๆ
ข้อเท้า หน้าแข้ง หัวเข่าช้านนนนนนนนนนน
เฮ้อออออ !!
ไอซุ่มซ่ามเอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ไม่รู้จะหาคำอะไรมาด่าตัวเองดีตอนนี้ !><!
แต่ยังดี แผลไม่รุนแรงเท่าไหร่
แต่ก็แอบเจ็บอยู่ดี
คาดว่าพรุ่งนี้จะหายดี
สาธุ
-เรื่องโง่ๆ ในการเดินทาง ของคนที่ไม่ใช่นักเดินทาง-
Ps. - สเปซและสีสเปซวันนี้ ขออุทิศให้แก่ความโง่ของเราเอง
- ไม่มีอีกแล้วววว นั่งรถเมล์แบบนี้ T^T
- อ่านกันจบรึป่าว? วันนี้อัพยาวไปหน่อย อัดอั้นตันใจมาก ^^!
- เหนื่อยและ ขอไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้มีฝึกงาน 8.30 น. (มานั่งอัพทำไมฟะเนี่ยยยย..อัดอั้นตันใจไงหล่ะ ^^!)
- เหตุการณ์มันมากมายเหลือเกิน เพิ่งจะถึงบ้านตอนที่อัพเนี่ยแหละ ถ้าลืมทำอะไรไป ก็ขอโทษด้วยหล่ะกัน อย่าโกรธกันเลยนะ ><"
- จบข่าว -
August 11 "ที่ยืนยังมีอยู่.."วันที่อุปสรรคและปัญหาถาโถมมาสู่ชีวิต
บทความดีๆ จากหนังสือ "ชีวิตไม่ได้มีไว้ให้ยอมแพ้", ลูกปัด...เขียน, สำนักพิมพ์ใยไหม August 05 Rope & Lifeชีวิตคนก็เหมือนกับกองเชือกที่เต็มไปด้วยปมล้านแปดพันปม ปมเชือก ก็เปรียบเหมือน ปัญหาและอุปสรรคนานัปการในชีวิตคนไงหล่ะ หากเราได้แต่จ้องมองมันด้วยความท้อแท้ ปัญหาไม่มีวันหมดไปหรอก ถ้าเราไม่แก้ไข ลองคิดซะใหม่ ถึงจะเริ่มต้นแก้ปัญหาช้าไปหน่อย ทางแก้มันไม่ได้ยากหรอก เราต้องรู้ว่าเราควรจะแก้เชือกตรงปมไหนก่อน เราต้องรู้จักใช้สมาธิและสติให้เป็นประโยชน์ ปมบางปมแก้ออกอย่างง่ายดาย แต่เราในฐานะคนแก้ปมเชือกเหล่านี้ สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ.. ..ในที่สุด กองเชือกที่ดูไร้ประโยชน์และน่าชวนหัว แล้วเราจะพบว่าจริงๆ กองเชือกเหล่านั้นไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ชีวิตคนเราจริงๆ ก็ไม่มีอะไรหรอก เค้าว่ากันว่า "การชนะตัวเอง เป็นเรื่องที่ยากที่สุด และเป็นการเอาฃนะที่ดีที่สุดอีกด้วย" แล้วเราจะไม่ภูมิใจเลยหรอ?? แต่ในความเป็นจริง..กองเชือกนี้คงไม่ได้มีแค่เส้นเดียวหรอก เหมือนที่เค้าว่ากันว่า "มากคน มากความ" ยังไงหล่ะ แต่ก็ท้าทายดีไม่ใช่หรอ ??
ตอนนี้กองเชือกอยู่ตรงหน้าคุณแล้วหล่ะ July 28 *..i'm HAPPY to Do..*เมื่อวาน ตอน 4 โมงกว่าๆ ..
เรายืนรอรถเมล์อยู่กะนู๋แนน ที่ป้ายรถเมล์ฝั่งตรงข้ามโลตัสอ่อนนุช นู๋แนนจะกลับบ้าน ส่วนเราจะไปเซนทรัลบางนา ..แล้วรถสาย 507 ก็วิ่งเข้ามาจอดป้ายพอดี มันเป็นสายที่นู๋แนนขึ้นได้อ่ะ (เราบอกเอง - -") ก็ร่ำลากันเสร็จเรียบร้อย นู๋แนนก็ขึ้นรถไป กระเป๋ารถเมล์เจ้ากรรมพึ่งจะตะโกนบอกว่าสุดระยะแค่บางนา เราก็อ้าวว!! แนนก็เหวอ!! เราก็เรียกแนนให้ลงมา (ก็มันไปไม่ถึงนี่นาาา) เสร็จเราก็มองหาแนนแถวๆ ป้ายรถเมล์ ปรากฏว่าไม่มี..!!! โทรหาแนนทันที ปรากฏว่าแนนไม่ได้ลงมา -*- แนนบอกว่าก้าวขาไม่ออก (เพื่อนช้านนนนน) สรุปเลยไปลงสี่แยกบางนาแล้วต่อแทกซี่กลับบ้าน - -" อีกสักพักนึง รถ 552 ที่เรารอคอยก็มาถึง
แต่รถเจ้ากรรมคนเยอะมากๆ อะ ก็เลยตัดสินใจไม่ขึ้น กะว่าจะรอคันต่อไป เพราะไม่ได้เร่งรีบอะไร รถเมล์สายนั้นวิ่งออกไปจากป้ายพร้อมคนเต็มรถ ประหนึ่งปลากระป๋องดีๆ นี่เอง ^^' แล้วเราก็ได้เห็นภาพที่น่าสงสารมากๆ อะ
ภาพที่เราเห็น อยู่อีกฟากนึงของถนน.. ใต้บันไดทางขึ้นรถไฟฟ้า สถานีอ่อนนุช.. มีเด็กผู้ชาย 2 คน ตัวผอมๆ ผิวคล้ำๆ คนนึงดูโตกว่าเด็กอีกคน เราคิดว่าน่าจะเป็นพี่ชาย ทั้งคู่ดูเหมือนจะอาศัยที่ตรงนั้นเป็นที่พักหลับนอน..เพราะมีผ้าห่มปูอยู่ด้วย ตอนนั้นพี่ชายเดินถือถ้วยที่ใส่อาหารอะไรซักอย่างมา 2 ถ้วยเล็กๆ
ถ้วยมันดูเหมือนถ้วยใส่ข้าวโพดอบเนยอะ (เล็กมั๊ยหล่ะ?) ตอนแรกคนน้องกำลังนอนอยู่ใต้บันไดนั้น ขณะที่พี่ถือถ้วยปริศนานั้นมา
พี่ชายยื่นถ้วยเล็กๆ นั้นให้คนน้องที่ตื่นขึ้นมา คงเพราะพี่เรียก คนพี่พยายามเอาผ้าห่มอีกผืนมาบังแดดให้น้อง แต่ก็พบว่าไม่รู้จะแขวนไว้ยังไง สุดท้ายเลยวางผ้าลง -*- หันมาจัดการกับอาหารถ้วยเล็กๆ นั่น พร้อมกับน้องตัวเอง ..เด็กสองคนค่อยๆ บรรจงตักอะไรซักอย่างเข้าปาก ซึ่งดูยังไงก็ไม่ได้ทำให้อิ่มท้องได้เลย ไม่ถึงเสี้ยวกระเพาะเลยด้วยซ้ำไป เรายืนดูเหตุการณ์อยู่นานพอสมควร
โดยไม่ได้สนใจรถเมล์ที่วิ่งผ่านไปเลย ไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งอื่นๆ ที่ผ่านไปมาตรงหน้า ในสายตาเรามีแต่เด็ก 2 คนนั้น แล้วก็ตัดสินใจว่าต้องทำอะไรซักอย่าง สุดท้าย..ก็เดินกลับไปอีกฝั่งของถนน
ตอนที่เดินไป รู้สึกหิวมากๆ อะ เพราะตั้งแต่เช้าจนกระทั่งตอนนั้นยังไม่ได้กินอะไรเลย แล้วก็คิดถึงเด็กสองคนนั้นว่าเค้าจะหิวแค่ไหนกันนะ หากพวกเค้าไม่ได้มีอะไรตกถึงท้องมาหลายวันแล้ว เราเดินเข้าไปในโลตัส อ่อนนุช
แล้วก็สั่งข้าวหมูเกาหลี กะ ข้าวปลาอะเมซซิ่ง ซึ่งเป็นอาหารที่เราคุ้นเคย แล้วก็รู้สึกว่ามันอร่อยดี แล้วก็บอกเค้าว่าเอากลับบ้าน ขอช้อน 2 คันด้วยนะค่ะ พอได้อาหารที่สั่ง เราก็เดินลงไปข้างล่าง
ไปหาเด็กสองคนนั้นที่นอนอยู่ใต้บันได แต่พอเดินไปถึงปรากฏว่าเหลือแต่คนน้องอยู่คนเดียว เด็กคนนั้นกำลังนอนหลับอยู่บนผ้าห่ม พร้อมห่มผ้าอีกผืน ยิ่งเราเห็นเค้าแบบใกล้ๆ เราก็ยิ่งรู้ว่าเค้าผอมแค่ไหน ดูเหมือนเค้าจะไม่ค่อยสบาย หรืออาจเพราะไม่มีแรงจากความหิวก็ไม่รู้ เราตัดสินใจเรียกเค้าให้ตื่นขึ้นมา
เค้าก็ดูงงๆ บวกกับความงัวเงีย มองตาปริบๆ เรา : "ทำไมน้องมานอนอยู่ตรงนี้หล่ะค่ะ?" น้อง : "..." เรา : "น้องหิวมั๊ยค่ะ?" (ถามพอเป็นพิธีไปงั้นแหละ) น้อง : "หิวครับ" เรา : "อ่ะ พี่ซื้อข้าวมาฝาก น้องเอาไว้กินกับพี่ของน้องนะค่ะ" น้อง : "ขอบคุณครับ" พร้อมกับยกมือไหว้ ..แล้วเราก็วางข้าวที่เพิ่งซื้อไว้ให้น้องตรงนั้น ..แล้วก็เดินขึ้นรถแท็กซี่ เพื่อกลับบ้าน (ก็ไหนๆ ก็เดินมาฝั่งนี้แล้ว แหะๆ) (..แล้วเพื่อนเรา ก็งอนไปเลย ที่เราไม่ได้ไปเซนทรัล) ตอนนั่งรถแท็กซี่ผ่านน้องคนนั้น
เราเห็นน้องเค้านอนอยู่ที่เดิม พร้อมกับมีถุงข้าววางอยู่ตรงหน้า เราคิดว่าน้องเค้าคงรอพี่กลับมา จะได้กินพร้อมกันมั้ง หรือเค้าอาจจะไม่ไว้ใจเรา เอาไปทิ้งตอนหลังก็ไม่รู้ ..แต่ไม่ว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นยังไง
ในตอนนั้นเรารู้แต่ว่า.. "การทำอะไรซักอย่างเพื่อคนอื่น มันมีความสุขแบบนี้นี่เอง" เรานั่งอมยิ้มอยู่คนเดียวบนรถแท็กซี่ไปตลอดทางจนถึงบ้าน
วันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุดวันนึงในชีวิตของเราเลยแหละ ^^
อยากรู้มั๊ยหล่ะ ว่ามีความสุขแค่ไหน???
ถ้ามีโอกาสก็ลองช่วยเหลือคนอื่นดูสิ แล้วเรารับรองว่า ความสุขในการให้มันยิ่งใหญ่จริงๆ ^^ เมื่อก่อนเราชอบคิดว่าอยากช่วยคนนั้น คนนี้ แต่ก็ทำได้แต่คิด แล้วก็ต้องมานั่งเสียใจตอนหลังที่เราไม่ช่วยเค้าในตอนนั้น
ต่อไปนี้ ถ้ามีโอกาสเราจะไม่ลังเลอีกต่อไปแล้วแหละ ^^ ************************************************************** Ps. - นู๋แนนถึงบ้านปลอดภัยดีใช่มั๊ยจ๊ะ ^^
- ขอโทษทีนะที่ไม่ได้ไปเซนทรัลและไม่ได้รับโทรศัพท์ เมื่อวานนี้ - นู๋แพร เมื่อไหร่จะเลิกไปหาหมอสิวที่พรเกษมซักที !!! - นู๋นุ่ม เรารู้ว่ากำลังสอบอยู่ใช่มั๊ยหล่ะ สู้ๆ นะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับเมสเสจ miz u too นะจ๊ะ - นู๋บุ๋มกะนู๋ซังสอบเสร็จรึยังจ๊ะ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเนี่ย สู้ต่อไป ในการสอบนะจ๊ะ - จิยา ดูแลสุขภาพตัวเองมั่งนะจ๊ะ ไม่สบายบ่อยๆ เพื่อนๆ เค้าเป็นห่วงกันหมดแล้ว - ลืมบอกไป!! สอบเสร็จแล้ววววววววววววว ดีใจจัง 5555 - อืมมม..ตกลงเมื่อวานเราลืมซื้อข้าวให้ตัวเองอะ เลยต้องกลับบ้านมานั่งกินมาม่า - -" - มีความสุขจังเลยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ^^ July 21 PharmacogNO(i)SY TT^TTเริ่มวันแรกของการสอบกลางภาคครั้งที่ 1 ในปีที่ 3 โว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!!!! ทำไม่ได้เลยง่ะ -*- เฮ้อออออ...ปลงดีกว่าเรา ไม่อยากคิดถึงคะแนนเลย ว่ามันจะตกมีนไปไกลขนาดไหน..หุหุ ..PharmacogNO(I)SY.. ไม่น่าอ่านเลยอ่ะ ความรู้มันไม่ลงแก้วเลยแหะ แล้วอาจารย์ก็ประเสริฐจริงๆ PharmacogNO(I)SY Lab อ.คณิตใจร้ายมากๆๆๆๆ จบกันวันแรก ต่อจากนี้ไปมีแต่คำว่า "ปลง" รู้คะแนนสอบเมื่อไหร่จะมาบ่นให้ฟัง ภาค 2 ^^ Phar Anal (ฟาร์อะเน่า - -") ช้านจะอ่านดีม่ะหว่า ? เฮ้อออออออออออออ!!!!! วิชานี้มันยิ่งกว่าวิชาแรกอีกอะ ..เ อ เ ม น น น น น น น น น น น น น น..
..Just 1 week.. **************************************************************** Ps. - ชอบที่แนนเม้นท์ให้จังเลย มาเม้นให้บ่อยๆ นะ น้ำเน่าดี...555 (ล้อเล่น!!) July 15 it's about "Happy..be Happy"เมื่อวานเราดูรายการจับเข่าคุยของสรยุทธ์ ทางช่อง 3 อะ เค้าเป็นคนสวย (แต่ก็ไม่ได้สวยมากขนาดเป็นดารานะ) มีอยู่เรื่องนึงที่เค้าพูดถึงเรื่อง "ความสุข" ความสุขที่ปรารถนาของคนส่วนใหญ่ คิดๆ ดูแล้ว เฉลี่ย Peak ของความสุขในชีวิตก็มีประมาณนี้ หากเราใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในทุกๆ วัน แล้วแบบนี้คุณจะเลือกแบบไหนดีหล่ะ ?? ..อย่าเคร่งเครียดกับชีวิตจนเกินไป ..อย่ามองความสุขที่อยู่ไกลตา *************************************************************** "กล่องความสุข" ชีวิตคนคนนึง จะมีกล่องความสุขอยู่ 1 ใบ วิธีการแก้ไขมันง่ายนิดเดียว หากวันนี้ลองเปลี่ยนกล่องของคุณให้ใบเล็กลง ทฤษฎีง่ายๆ แต่ทำยาก สำหรับคนที่ไม่รู้จักคำว่า "พอ" ************************************************************* ตอนนี้กำลังเข้าฤดูกาลสอบ ถามว่าเราเครียดมั๊ย ที่อ่านไม่จบ แต่ความเครียดของเรามันก็มี limit นะ เครียดมากๆ แล้วเราได้อะไรกลับมาในชีวิต ได้ความสำเร็จในชีวิตหรือไง เราไม่ชอบการสอบเลย ฤดูกาลสอบ.. พอการสอบเสร็จสิ้นไป มันก็เหมือนกับการเทน้ำลงในแก้ว การสอบ การค่อยๆ เรียนรู้ แต่การเรียนรู้ที่ดี ก็คิอ.. คนฉลาด คือ คนที่ไม่คิดว่าตัวเองฉลาด ~ End of Class ~ ********************************************************** Ps. - แพร อย่าเครียดมากนะจ๊ะ เพื่อนคนนี้เป็นห่วงแพรเสมอนะ (เห็นแกเครียดแล้วช้านเลยต้องมานั่งอัพสเปซเนี่ย อิอิ) |
|
|